โซเชียลฮือฮา ‘ยาอั้นอึ’ ตอนขับรถกินแล้วได้ผล ด้านแพทย์เตือนอันตรายถึงชีวิต!

สำหรับคนที่ปวดอุจจาระบ่อย หรือชอบปวดในเวลาคับขันที่หาห้องน้ำไม่ได้ ในโลกออนไลน์มีโพสต์ๆ หนึ่ง กำลังเป็นที่ฮือฮา หลังหญิงสาวคนหนึ่งโพสเรื่องราวเกี่ยวกับยาที่กินแล้วสามารถหยุดอาการปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำได้ในเวลาไม่ถึง 10 นาที

วันนี้คุณพนิตา สืบสมุทร ผู้สื่ออมรินทร์ทีวี เดินทางไปพบกับคุณนวรัตน์ ผดุงสันต์ หรือคุณแจน สาวเจ้าของโพสต์ เล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนปวดอุจจาระบ่อย และบางครั้งชอบปวดในเวลาที่ไม่สามารถหาห้องน้ำได้หรืออยู่ระหว่างเดินทาง บนท้องถนน บวกกับตัวเองเป็นคนชอบติดตามเพจ ญี่ปุ่น และมีเพื่อนแท็กเพจขายของออนไลน์ของญี่ปุ่นมาให้เมื่ออ่านสรรพคุณแล้วเห็นว่าน่าสนใจ และอาจช่วยชีวิตตัวเองในยามคับขันได้ จึงฝากเพื่อนที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นช่วยซื้อมาให้ หลังใช้ครั้งแรก พบว่าอาการปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำหายไปในเวลาไม่ถึง 10 นาที ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น ไม่ต้องลุ้น เหงื่อท่วม

คุณแจน บอกว่า ก่อนจะตัดสินใจทดลองใช้ยานี้ ได้ให้เพื่อนที่เชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่น ช่วยแปลให้ ว่าเป็นยาชนิดใด โดยพบว่าไม่น่าจะเกิดผลข้างเคียงใดๆ ต่อร่างกาย ส่วนวิธีกินก็ง่าย เพียงแค่อมๆ ให้ละลายในปาก รอยาออกฤทธิ์แปปเดียว อาการปวดก็จะทุเลาลง เมื่อถึงจุดหมาย แค่ดื่มน้ำตามมาก ๆ ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ เข้าไปรอในห้องน้ำได้เลย ที่ผ่านมาในระยะเวลา 1 เดือน ตัวเองใช้ยานี้ไปแล้ว 4 ครั้ง และระบบขับถ่ายของร่างกายยังเป็นปกติ แม้จะไม่ได้กินยา

ส่วนที่นำเรื่องนี้มาโพสในเฟซบุ๊กไม่ได้ต้องการจะเปิดขาย หรือพรีออเดอร์ เพียงแต่ประทับใจในสรรพคุณ และการออกฤทธิ์ของยา โดยเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่ชอบมีอาการเหมือนกัน จึงนำมาบอกต่อ พร้อมฝากถึงคนที่จะทดลองใช้ยาชนิดต่างๆ ต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนใช้ยาแต่ละชนิด ว่าตรงกับอาการที่เป็นหรือไม่ เพราะยาบางตัวมีข้อห้าม หรือข้อจำกัดต่อโรค

เรื่องนี้ ทางผู้สื่ออมรินทร์ทีวีไปสอบถามกับ นพ.ศุภวัฒน์ วราพรมงคลกุล อายุรแพทย์ทั่วไป ประจำโรงพยาบาลยันฮี ถึงเรื่องยาตัวนี้ คุณหมอบอกว่า ยาหยุดถ่ายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม จะมีสารสกัดชนิดหนึ่ง ออกฤทธิ์ ยับยั้งการบีบตัวของลำไส้ คล้ายๆกับ ยา “อีโมเดียม หรือโลโมติ้ว” ที่คุ้นเคยกันในบ้านเรา ทำให้ลำไส้หยุดชะงัก ไม่บีบตัว จึงชลออาการปวดท้อง และการขับถ่ายออกไปได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนผลข้างเคียงที่ต้องระวัง เนื่องจากยาตัวนี้ จะไปหยุดการทำงานของลำไส้ทันที หากสิ่งตกค้างที่อยู่ในร่างกาย มีการติดเชื้อ จะทำให้เชื้อนั้นอยู่ในร่างกายนานขึ้น และอาจเกิดการอักเสบของลำไส้ได้ ซึ่งหากอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดจนเกิดการเสียชีวิตได้

โดยปกติแล้ว ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้ใช้ยาชนิดนี้ เพราะนอกจากจะออกฤทธิ์ต่อลำไส้แล้ว ยังส่งผลต่อระบบอื่นๆ ของร่างกาย เช่น ม่านตา หรือจอประสาทตา.