เสียภาพลักษณ์ “สี่ล้อแดง” จี้ชิงทรัพย์ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น วัย 75 ปี ทิ้งหลังศาลากลาง

วันนี้(12ม.ค.61)พลตำรวจโทพูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรช้างเผือกรวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนควบคุมตัวนายสกล ตารังษี หรือ บอล อายุ 33 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่14 ซอยวัดป่าตันถนนชียงใหม่-ลำปาง ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาก่อเหตุ คดีชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น  มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณจุดเกิดเหตุถนนด้านหลังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ. จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางทรัพย์สินบางส่วนของผู้เสียหายที่ผู้ต้องหาได้ไปหลังก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายสกล ตารังษี หรือ บอล ทำแผน

สืบเนื่องมาจาก เมื่อเวลา ประมาณ 22.30 น.ของคืนวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก นางอิกูโกะ อาเซกิ อายุ 75 ปี นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นว่า ได้ถูกคนขับรถสี่ล้อแดงรับจ้างใช้มีดคัตเตอร์จี้ชิงทรัพย์ โดยทรัพย์สินที่ได้ไปเป็นกระเป๋าสะพาย มีเงินสกุลญี่ปุ่นจำนวน 192,000 เยน พร้อมด้วยเงินไทยจำนวนประมาณ 7,000 บาท รวมไปถึงโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูปและหนังสือเดินทาง จากนั้นได้ปล่อยตัวทิ้งไว้ที่บริเวณ ถนนด้านหลังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านให้ความช่วยเหลือนำส่งแจ้งความ

พาสปอร์ต นางอิกูโกะ อาเซกิ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ผู้เสียหาย

หลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนและออกติดตามหาตัวคนร้าย กระทั่งทราบว่า รถคันก่อเหตุเป็น รถสี่ล้อแดงหมายเลขทะเบียน10-6789 เชียงใหม่ มีนายสกล หรือบอล เป็นผู้ขับขี่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดตามตัวจนสามารถจับกุมคนร้ายได้ที่บริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ หมู่บ้านหนองเขียว ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำและนำมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายสกล ตารังษี หรือ บอล ทำแผน

ทั้งนี้ผู้ต้องหารับสารภาพ ว่า ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง หลังจากที่ได้รับผู้เสียหายมาจากถนนย่านไนท์บาซ่า เพื่อที่จะนำส่งย่านห้างสรรพสินค้าเมญ่า แต่ตัวเองได้ขับรถพาวนมายังจุดดังกล่าว และได้ทำการก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์เป็นกระเป๋าสะพายก่อนจะเปิดประตูรถปล่อยผู้ต้องหาทิ้งไว้ยังจุดเกิดเหตุ แล้วขับรถหลบหนีไป สาเหตุที่ก่อเหตุเนื่องจาก ติดหนี้ค่าผ่อนรถจักรยานยนต์ จึงต้องการนำเงินเพื่อนำไปใช้หนี้

ของกลางที่ถูกคนร้ายชิงทรัพย์

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยถึง กรณีคดีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่าหลังจากที่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบ ได้เร่งทำการติดตามตัวคนร้ายอย่างเร่งด่วน เนื่องจากคดีที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่ จึงต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการทำงานอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ในชั่วข้ามคืน