คดีพลิก! สาวใหญ่จุดไฟเผาตัว เจ้าหนี้แฉ ติดพนัน แสร้งจัดฉากเรียกสงสาร (คลิป)

จากกรณีเมื่อวานนี้ (28 ธ.ค. 60) เวลาประมาณ 16.00 น. นางพยอม เพชรโก เจ้าของร้านคาราโอเกะ ย่านเทียนทะเล เดินทางมาที่ศูนย์บริการประชาชน เพื่อร้องเรียนหลังตกเป็นหนี้นอกระบบ และได้ไปทำการกู้เงินที่ธนาคารต่างๆ แต่ทางธนาคารแจ้งว่าการกู้ไม่ผ่าน จึงมาร้องเรียนจนเกิดอาการเครียด และใช้น้ำมันที่เตรียมมาราดตัว พร้อมกับจุดไฟเผาตัวเอง โดยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง สามารถช่วยกันดับไฟไว้ได้ทัน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และโรงพยาบาลพระราม 2

นางพยอม เพชรโก หรือ “น้อย อายุ 32 ปี หญิงที่พยายามเผาตัวเอง

ล่าสุด วันนี้ (29 ธ.ค. 60) นางพยอม เพชรโก หรือ “น้อย” อายุ 32 ปี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือน ส.ค. ตนได้ปิดร้านคาราโอเกะ ย่านเทียนทะเลไป เนื่องจากหมุนเงินไม่ทัน ประกอบกับเป็นหนี้นอกระบบ ด้วยยอดเงิน 250,000 บาท จากเจ้าหนี้ทั้งหมด 5 ราย

หลังจากนั้น วันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงไปทำเรื่องกู้เงินในระบบต่างๆ แต่ไม่สามารถกู้เงินได้ ตนจึงเดินทางไปศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล ทางเจ้าหน้าที่ ได้ติดต่อธนาคารให้ 2 ครั้ง แต่ปรากฎว่า กู้เงินไม่ผ่าน เพราะขาดคุณสมบัติบางอย่างไป

ทางเจ้าหน้าที่ จึงดำเนินเรื่องไปที่กระทรวงการคลัง เพื่อให้ช่วยเหลือ ตนยอมรับว่า เคยเดินทางไปที่ศูนย์บริการประชาชนประมาณ 5 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวาน (28 ธ.ค.) มาร้องเรียนเป็นครั้งที่ 6 เพื่อปรึกษาปัญหาดังกล่าว แต่ในใจคิดว่าคงไม่มีทาง ทางเจ้าหน้าที่บอกให้รอ เนื่องจากเรื่องที่ขอมาให้ช่วย ยังมีการติดขัด จึงตัดสินใจจุดไฟเผาตัวเองทันที พร้อมยอมรับว่า ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพราะไม่มีทางออก

นางพยอม บอกอีกว่า ส่วนตนแค่อยากนำเงินกู้ในระบบ ไปใช้หนี้นอกระบบเท่านั้น ไม่เคยคิดหนี ยืนยันว่า จะคืนเงิน แต่อาจจะล่าช้า พร้อมยืนยันว่า เจ้าหนี้ไม่เคยข่มขู่ และไม่เคยมาทวงอะไรทั้งสิ้น แต่ทุกสิ่งเกิดจากความเครียดส่วนตัว เมื่อพ่อแม่ และญาติทราบก็ตกใจ ขณะนี้ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลพุพองบริเวณหน้าท้อง ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ หมอบอกว่า อีก 1-2 สัปดาห์ แผลจะหายเป็นปกติ

ท้ายที่สุดนี้ นางพยอม บอกว่า ตนเก็บความเครียดไว้คนเดียว และเก็บไว้มานาน หากย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ทำแบบนี้อีก ล่าสุดสบายใจขึ้น พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือ และฝากเตือนสติทุกคนที่จะกู้เงินนอกระบบ ต้องบริหารทุกอย่างให้ดี ส่วนตนหลังจากนี้ จะตั้งใจทำงานหาเงินต่อไป

จากนั้น ทีมข่าวได้เดินทางไปที่ร้านคาราโอเกะ ย่านเทียนทะเล ได้พูดคุยกับ นางกฤตาภรณ์ สวนปรารมณ์ อายุ 55 ปี เจ้างของร้านคาราโอเกะ เปิดเผยว่า ตนเป็นเจ้าของร้าน และเป็นผู้ให้ นางพยอม เช่าพื้นที่ขายเครื่องดื่ม ตั้งแต่เดือน ต.ค. ปี 2559 โดย นางพยอม เช่าเพียง 9 เดือน ก่อนที่ นางพยอม จะหายตัวไป โดยไม่บอกกล่าว และร้านไม่ได้ปิดตามที่ นางพยอม กล่างอ้าง

นางกฤตาภรณ์ บอกอีกว่า ตนรู้เรื่องที่ นางพยอม เผาตัวเอง จากเพื่อนร่วมงานของ นางพยอม ทราบว่า นางพยอม ไม่อยากเผชิญหน้ากับคนทวงหนี้ จึงหนีไปเอง

นอกจากนี้ นางกฤตาภรณ์ ยังเปิดเผยอีกว่า นางพยอม ติดหนี้นอกระบบเยอะ ที่ผ่านมา ได้ยินข่าวว่า ไปเอาทองคำแท่ง ที่กู้มาจากเจ้าหนี้นอกระบบ ไปขายแล้วนำเงินมาเล่นการพนัน จนเสียเงินไปหลายบาท

นางกฤตาภรณ์ สวนปรารมณ์ อายุ 55 ปี เจ้างของร้านคาราโอเกะ

อย่างไรก็ตาม นางกฤตาภรณ์ ยืนยันว่า นางพยอม สร้างเรื่องยืมเงินคนแถวนี้เยอะมาก และไม่เคยมีความเครียดเรื่องเงินกู้นอกระบบ แต่อาจจะเครียดเรื่องคนที่มาตาม ทั้งนี้ หลานชายตนเคยโดน นางพยอม ยืมเงินไป 3,000 บาท โดยบอกว่า สุดท้ายก็ไม่คืน ที่สำคัญ ก่อนเกิดเรื่อง นางพยอม ยังร้องเพลงคาราโอเกะกับสามี และลูกอยู่ในห้อง พร้อมกับสั่งอาหารมารับประทานอย่างมีความสุข

ท้ายที่สุดนี้ นางกฤตาภรณ์ อยากฝากถึงนางพยอม ว่า “ทำอะไรไว้จะได้รับกรรมนั้น คิดไม่ดี ก็จะได้อะไรที่ไม่ดี ถ้าคิดแบบนี้ แล้วทำให้คนอื่นเดือดร้อน เดี๋ยวกรรมจะตามสนอง” ส่วนตน อาจจะไปแจ้งความที่ สน.แสมดำ เพราะนางพยอม เอาร้านไปอ้างทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่งที่ นางพยอม ไปจุดไฟเผาตัวเอง ตนเห็นว่า เป็นการโกหกสร้างเรื่อง จนสามารถนำไปแสดงหนังได้

น.ส.บัว (นามสมมติ) พนักงานเสิร์ฟภายในร้านคาราโอเกะ

ขณะที่ น.ส.บัว (นามสมมติ) พนักงานเสิร์ฟภายในร้านคาราโอเกะ เปิดเผยว่า ตนมาสมัครงานกับ นางพยอม เมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ทำไปไม่ถึงเดือน นางพยอม ได้โทรศัพท์มาขอร้องให้ตนค้ำประกันให้ ตอนนั้นสงสารเห็นว่าเดือดร้อน จึงค้ำประกันให้ โดยมีการเซ็นเอกสารสัญญาต่างๆ แต่พอค้ำประกันให้ไม่ถึงสัปดาห์ นางพยอม ก็ถอนหุ้นไป ช่วงนั้น นางพยอม ได้เงินไปก้อนหนึ่งประมาณหลักหมื่น ตนจึงพยายามตามหาและโทรศัพท์ แต่กลับติดต่อไม่ได้ ตนคาดว่าคงหนีไปกบดานสักแห่ง

ที่ผ่านมา เวลานางพยอม เข้ามาที่ร้านแล้วทานข้าวเสร็จ ประมาณ 21.00-22.00 น. ก็จะหายไปเล่นการพนัน กลับมาที่ร้านอีกครั้งเวลาประมาณ 24.00-01.00 น. ตนก็ต้องมาชดใช้เงินที่ นางพยอม ไปกู้มา เนื่องจากตนเป็นผู้ค้ำประกัน และต้องจำยอมใช้เงินไป ดอกละ 400 บาท กว่า 2 เดือน ถึงจะจัดการเสร็จสิ้น

น.ส.บัว บอกว่า ตนไม่โกรธ นางพยอม แต่เชื่อว่าเวรกรรมมีจริง ใครที่ทำอะไรไว้ ต้องได้รับผลกรรม คนแถวนี้โดน นางพยอม หลอกเอาเงินไปเล่นการพนันหมด

นอกจากนี้ ตนเคยเห็นว่า นางพยอม พกสาลิกาลิ้นทองในตัวตลอด เพราะนางพยอม อ้างว่า เคยอยู่กับหมอผีมา พูดอะไรทุกคนจะเชื่อ นางพยอมชอบขู่ว่า จะจุดธูปแช่งคน หากไม่ให้ยืมเงิน ตนคิดว่า นางพยอม ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ขนาดถึงขั้นเคยยึดกุญแจรถจักรยานยนต์ลูกค้าในร้านไว้ เพราะลูกค้าไม่ให้ทิป 200 บาท

ทีมข่าวได้โทรศัพท์พูดคุยกับเจ้าหนี้นอกระบบรายหนึ่ง ที่ระบุว่า นางพยอม กู้เงินไป 20,000 บาท เพื่อไปเล่นการพนัน แต่ปรากฎว่าพอนำเงินไป วันถัดมาก็หายตัว ไม่ได้รับการติดต่อกลับ โทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้ โดยคิดว่า นางพยอมตายไปแล้ว เพราะเงินยังไม่ได้ ถ้านักข่าวไม่โทรศัพท์มา ตนไม่รู้ว่านางพยอมมีชีวิตอยู่ ส่วนตนไม่เคยส่งคนไปทวงหนี้ และหากนางพยอมจุดไฟเผาตัวเองจริง น่าจะเรียกตนไปดูด้วย เพราะได้ข่าวว่าไปหลอกเจ้าหนี้รายอื่นไว้เยอะเหมือนกัน

keyboard_arrow_up