ชาวบ้านร้อง! ร่างทรง เรียกเงินใครไม่จ่าย โดนสาบแช่ง ตร.เผยพบเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์

จากกรณีที่มีชาวบ้านหมู่ 3 ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมของร่างทรงรายหนึ่ง ที่รู้จักกันว่า “หมออ๊อฟ” หลังจากได้เข้ามาทำพิธีปัดเป่าภัยอันตรายให้กับชาวบ้านในหมู่บ้าน เนื่องจากมีคนในหมู่บ้านทั้งวัยรุ่น ผู้สูงอายุ เจ็บป่วยและเสียชีวิตติดต่อกันหลายรายในช่วงที่ผ่านมา  แต่การทำพิธีกรรมดังกล่าว คล้ายเป็นการแสวงหาผลประโยชน์กับชาวบ้าน เพราะในช่วงการทำพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ชาวบ้านจะต้องบูชามะพร้าวลูกละ100 บาท 500 บาท 1,000 บาท และสูงสุดถึง 2,000 บาท ทั้งที่มะพร้าวดังกล่าวชาวบ้านก็เป็นคนเอามาให้หมอทำพิธีเอง  แต่หากใครไม่ทำตาม หรือถ้าหมอดูหยิบยื่นมะพร้าวให้แล้วไม่เอาก็จะถูกสาปแช่ง

เจ้าหน้าตำรวจ-ทหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านร้องเรียนร่างทรงเรียกเก็บเงิน

ล่าสุดวันนี้ (12 ม.ค.61)  พ.ต.อ.นิคม โชติทวีศักดิ์ ผู้กำกับการ สภ.ประโคนชัย พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารจาก ร.23 พัน 4 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ที่บ้านแสลงโทน ม.3 ที่มีการทำพิธีดังกล่าว โดยได้เรียกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นคนติดต่อหมอร่างทรงมาทำพิธี และชาวบ้านที่ร่วมในพิธีวันดังกล่าวมาสอบถามข้อมูล

พ.ต.อ.นิคม โชติทวีศักดิ์ ผู้กำกับการ สภ.ประโคนชัย

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่าในวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา หมออ๊อฟ ได้มาทำพิธีปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากหมู่บ้าน และตีลูกคลีหรือลูกมะพร้าวที่ชาวบ้านนำมา เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้กับชาวบ้านจริง โดยชาวบ้านระบุว่าเป็นพิธีที่ทำขึ้นตามความเชื่อ ส่วนกรณีที่ร้องเรียนว่า หมอทรงที่มาทำพิธีเรียกเงินจากชาวบ้านนั้น ชาวบ้านได้ให้ข้อมูลว่า เป็นการบูชาลูกคลีเพื่อสะเดาะเคราะห์  แต่บางรายที่หมอทรงชี้ระบุตัว ให้จ่ายค่าลูกคลีสะเดาะเคราะห์ในจำนวนที่สูงถึง 1,000 หรือ 2,000 บาท ชาวบ้านบางรายก็ยืนยันว่า มีการเรียกจริงแต่ก็ไม่ได้จ่ายให้ไป เพราะเห็นว่าเป็นยอดเงินที่สูงเกินไป

ลูกมะพร้าว หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า ลูกคลีสะเดาะเคราะห์ ที่ชาวบ้านอ้างว่าถูกร่างทรงเรียกเก็บเงิน

ด้าน พ.ต.อ.นิคม กล่าวว่า พฤติกรรมของหมอร่างทรงดังกล่าว เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ ถือเป็นการข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้ หรือจำยอมต่อสิ่งที่พูด เพราะกลัวจะเกิดเหตุร้าย แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใด  ส่วนจะเข้าข่ายการหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชนหรือไม่นั้น ก็จะต้องสอบสวนหาข้อมูลพยานหลักฐานอีกครั้ง  ซึ่งหากชาวบ้านรายใดติดใจว่า ถูกหมอทรงบังคับเรียกเงินก็สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ได้

นางลำพอง เรืองรัมย์

ด้านนางลำพอง เรืองรัมย์ อายุ 47 ปี ยืนยันว่า หมอร่างทรงรายดังกล่าว ได้เรียกเงินค่าบูชาลูกคลีหรือสะเดาะเคราะห์จริง โดยการจี้จุดทักเอาทีละคนว่าคนไหนจะเคราะห์ร้าย ซึ่งผู้ที่ถูกทายทักก็จำเป็นต้องจ่ายเงินทำพิธี รายละ 1,000–2,000 บาท แล้วแต่พ่อหมอจะเรียก ส่วนตนถูกพ่อหมอเรียก 2,000 บาท แต่ตนเองไม่ยอมให้เพราะเห็นว่าเป็นยอดที่สูงเกินไป แต่ไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อ เพราะที่ทำพิธีปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากบ้านของตนนั้น ก็จ่ายเงินบูชาไปแล้ว 100 บาท แต่พอพ่อหมอเรียก 2,000 บาท เป็นค่าตีลูกคลีสะเดาะเคราะห์ ตนก็บอกว่าไม่มีเงินจ่าย ทำให้พ่อหมอแสดงอาการไม่พอใจ แล้วก็สาปแช่งว่า ให้ทำมาค้าขายไม่ขึ้น และมีอันเป็นไป

นางนิตยา ไกรศร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่เชิญร่างทรงมาทำพิธี

ด้านนางนิตยา ไกรศร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่นำหมอร่างทรงมาทำพิธี ระบุว่า การทำพิธีดังกล่าวเป็นความสมัครใจของชาวบ้านที่เห็นพ้องต้องกัน  ส่วนเงินที่นำมาทำพิธีชาวบ้านก็เรี่ยไรกันไม่ได้บังคับ  และเงินที่หมอทรงให้จ่ายเป็นค่าบูชาลูกคลีลูกละ 99 บาท นั้น  ก็เป็นความเชื่อและศรัทธาของชาวบ้านเอง ไม่ได้มีการบังคับเรียกเงินแต่อย่างใด แล้วแต่ศรัทธาใครมีมากบูชามากใครมีน้อยบูชาน้อย

และล่าสุดหมอร่างทรงก็ได้นำเงินที่ชาวบ้านบูชาสะเดาะเคราะห์รวมทั้งหมด 17,000 บาท มาคืนให้แล้วโดยบอกว่าได้ไปทำพิธีขึ้นครูแล้วจึงนำมาคืนให้  ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวชาวบ้านก็จะนำไปทำบุญที่วัดต่อไป