แฉอีก! ผอ.ฉาว เคยอนาจารเด็ก ป.6 แต่ยัดเงิน 2 แสนปิดคดี ตร.ร่วมสอบ คาด 3 วันรู้ผล

ความคืบหน้า กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมชู้สาว กับเด็กนักเรียนหญิง ม.2 ของโรงเรียน ซึ่งมีหลักฐานเป็นข้อความสนทนาแชทไลน์ เรียกกันและกันว่า “ที่รัก” ฝ่าย ผอ.เรียกนักเรียน ม.2 ว่า “เมีย” ซึ่งเป็นที่อื้อฉาวอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ ผอ.คนดังกล่าว เคยดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.โนนทองหลาง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2559 เคยมีคดีอื้อฉาวคบชู้กับเด็กนักเรียนหญิง ชั้น ป.6 ในลักษณะนี้เช่นกัน จนทำให้ภรรยาของ ผอ.รายนี้ ไม่พอใจจนต้องขอเลิกรากันไป และได้มีการย้าย ผอ.ไปช่วยราชการที่ สพป.นม.เขต 6 เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ต่อมามีกระแสข่าวว่า ผอ.รายนี้ ได้วิ่งเต้นให้คดีจบโดยได้เสนอเงินสดจำนวน 2 แสนบาท ให้กับครอบครัวของเด็กหญิงเพื่อขอให้จบเรื่อง หลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีคำสั่งย้ายมาเป็น ผอ.โรงเรียนที่เกิดเรื่องอยู่ในขณะนี้เมื่อเดือน ต.ค.60 ที่ผ่านมา

นายสนอง  สุดสะอาด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6

ล่าสุด วันนี้(24 ม.ค.) นายสนอง  สุดสะอาด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีที่ ผอ.โรงเรียนรายนี้ เคยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเด็กหญิง ชั้น ป.6 จากโรงเรียนเก่า ครั้งนั้นเป็นเพียงการลวนลาม ไม่ถึงขั้นมีความสัมพันธ์ขั้นชู้สาว จึงไม่ได้มีการลงโทษถึงขั้นไล่ออก ประกอบกับทางฝ่ายผู้ปกครองนักเรียนยอมความกันได้ ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และลงโทษทางวินัยด้วยการลดขั้นเงินเดือน 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนที่จะมีคำสั่งย้ายออกจากโรงเรียนเก่า และได้ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

นายศุภพงษา จันทรังษ์ รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง

ขณะที่ นายศุภพงษา จันทรังษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้เปิดเผยความคืบหน้า ผอ.คนดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับนักเรียนหญิง ม.2 ว่า ได้สอบปากคำ กรรมการสถานศึกษา 4 คน และนักเรียนชาย ม.3 ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของน้องนักเรียนหญิง ม.2 และเพื่อนสนิทในชั้นเรียนอีก 2 คน เบื้องต้น พบว่ามีมูลความจริงที่เข้าข่ายว่า ผอ.คนนี้มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับนักเรียนหญิง ม.2  ลักษณะ ผอ.รายนี้ให้ความสนใจนักเรียนหญิงรายนี้เป็นพิเศษ ชอบพาไปไหนมาไหนแบบ 2 ต่อ 2

นายศุภพงษา จันทรังษ์ ประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เดินทางไปที่โรงเรียนดังกล่าว

ทั้งนี้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง จะลงพื้นที่สอบปากคำพยานเพิ่มเติม โดยจะสอบปากคำครูประจำชั้น ครูผู้ควบคุมกิจกรรมออกค่ายลูกเสือ รวมถึงเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ เพื่อหาข้อมูลอย่างละเอียด และถ้าหากนักเรียนหญิง ม.2 รายดังกล่าวมาโรงเรียน ก็จะได้สอบปากคำเจ้าตัวในฐานะผู้เสียหายโดยตรง และจะเปิดโอกาสให้ ผอ.ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม พบว่าวันนี้ ผอ.โรงเรียน รายดังกล่าวได้ติดต่อครูธุรการของโรงเรียน เพื่อขอลาป่วยเพิ่มอีก 1 วัน และยังไม่ติดต่อมารายงานตัวต่อสำนักงานเขตพื้นที่นครราชสีมาเขต 6 แต่อย่างใด

ด้านพ.ต.อ.คารม บุญสด ผู้กำกับการ สภ.บัวใหญ่ เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทาง พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้สั่งการให้ตั้งชุดสืบสวนขึ้นมา เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว และจะรายงานผลให้ทราบภายใน 3 วัน หากพบว่า ผอ.โรงเรียน มีการกระทำความผิดจริงตามที่มีการร้องเรียน ก็จะให้ดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กหญิงไม่เกิน 15 ปี ซึ่งคดีที่เป็นความผิดเกี่ยวกับเด็ก เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินคดีได้เลยโดยไม่ต้องมีผู้ร้องทุกข์

keyboard_arrow_up