โด่ง AF งานเข้า สาวกรีดรถรอบคัน แถมถามเย้ย “จะอะไรนักหนา” เชื่อคงแค้นเลื่อนรถไม่ไหว (คลิป)

หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก นพเก้า โกเจริญกิจ โพสต์ข้อความว่า พี่ชายผม (โด่ง ศิระ) โดนกรีดรถรอบคัน เมื่อไปตรวจกล้องวงจรปิดของคอนโดฯ ได้หลักฐานมัดตัวแน่นหนา แต่ปรากฎว่า คู่กรณีไม่ยอมมาเจอ ส่งแม่มาเจรจาแทน พร้อมบอกว่า ลูกเป็นคนดี ทำงานราชการอยู่กระทรวงแห่งหนึ่ง ไม่ให้แจ้งความลูกตัวเองกลัวเสียประวัติ ให้เจ้าความเอาผิดชื่อแม่ไปแทน แค่ขูดรถต้องอาฆาตด้วย พร้อมจ่ายซ่อมรถให้ ซ่อมราคาหลักล้านบาทก็พร้อมจ่าย

กล้องวงจรปิดจับภาพ “คู่กรณี”ขณะกรีดรถ

ล่าสุดวันนี้ (12 ม.ค.61) นายศิระ รัตนโภคาสถิต หรือ “โด่ง AF3” และภรรยา เปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่า เหตุเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนและภรรยาลงมาจากคอนโดฯ แล้วพบว่า รถยนต์ที่จอดไว้ที่ลานจอดรถ โดนกรีดเป็นรอยยาวรอบคัน หลายเซนติเมตร ทั้งด้านหลัง และด้านข้าง ตนรู้สึกตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากรถที่จอดขวางไว้ก็ใส่เกียร์ว่าง เมื่อไปขอดูกล้องวงจรปิดจากนิติบุคคลฯ พบภาพผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเข็นรถของตน แต่เหมือนเลื่อนไม่ไป เธอจึงเดินกลับไปที่รถ แล้วหยิบอะไรบางอย่างมากรีดรถของตน

“โด่ง AF3″ชี้ให้ดูรอบข้างรถที่ถูกกรีด

เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น นายศิระ จึงขอเบอร์ผู้ก่อเหตุจากนิติบุคคลฯ แต่ปรากฎเบอร์ที่ได้มากลายเป็นเบอร์แม่ของคู่กรณี เมื่อภรรยาของตนโทรไปเจรจา กลับได้รับการตอบกลับแบบไม่เป็นมิตร เนื่องจากอีกฝ่าย พูดด้วยอารมณ์โมโห มีคำพูดหนึ่งที่รับไม่ได้คือ “แค่โดนกรีดรถ จะอะไรหนักหนา” ทำให้ทั้ง 2 คน ตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความที่ สน.เตาปูน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยได้นัดเกลี่ยเกลี่ยกันในวันพรุ่งนี้ (13 ม.ค.)

เมื่อพี่สาวคู่กรณีทราบเรื่อง ได้รีบโทรศัพท์มาขอโทษตนทันที และขอรับผิดชอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งทาง นายศิระ อยากได้แค่คำขอโทษจากผู้กระทำความผิด ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้พยายามติดต่อไปยังฝ่ายคู่กรณีของ นายศิระ เพื่อให้ออกมาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านทางนิติบุคคลฯ แต่คู่กรณีตอบกลับมาว่า ยังไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์

ถูกกรีดรอบคันค่าทำสี 2 หมื่น

สำหรับค่าเสียหายที่เกิดขึ้น นายศิระ ได้นำรถไปตีราคาแล้ว เป็นค่าทำสีใหม่ทั้งหมดประมาณ 20,000 บาท ใช้เวลาซ่อมแซมประมาณ 2 สัปดาห์ และยังมีค่าเช่ารถในช่วงที่รถยังซ่อมไม่เสร็จอีก เนื่องจาก ต้องใช้คาร์ซีท และไม่สามารถเดินทางสาธารณะได้อีกประมาณ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท ซึ่งผู้เสียหายขอรับเป็นเงินสด ถึงจะถอนแจ้งความเท่านั้น

ส่วนภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิด ทางทางผู้เสียหายขอเก็บไว้เป็นหลักฐาน ไม่ขอเผยแพร่จนกว่าจะได้มีการพูดคุย เพื่อตกลงกับคู่กรณีก่อน เนื่องจากกลัวว่าจะมีผลต่อการเจรจา