ผกก.อุดมสุข สั่ง รองผกก.แจง จดหมายดราม่าขอลาออก ชี้ กระทบภาพลักษณ์ตำรวจ

21พ.ค 60 พ.ต.อ. ปรีชา เพ็งเภา ผกก.สน.อุดมสุข เปิดเผย ความคืบหน้ากรณี มีจดหมายขอลาออกจากราชการของพ.ต.ท. นายหนึ่งที่ตัดพ้อปัญหาชีวิตราชการตำรวจ ทั้งการทำงาน และเงินเดือนที่น้อยนิด ว่า จดหมายดังกล่าวนั้นเป็นของ  พ.ต.ท.รติวุฒิ นาคแก้ว รองผกก.(สอบสวน) รอง ผกก.สน.อุดม โดยมีเนื้อหาว่า

จดหมายตัดพ้อชีวิตราชการตำรวจ

กระผม พ.ต.ท รติวุฒิ นาคแก้ว รองผกก.สอบสวน สน.อุดมสุข เกิดเมื่อวันที่ 3 เม.ย.10 ปัจจุบัน อายุ50ปี เริ่มรับราชการ 1 ก.พ.29 จนถึงปัจจุบัน อายุราชการ 31ปี3เดือน ไม่อยู่ในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย และไม่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอาญาใดๆ อีกทั้งไม่มีหนี้สินกับทางราชการ กระผมรับราชการมานาน31ปี แต่พบว่า ระบบราชการในปัจจุบัน ไม่ได้ทำให้กระผมเจริญในหน้าที่การงานแต่อย่างใด และเชื่อว่าไม่มีความหวังว่าจะมีความเจริญในหน้าที่การงานราชการแบบระบบปัจจุบันได้ในอนาคตอันใกล้ กระผมเหลือเวลารับราชการอีกเพียง10ปี สุขภาพร่างกายดี ไม่มีโรคประจำตัว และกระผมเห็นว่าหากลาออกไปประกอบอาชีพอื่นจะมีความสุขความเจริญก้าวหน้าได้ ฯลฯ

พ.ต.อ.ปรีชา เพ็งเภา ผกก.สน.อุดมสุข

ซึ่งหลังพบจดหมายดังกล่าวแชร์ว่อนในโลกโซเชียล ตนก็ได้สอบถามกับเจ้าตัวแล้ว โดย พ.ต.ท  รติวุฒิ ยืนยันว่า จดหมายนั้นทำขึ้นมาจริง แต่ยังไม่ได้ลงลายมือชื่อ ซึ่งเรื่องที่เขียนในจดหมายก็เป็นความจริงที่เจ้าตัวรู้สึก และส่งจดหมายนี้ให้กับหัวหน้างานเพื่อปรึกษาในการลาออก  แต่ไม่รู้ว่ามีการแชร์ออกมาในโลกออนไลน์ได้อย่างไร  ซึ่งส่วนตัวมองว่า ชีวิตการเป็นข้าราชการตำรวจ ย่อมทำงานหนักอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใด รวมทั้งเรื่องเวลาและเงินรายได้ ของตำรววจก็ย่อมไม่เหมือนอาชีพอื่นแน่นอน ซึ่งการที่ พ.ต.ท รติวุฒิ บรรยายความรู้สึกผ่านจดหมายนั้น เชื่อว่าเกิดจากปัญหาส่วนตัว และความเครียด แต่ไม่เกี่ยวกับงานเพราะที่สน.อุดมสุข ไม่ได้มีงานมากมาย หรือทำให้เกิดความเครียด ตลอดระยะเวลาที่พ.ต.ท รติวุฒิ ย้ายมาจากสน.ลาดพร้าว มาปฏิบัติราชการที่สน.อุดมสุข ตั้งแต่เดือนต.ค.59ก็ไม่เคยบ่นเรื่องปัญหางาน หรืองานมีปัญหาให้ฟัง ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นตนในฐานะผู้บังคับบัญชามองว่าไม่เหมาะสม เพราะเป็นเหมือนการทำลายองค์กรตัวเอง ให้เสื่อมเสีย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ 22 พ.ค. 60 ก็จะเรียก พ.ต.ท. รติวุฒิ เข้าชี้แจงและทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว

พ.ต.อ. ปรีชา เพ็งเภา

ซึ่งหลังมีการแชร์จดหมายนี้ออกไป ผู้บังคับบัญชาก็ยังไม่ได้มีการตำหนิอะไร แต่ขอให้รายงานข้อเท็จจริงและสอบถามเจ้าตัวก่อน  ส่วนจะมีการลงโทษทางวินัย หรือไม่นั้นขอดูที่เจตนาและผลการรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน

สำหรับการทำงานของตำรวจนั้น พ.ต.อ  ปรีชาสะท้อนว่า การทำงานก็มีปัญหาบ้าง เพราะ จำนวนตำรวจที่น้อย และปัญหาหลายๆเรื่อง แต่เมื่อเข้ามารับราชการในอาชีพนี้แล้ว เราก็ต้องมีความเสียสละ ไม่ว่าจะอาชีพใด ก็ย่อมมีปัญหา แต่อยู่ที่จะเลือกว่าจะแก้ไขปัญหาและใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข

keyboard_arrow_up