10 เหตุการณ์ผ่านไปแต่ยังไม่ลืม! ย้อนดูข่าวที่สุดแห่งปี 2560

ปี 2560 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่มีเหตุการณ์สำคัญและข่าวใหญ่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งในวันนี้ได้รวบรวม 10 ข่าวเด่นรอบปี ตั้งแต่ข่าวสังคม อาชญากรรม การเมือง และข่าวเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่คนค่อนข้างสนใจมาให้ชมอีกครั้งหนึ่ง
 

1.พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

การเสด็จสววรคตคตของพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 รัฐบาลกำหนดไว้ทุกข์ 1 ปี พสกนิกรชาวไทยโศกเศร้าอาลัยทั้งแผ่นดิน ก่อนที่สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 ตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนทั่วสารทิศเดินทางอย่างพร้อมเพรียงโดยมีจุดหมายอยู่ที่พระบรมมหาราชวัง ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังขยายเวลาเข้ากราบพระบรมศพเป็นวันที่ 5 ตุลาคม ซึ่งในวันสุดท้ายมีประชาชนเข้ากราบสักการะถึง 110,889 คน และตลอด 377 วันมีประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพ จำนวน 12,739,531 คน แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง

ก่อนที่จะกำหนดวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ จากนั้นเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. – 31 ธ.ค.60

ขอบคุณภาพ : ก้าว

2. “ตูน บอดี้สแลม” ฮีโร่ของคนไทย

นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ได้จัดโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” โดยวิ่งรวมระยะทางกว่า 2,191 กม. จากใต้สุดแดนสยามที่ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.60 และจะสิ้นสุดในวันที่ 25 ธ.ค.60 รวมระยะเวลา 55 วัน เพื่อนำรายได้สมทบทุนจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ

ตลอดเส้นทางตั้งแต่ภาคใต้ถึงภาคเหนือ เราได้เห็นบรรยากาศที่อบอุ่นตลอดเส้นทาง และเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพและออกกำลังกาย ซึ่งรวมยอดบริจาคทั้งสิ้น 1,236,536,690.59 ล้านบาท

3. “แก๊งเปรี้ยว” สวยสังหารฆ่าหั่นศพ! 

กลายเป็นคดีคดีฆาตกรรมที่คนในสังคมเฝ้าติดตามอย่างใจจดใจจ่อว่าจะสามารถจับกุมตัวมือฆ่าหั่นศพ “น้องแอ๋ม” หญิงวัย 22 ปีได้หรือไม่ ?

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.60 เพื่อนสนิทเข้าแจ้งความว่า น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม หายตัวไป จากนั้นชาวบ้านพบศพหญิงสาวถูกฆ่ายัดถังฝังดินในป่า โดยศพถูกหั่นเป็นสองชิ้น ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะยืนยันว่าเป็นศพลูกจริง ต่อมาตำรวจได้ขอหมายจับ 4 ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฆ่าหั่นศพและซ่อนเร้นอำพรางศพ ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว อายุ 24 ปี, น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น อายุ 25 ปี, น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ อายุ 28 ปี และ นายวศิน นามพรหม อายุ 22 ปี แต่ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ผ่านไปเพียง 1 วัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายวศิน นามพรหม โดยการสนธิกำลังจาก ตม.หนองคาย และ สปป.ลาว โดยจับกุมตัวได้ที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในนครเวียงจันทน์ ก่อนที่จะสารภาพว่าอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ได้ลงมือฆ่า

วันที่ 3 มิ.ย.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าสามารถจับกุมตัวมือฆ่าหั่นศพทั้ง 3 คนได้ และได้มีการประสานรับตัวที่ ตม.เชียงราย ซึ่งทั้ง 3 คนรับสารภาพ ก่อนที่จะนำตัวทั้ง 4 คนทำแผนประกอบคำรับสารภาพและฝากขังในที่สุด

4. โหด! สังหารยกครัวผู้ใหญ่บ้านอ่าวลึก จ.กระบี่ 

เหตุการณ์สะเทือนขวัญ! เมื่อชายฉกรรจ์ 6-7 คน แต่งกายชุดพรางคล้ายทหารพร้อมอาวุธครบมือ และรถยนต์ 2 คัน บุกเข้าไปในบ้านนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านเลขที่ 14/3 ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ก่อนช่วงดึกจะลงมือยิงยกครัว และได้หลบหนีพร้อมนำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส ของผู้ใหญ่ไปด้วย ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้รอดชีวิตโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาล ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตทันที 5 ราย บาดเจ็บ 6 คน ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 3 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิต รวม 8 ราย ตำรวจเร่งสืบสวนเพื่อคลี่คลายคดีทันที ทำให้พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ลงพื้นที่สางคดีด้วยตนเอง ก่อนที่จะสาวไปถึงผู้เกี่ยวข้อง 5 คน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพ ก่อนจะพบปืน 4 กระบอก เครื่องกระสุน และรถยนต์โตโยต้า ยาริส ถูกเผาอำพรางในสวนยางพารา จ.พังงา และหลักฐานอื่นๆ อีกหลายชิ้น

ก่อนจะจับกุมผู้บงการคือ “บังฟัต” ซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล และพวกอีก 2 คน พร้อมสารภาพว่าถูกผู้ใหญ่บ้านข่มขู่เอาชีวิตทั้งครอบครัว เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านนำที่ดินมาจำนองกับตนเองหลายแปลง และทำให้เกิดปัญหาในครั้งนี้

5. ธัมมชโย ธรรมกาย อยู่ไม่อยู่ ? 

คดีพระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี เป็นมหากาพย์ยาวต่อเนื่องจากปี 2559 จนกระทั่งต้นปี 2560 หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำหมายค้นมหาวิหารมงคลเทพมุนี วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี รอบที่ 3 หลังมีคำสั่ง ม.44 ควบคุมให้เป็นพื้นที่พิเศษ เพื่อควบคุมตัวพระธัมมชโย ผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินและรับของโจร

เมื่อวันที่ 16 ก.พ.60 เจ้าหน้าที่ทหารตั้งจุดตรวจสกัดเส้นทางเข้าออกวัด พร้อมตรวจค้นรถทุกคันที่ผ่านเข้าออก ก่อนที่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตามมาสมทบกว่า 1,500 นาย จากนั้นมีคำสั่งห้ามบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ ขณะที่ด้านในวัดพระธรรมกายได้ทำการสวดมนต์ บรรยากาศยังคงสงบเรียบร้อย

ช่วงบ่ายดีเอสไอได้เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ก่อนเจ้าหน้าที่ทยอยเดินออกจากวัด เนื่องจากไม่พบผู้ต้องหาตามหมายจับแต่อย่างใด ซึ่งคดีพระธัมมชโยยังคงเป็นปริศนาต่อไปว่า ยังคงรักษาตัวอยู่ภายในวัดหรือหลบหนีออกต่างประเทศไปแล้ว ?

6. ปริศนา! “น้องเมย” ตกบันได 8 ขั้นหัวใจล้มเหลว หรือ ถูกซ่อมตาย ?

การเสียชีวิตปริศนาของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 หลังครอบครัวนำเรื่องออกมาเปิดเผยว่า บุตรชาย ลูกซ่อมจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากกลับเข้าโรงเรียนได้เพียง 1 วัน โดยทางครอบครัวได้จัดงานศพตามพิธี แต่ไม่ได้เผาศพลูกชายเนื่องจากยังแคงลงใจ กรณีสมองถูกยัดด้วยทิชชู่ และอวัยวะภายในบางส่วนหายไป ก่อนจะเป็นข่าวดังครึกโครม ทำให้กองทัพต้องรีบชี้แจ้งเรื่องดังกล่าว จากนั้นมีคำสั่งโยกย้าย ผู้บังคับการกรมและผู้บังคับกองพันนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร และตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมี พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหารในฐานะประธาน

วันที่ 22 พ.ย.60 ครอบครัวตัญกาญจน์ ได้เดินทางรับชิ้นส่วนอวัยวะของน้องเมย ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ เพื่อส่งให้สถาบันนิติวิทยาสตร์พิสูจน์การเสียชีวิต รอบที่ 2

วันที่ 18 ธ.ค.60 กองทัพ ระบุว่า น้องเมย ตกบันได 8 ขั้นและเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่มีผู้ใดสั่งลงโทษหรือทำร้ายอันอาจเป็นเหตุให้เสียชีวิต และจากการตรวจสรุปภาพรวมได้ว่าไม่พบรอบฟกช้ำภายนอก ส่วนซี่โครงที่หักก็ไม่ตัดประเด็นการทำ CPR นานกว่า 4 ชั่วโมงทิ้ง

ขณะที่ครอบครัวรอผลการชันสูตรการเสียชีวิตรอบที่ 2 เสร็จสมบูรณ์ ก่อนจะเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ และเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ครอบครัวได้เดินทางแจ้งความเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้องเมย แต่ขอไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

7.มหากาพย์ “ครูจอมทรัพย์” แพะหรือแกะ ?

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2548 นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิตในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม ต่อมาถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน และได้รับอภัยโทษเมื่อปี 2558 หลังถูกคุมขังเธอเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมพร้อมขอรื้อฟื้นคดี โดยอ้างว่าเธอเป็นแพะก่อนจะงัดหลักฐานหลายชิ้น กระทั่งเดือน ก.พ.2560 ศาลจังหวัดนครพนมนัดสืบพยานฝั่งผู้ร้องเรียน คือ ครูจอมทรัพย์ และผู้คัดค้านคือตำรวจ ฝ่ายครูจอมทรัพย์เบิกพยาน 11 ราย มีพยานใหม่คือ “นายสับ วาปี” ชาวมุกดาหาร อายุ 60 ปี ที่รับสารภาพกับตำรวจว่าเขาคือผู้ก่อเหตุตัวจริงในปี 2557 ขณะที่ฝ่ายทนายครูจอมทรัพย์ยันหลักฐานผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์รถกระบะครูจอมทรัพย์ไม่พบร่องรอยการชนด้านขวาของตัวรถ

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัว นายประเสิรฐ รูปสะอาด พยานมายืนยันว่า นายสุริยา นวลเจริญ หรือ ครูอ๋อง เพื่อนของคูจอมทรัพย์เป็นผู้ว่าจ้างสารภาพแทนในปี 2556 ขณะที่ “นายสับ วาปี” ได้เดินทางเข้ารับสารภาพว่าเป็นผู้ขับรถชนกับตำรวจ สภ.นาโดน ในปี 2557 และนายอุบล ไชยบัน เผยข้อมูลว่ารถยนต์ของนายสับจอดอยู่ที่บ้านเขา

วันที 18 พ.ย.60 ศาลจังหวัดนครพนมอ่านคำพิพากษาคดีของศาลฎีกา โดยไม่เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาคดีครูจอมทรัพย์ เชื่อมีขบวนการรับจ้างรับผิดแทนจึงมีคำสั่งยกคำร้องของนางจอมทรัพย์ เนื่องจากพยานหลักฐานของนางจอมทรัพย์ที่นำสืบไม่น่าเชื่อถือและไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่รวมทั้งยังมีพิรุธ ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.สกลนคร เข้าจับกุมตัว นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู ที่บ้านพัก จ.สกลนคร ในคดีเกี่ยวกับการรับผิดในการรื้อฟื้นคดีอุบัติเหตุเมื่อปี 2548 หลายข้อหา

จากนั้นตำรวจจับกุม “ครูอ๋อง” ขณะหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ บริเวณแยกสถานีรถไฟ ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งรับสารภาพว่า ได้ว่างจ้าง นาย สับ วาปี รับผิดแทนครูจอมทรัพย์ จำนวน 4 แสนบาท จากนั้นตำรวจภูธรภาค 4 สั่งสืบสวนทุกส่วนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อหาความเชื่อมโยงในการรื้อคดีดังกล่าว

8. “ยิ่งลักษณ์” อดีตนายกฯ หนีคดีจำนำข้าว

“จำนำข้าว” ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกหนึ่งคดีที่ต้องจารึก! น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทยผู้สืบทอดอำนาจจากพี่ชายอันเป็นที่รัก

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.60 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เตรียมอ่านคำพิพากษาของจำเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท แต่ศาลได้เลื่อนอ่านคำพิากษาโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ อ้างว่าป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน และมีอาการวิงเวียนศรีษะอย่างรุนแรง ไม่สามารถมาฟังคำพิพากษาได้ จึงนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งวันที่ 27 ก.ย.60 เวลา 09.00 น.

ต่อมา พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ อดีตรอง ผบก.น.5 ถูกจับพร้อมตำรวจ 2 นาย ก่อนจะรับสารภาพว่า เป็นคนขับรถพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากบ้านพักย่านวัชรพล กทม. เมื่อคืนวันที่ 23 ส.ค.60 ไปส่งยัง จ.สระแก้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการฟังคำพากษาคดีจำนำข้าว

และวันที่ 27 ก.ย.60 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 5 ปี โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รอลงอาญา

9. “ประวิตร วงษ์สุวรรณ” วลีเด็ด! เรือดำน้ำ-ไม่ตายไงแค่สลบ-แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน

ตลอดปีที่ผ่านมา พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีข่าวเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องมากมาย เช่น ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงได้คิดมาตรการห้ามนั่งท้ายกระบะเพื่อความปลอดภัยของประชาชน จนทำให้มีกระแสต่อต้านมากมาย ก่อนที่ “บิ๊กป้อม” จะเผยว่า “ผมเป็นคนคิด ห้ามนั่งแค็บและท้ายรถกระบะ”

ไม่แต่เพียงเท่านั้นพี่ใหญ่ด้านความั่นคงได้สั่งการให้กองทัพเรือชี้แจงการจัดซื้อเรือดำน้ำ จากประเทศจีน พร้อมตอบโต้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาวิจาร์เรื่องดังกล่าวอย่างเผ็ดร้อน ว่า “จำนำข้าวเสียหายกี่แสนล้าน เรือดำน้ำซื้อแค่หมื่นกว่าล้าน เงินหมื่นกว่าล้านซื้อเรือดำน้ำได้ 50 ลำเลยไหม ไม่มีอะไรเสียหายเลยเสียเงินไปแต่ได้ของมา แต่จำนำข้าวหายไปหมดไม่ถึงตัวประชาชน”

คดีการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์​ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตปริศนา หลังครอบครับออกมาร้องผ่านสื่อว่าลูกชายถูกธำรงค์วินัยจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต จากนั้นพลเอก ประวิตรได้ให้สัมภาษณ์ ก่อนจะมีวลีเด็ดเช่น  “ผมก็เคยถูกซ่อมจนหมดสติ แต่ผมมันไม่ตายไง”

ยังไม่จบเพียงเท่านั้นเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะรัฐมนนตรีประยุทธ์ 5 ได้ร่วมถ่ายภาพหมู่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล แต่ภาพที่เผยแพร่ออกไปนั้นถูกชาวเน็ตจับจ้องที่นาฬิกา “ริชาร์ด มิลล์” ราคา 7 หลัก และแหวนเพชรเม็ดโต ก่อนจะมีวลีเด็ดคุ้นหู “นาฬิกาของเพื่อนนักธุรกิจ คนหนึ่งให้ยืมมาใส่ ส่วนแหวนนั้นเป็นมรดกตกทอดจากมารดา”

และเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.60 พลเอกประยุทธ์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนนตรี ว่าให้กำลังใจ “บิ๊กป้อม” อยู่แล้ว ส่วนสื่อก็ “ลดราวาศอก” บ้าง ต้องว่าไปตามกฎหมาย แต่เหมือนจะจบเพียงเท่านั้นชาวเน็ตตาดีนำภาพนาฬิกาหรูที่พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์เคยใส่ออกงาน มาแชร์ผ่านโซเชียลถึงต้องยอมรับเลยว่า แต่ละเรือนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

10. “หวยหายฟีเวอร์” มโนหรือหายจริง ?

คดีหวยอลวนของหนุ่มบุรีรัมย์ถือเป็นจุดเริ่มต้นคดีหวยหายในรอบที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ หลังหนุ่มนางรอง บุกร้องตำรวจหลังลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หาย พร้อมกล่าวโทษเด็กอายุ 14 เป็นผู้ขโมย จากนั้นพบผู้ถูกรางวัลอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ทำให้ตำรวจเร่งสืบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าว ก่อนจะได้บทสรุปว่าหวย 12 นั้นเป็นของสามีภรรยาชาว จ.ร้อยเอ็ด ก็ตาม

ส่วน ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า อดีตนายตำรวจ ที่ จ.กาญจนบุรี ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 รางวัลมูลค่า 30 ล้าน ก่อนจะไปขึ้นเงิน หลังจากนั้นมีข้าราชการครูคนหนึ่งได้เข้าแจ้งความว่าลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หาย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งอายัดเงินจำนวน 20 ล้านจากอดีตตำรวจ ทำให้มีข่าวโด่งดังในช่วงข้ามคืน ก่อนที่เรื่องจะบานปลายเมื่อ กองปราบฯ และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สั่งให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล จากนั้น ผบ.ตร. สั่งให้ จนท.ทำงานรอบด้าน หากพบนายตำรวจเกี่ยวข้องก็จะพิจารณาโยกย้าย เพื่อป้องกันการข้องเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และความโปร่งใสในการตรวจสอบ

คดีหวยหายงอกเป็นดอกเห็ด? คุณยายเมืองสุพรรณ อายุ 72 ปี โร่แจ่งความที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรม หลังลอตเตอรี่งวดประจำวันที 1 ธ.ค.60 เลข 451005 มูลค่ารางวัล 6 ล้านบาทของตนหายไป ก่อนจะพบว่ามีผู้นำสลากดังกล่าวไปขึ้นรางวัล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบพยาน

ส่วนเรื่อง “ป้าดา” กรณีถูก “ป้าติ้น” อ้างว่าถูกลอตเตอรี่ งวดประจำวันที่ 1 เม.ย.59 เลข 066720 จำนวน 5 คู่ ซึ่งเป็นสลากที่ถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท แต่ถูกป้าดาเชิดสลากไปขึ้นเงิน โดยป้าดายืนยันว่าไม่เคยมีการซื้อสลากชุดดังกล่าว ทำให้ป้าดาถูกฝากขังที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี หลังไม่มีเงินประกันตัว

เมื่อปี 58 ที่ผ่านมา ครอบครัวชาวจังหวัดสุรินทร์ ซื้อลอตเตอรี่ ถูกรางวัลที่ 1 และรางวัลแจ็คพอต มูลค่า 34 ล้านบาท หลังจากนั้นได้เซ็นชื่อไว้ที่หลังสลาก แล้วนำไปขึ้นเงิน ผ่านไป 1 ปี เมื่อเดือน พ.ค.59 ปี มีหมายศาลมาที่บ้านว่า ตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์สลากกินแบ่งรัฐบาลที่ครอบครัวตนถูกรางวัล โดยผู้แจ้งความอยู่ จ.ขอนแก่น แต่ครอบครัว ไม่เคยเดินทางไปที่จังหวัดดังกล่าว ก่อนจะชนะคดีดังกล่าวเนื่องจากหลักฐานชัดเจน

ด้านหนุ่มใหญ่ขอนแก่น ที่กล่าวว่าลอตเตอรี่รางวัลแจ็คพอต 30 ล้านบาท หายเมื่อปี 58 นั้น ยืนยันว่าตนเองซื้อลอตเตอรี่จริง หลังจากซื้อเสร็จก็นำไปเก็บใส่ไว้ในช่องเอกสารหน้ารถ แต่พอหลังประกาศผลรางวัลจำได้ว่าลอตเตอรี่ที่ตนซื้อมาถูกรางวัลที่ 1 แจ็คพอต 34 ล้านบาท ไม่ใช่ 30 ล้านบาท เพราะถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 4 ล้านบาท และรางวัลแจ็คพอตอีก 30 ล้านบาท จึงรีบกลับไปดูแต่ก็ไม่พบลอตเตอรี่ดังกล่าวแล้ว

ขณะที่ลุงขับแท็กซี่วัย 62 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจหลังลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 6 ล้าน และรางวัลข้างเคียงหายไป ก่อนที่ผู้ค้าลอตเตอรี่จะนำต้นขั้วมายืนยันว่าลุงไม่ได้ถูกเพราะไม่มีในต้นขั้วอย่างแน่นอน ส่วนลุงยังยืนยันว่าจะหาหลักฐานมายืนยันเพราะมั่นใจว่าถูกแน่นอน

ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ อดีตครูรายหนึ่งร้องอมรินทร์ทีวีว่า ซื้อลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มาเก็บไว้ในลิ้นชักที่ทำงาน แต่ลิ้นชักที่ทำงานเสีย และตนเองรีบเดินทางไปงานศพญาติ หลังจากลับมาปรากฏว่าลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 ก.ค.60 เลข 112360 ซึ่งตนเองซื้อไว้เป็นหวยชุดจำนวน 5 ใบหายไป ขณะที่แม่ค้าขายลอตอตเตอรี่ที่ขายให้ครูได้สั่งให้ยี่ปั๊วที่สนามบินน้ำเช็กว่าเลขที่ถูกรางวัลหรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีเลขที่ถูกแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up