เปิดใจไฟแนนซ์ทวงรถ หลังคลิปว่อนโดนด่ายับ แจงถูกลูกหนี้ขับรถชน บริษัทสั่งพักงาน (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กแชร์คลิปวิดีโอ เป็นเหตุการณ์ขณะชายรายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นตัวแทนบริษัททวงหนี้ กำลังพูดคุยกับชายคนที่ถ่ายคลิปด้วยอารมณ์โกรธ พร้อมมีการปัดกล้องห้ามถ่าย จนเกิดกระแสวิจารณ์อยู่ในขณะนี้

ภาพชายในคลิปวิดีโอที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์

ล่าสุด วันนี้ (20 พ.ค. 60) นายณัฐวุฒิ ท้วมศิริ เจ้าหน้าที่ทวงถามหนี้รายดังกล่าว ไดเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวอมรินทร์ ทีวี ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 8 ธันวาคม 2559 ตนได้รับมอบหมายจากบริษัท ให้ไปทวงคืนทรัพย์สิน คือรถกระบะที่ภรรยาคนถ่ายคลิปเป็นผู้ซื้อ เนื่องจากมีการค้างค่างวดมาเป็นเวลา 6 งวดแล้ว

แต่เมื่อไปถึงบ้านย่านธัญบุรี ทางผู้หญิงซึ่งเป็นเจ้าของรถไม่ยอมออกมา มีแต่ผู้ชายชายซึ่งเป็นสามีออกมาเจรจา ตนได้แสดงบัตร และหนังสือมอบอำนาจให้ดู แต่ฝ่ายชายก็ไม่ยอมคืนรถ ตนจึงชวนไปเจรจาที่สถานีตำรวจ ระหว่างนั้น ผู้หญิงไดเดินออกมาจากบ้าน พร้อมขึ้นรถกระบะคันดังกล่าว และพยายามขับออกจากบ้าน ตนจึงเข้าไปยืนขวาง

แต่ผู้หญิงรายนี้ก็ขับรถออกไป ทำให้เฉี่ยวชนตน นาทีนั้นจึงตัดสินใจกระโดดขึ้นหลังกระบะ แต่อีกฝ่ายก็ขับกระแทกจนต้องตกลงมาจากรถ

นายณัฐวุฒิ ท้วมศิริ เจ้าหน้าที่ทวงถามหนี้ที่ปรากฎในคลิป

หลังจากนั้นฝ่ายชาย ก็เริ่มถ่ายคลิปวิดีโอ ตนรู้สึกโกรธที่ผู้หญิงขับรถหนี ประกอบกับไม่พอใจที่ผู้ชายถ่ายคลิปไว้ จึงเริ่มโมโห และพูดออกไปตามที่ปรากฏในคลิป โดยนายณัฐวุฒิ ยืนยันว่า ตนไม่ได้ทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย เพียงแค่ปัดกล้องไม่ให้ถ่ายเท่านั้น

นายณัฐวุฒิบอกด้วยว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตนได้ไปเจรจากับลูกหนี้รายดังกล่าว แต่ก่อนหน้านี้ ลูกหนี้ มีประวัติ ไม่ยอมจ่ายเงินและเคยขับรถหนีทีมทวงถามหนี้รายอื่นมาก่อนแล้ว ซึ่งสิ่งที่ทำไปทั้งหมด นายณัฐวุฒิบอกว่าตนก็ทำตามหน้าที่เท่านั้น

หนังสือรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่นายณัฐวุฒิเข้าแจ้งความไว้

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น นายณัฐวุฒิได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน เรื่องการทำร้ายร่างกาย และแจ้งทางบริษัทให้ทราบ ซึ่งบริษัทก็ได้ระงับการทวงถามหนี้ โดยได้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

นายณัฐวุฒิ เล่าว่า หลังมีคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้บริษัทสั่งพักงานตนเป็นเวลา 15 วันตั้งแต่เมื่อวานที่19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนก็ยอมรับและเข้าใจ แต่อยากฝากถึงผู้ที่แชร์คลิปและคอมเมนต์คลิปดังกล่าวว่า ขอให้ใช้วิจารณญาณก่อนการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้อื่น

ส่วนหลังจากนี้ นายณัฐวุฒิบอกว่าจะต้องปรึกษากับผู้ใหญ่ว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดี ฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่

keyboard_arrow_up