แม่ค้าฮีโร่ เผยนาทีฮึด ช่วยหนุ่มถูกคนขับรถตู้ตี ชี้คลิปฉาวเหตุปาดกัน (คลิป)

จากกรณีที่เพจ “Red Skull Infinity” ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ความยาว 41 วินาที โดยเนื้อหาในคลิปมีชาวบ้าน 3 คน พยายามช่วยกันจับชายสวมเสื้อสีฟ้า ถือไม้เบสบอล ซึ่งมีท่าทีกำลังโกรธ ใกล้กันพบหญิงสาวรายหนึ่งนั่งอยู่บนพื้นถนน มือซ้ายกุมบริเวณหน้าอก จากนั้นมีคนที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาให้ความช่วยเหลือ

ภาพจากคลิป

ล่าสุด วันนี้ (25 ม.ค.) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณใต้สะพานลอย ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียว ถนนบางนาตราด

นางวันเพ็ญ ผิวผ่อง ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์

นางวันเพ็ญ ผิวผ่อง อายุ 50 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. ได้ยินว่า มีรถตู้ และรถจักรยานยนต์ ขับเบียดกันไป-มา ตั้งแต่ช่วงคลองส่งน้ำ แต่รถทั้งสองคันมาชนกันก่อนถึงสะพานลอยตรงข้ามมหาวิทยาลัยหัวเฉียว

พอเดินออกเดินไปดู เห็นชายคนที่ขับรถจักรยานยนต์ กำลังทะเลาะกับคนขับรถตู้สวมเสื้อสีฟ้า ในมือของคนขับรถตู้ได้ถือไม้เบสบอล ลักษณะเหมือนจะทำร้ายคนขับรถจักรยานยนต์ ซึ่งช่วงแรกของเหตุการณ์ยังไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีปากเสียงดังขึ้น ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ต่างเข้ามามุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วช่วยกันแยกคนขับรถตู้ ออกจากชายคนขับรถจักรยานยนต์ ตามที่ปรากฏในคลิปว่า มีคนเข้ามาห้ามทั้งสองฝ่าย

จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณใต้สะพานลอย ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียว ถนนบางนาตราด

ขณะที่ชายทั้งสองคนกำลังมีปากเสียงกัน ตนสังเกตเห็นบริเวณใกล้กันนั้น มีหญิงสาวนั่งกุมหน้าอกอยู่ที่พื้นถนน ทราบว่าผู้หญิงรายนี้ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุมา นางวันเพ็ญ ผู้เห็นเหตุการณ์ มาทราบภายหลังว่า ผู้หญิงรายดังกล่าวเป็นโรคหัวใจ และเพิ่งคลอดลูกมาได้ไม่นาน

นางวันเพ็ญ ยืนยันว่า ไม่ทราบสาเหตุที่ชายทั้ง 2 คน ทะเลาะกัน แต่ตนได้ยิน คนขับรถจักรยานยนต์ พูดกับคนขับรถตู้ว่า “บอกให้หยุดตั้งแต่คลองส่งน้ำ ทำไมไม่หยุด แล้วมาเบียดทำไม” คนขับรถตู้ก็ไม่ตอบ และมีลักษณะอาการโกรธอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่าย จะแยกย้ายกันไป โดยที่ไม่ได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีแต่อย่างใด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่ายังไม่มีใครมาแจ้งความ ส่วนกรมขนส่งทางบก ให้ข้อมูลว่า กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากรถตู้มีผู้โดยสารฐานละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุ

 

keyboard_arrow_up