แชร์สนั่นโซเชียล! 9 วาทะเด็ดแห่งปี 2560 ของ ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’

เผลอแปปเดียวปี 2560 กำลังจะผ่านไปแล้ว และ 2561 กำลังจะย่างก้าวเข้ามา เราลองย้อนไปดูกันหน่อยดีกว่าว่า ในรอบปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าววาทะอะไรเด็ดๆ ไว้บ้าง

“แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน”
จัดเป็นวาทะสุดฮาส่งท้ายปีกระชากเรตติ้ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับกรณีแหวนเพชรและนาฬิกาหรูราคาแพงที่มีมูลค่าเกิน 2 แสนบาทที่ท่านรองนายกฯ เผยว่า ทั้งแหวนเพชร และนาฬิกาหรูดังกล่าวไม่ใช่สมบัติของตัวเอง เป็นของแม่และของเพื่อนให้ยืมมาใส่แอ็ก หรือใส่มาถ่ายรูปโชว์เท่านั้น! หลายๆ คนอาจสงสัยว่าเพื่อนคนไหนที่ใจดีสปอร์ตกทม. ขนาดนั้น อยากจะบอกว่าคงไม่ทัน เพราะมีรายงานข่าวว่าเพื่อนคนนั้นตายไปแล้ว

“ลดราวาศอกกันหน่อย”
และจากการที่สื่อนำเสนอข่าว กรณีแหวนเพชรและนาฬิกาหรู ของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อย่างไม่ลดลาวาศอก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงเรื่องนี้ว่า “ให้กำลังใจท่านตลอดอยู่แล้ว พลเอก ประวิตร เข้มแข็งพอ เพราะท่านเป็นทหาร ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เด็กๆ กันแล้ว สื่อก็ลดราวาศอกกันบ้าง…”

““ผมก็เคยโดนซ่อมจนเกินกำลังจะรับได้ จนสลบไปเหมือนกัน แต่ผมไม่ตาย”
จะเรียกว่าเป็นช่วงทอปฟอร์มของท่านรองนายกฯ ก็ว่าได้ เพราะยังมีอีกวลีที่กลายเป็นไวรัลแบบชั่วข้ามคืน เมื่อท่าน พล.อ.ประวิตร ได้แสดงทัศนคติเกี่ยวกับกรณีของน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิต หลังบิดามารดานำร่างไปชันสูตรและพบอวัยวะภายในหาย ว่า “ผมก็เคยโดนซ่อมจนเกินกำลังจะรับได้ จนสลบไปเหมือนกัน แต่ผมไม่ตาย เรื่องเหล่านี้ก่อนจะรับเด็กเข้ามาต้องตรวจเช็กร่างกายเป็นอย่างดี แต่เข้ามาแล้วเป็นโรคฮีทสโตรกก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ที่ผ่านมา สัดส่วนนักเรียนเสียชีวิตจากโรคนี้จะน้อย แม้ว่าจะโดนซ่อม แต่ร่างกายแข็งแรง” เลยกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ถึงคำพูดของ พล.อ.ประวิตร จนเกิดกระแสในโลกโซเชียล “ประวิตร ซ่อมไม่ตาย” และนำรูปไปตัดต่อพร้อมกับแคปชั่นต่างๆนานา

“อย่าให้ผมตลกมากเลย นึกถึงภาพพจน์ นายกฯบ้าง”
ในการประชุมครม. เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนการประชุม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานมหานครผลไม้ 2017 FRUITPITAL FAIR และงานเปิดสวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี นายกรัฐมนตรีได้ลองชิมทุเรียน และผลไม้ต่างๆ ซึ่งช่วงหนึ่งนั้นพิธีกรในงานเชิญชวนให้นายกฯนำทุเรียนมาทาบที่ปากเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนรอยยิ้ม แต่นายกรัฐมนตรีได้หยิบพูทุเรียนมาถ่ายรูปประกอบแทน และกล่าวว่า “อย่าให้ผมตลกมากนักเลย นึกถึงภาพพจน์นายกฯบ้าง”

“เค้ายิ่งไล่ ผมก็ยิ่งอยู่”
วาทะนี้เกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ขึ้นเวทีกล่าวกับประชาชนภายหลังจากเดินทางไปลงพื้นที่ตรวจราชการ และติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในพื้นที่ จ.นครพนม พร้อมกล่าวถึงผู้ที่โจมตีหรือด่ารัฐบาลว่า “อยากรู้จริงๆ ว่าพวกคุณทำไปทำไม ขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำตามความต้องการของพวกเขาอยู่แล้ว อยากจะพูดอะไรก็พูดไป วันนี้ผมเห็นประชาชนเดือดร้อน ผมอยากช่วยเหลือ ขอบอกไว้เลยถ้าคนไทยไม่พัฒนาขึ้นภายใน 5 ปีอันตราย แต่เมื่อพูดแบบนี้กลับไปก็โดนด่า แต่ในเมื่อคุณว่าผม ผมก็จะตอบแบบนี้ เค้ายิ่งไล่ผมก็ยิ่งอยู่ ใครเห็นด้วยขอให้ยกมือ ผมไม่ใช่นักการเมืองคงไม่ต้องหาเสียง แต่อยากถามความคิดเห็นพวกคุณเท่านั้น

“อย่ามาขึ้นเสียงกับผม”
ในการเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อปฏิบัติภารกิจและประชมครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 27-28 พ.ย.ที่ผ่านมา ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีจะเดินไปเยี่ยมชมนิทรรศการ ปรากฎว่ามีชาวประมง จ.ปัตตานี ได้ร้องเรียนนายกรัฐมนตรีอยากให้แก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับการทำประมงที่กำหนดให้ ชาวประมงสามารถออกเรือไปทำประมงได้ 220 วันต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปทำให้ผู้ประกอบอาชีพประมงประสบกับภาวะขาดทุน เป็นหนี้เป็นสินจากต้นทุนที่สูงขึ้น อยากให้แก้กฎหมายเพิ่มวัน ซึ่งระหว่างอธิบายนายภรัณยู ได้ใช้เสียงดัง เพื่อเเข่งกับเสียงของนายกฯที่พูดผ่านไมค์โครโฟน ทำให้นายกฯไม่พอใจตวาดกลับมาว่า “อย่ามาขึ้นเสียงกับผม พูดดีๆก็ได้ ผมพร้อมรับฟังปัญหา แต่ต้องดูผลกระทบภาพรวมเรื่องประมงและการส่งออกด้วย หากขัดระเบียบกฎเกณฑ์ของต่างประเทศ”

“ใครผัวทิ้งมาบอกผม”
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ลงพื้นที่ที่ จ.นครราชสีมา โดยกล่าวตอนหนึ่งระหว่างการพบปะประชาชนที่ศาลาอเนกประสงค์สวนสาธารณะเทศบาลต.หัวทะเล อ.เมือง ว่า “อย่ามัวแต่สนใจข่าวดาราจะรักจะเลิกกัน ไม่ได้เกี่ยวกันเลย อยากให้เขากลับมาคืนดีกัน แต่ตัวเองผัวยังทิ้งอยู่เลย ใครผัวทิ้งมาบอกผม เรื่องนี้ผิดกฎหมายไม่ได้ กฎหมายให้มีเมียเดียว จะมีกิ๊กก็ไม่ได้ กฎหมายกำลังออก”

“ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำ… หาอาชีพเสริมให้ประชาชนเช่นการประมง”
30 ตุลาคม 2560 นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังจังหวัดอ่างทองเพื่อพบปะผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมกล่าวตอนหนึ่งกับประชาชนว่า “ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำ ซึ่งรัฐบาลมีโครงการต่างๆเพื่อบริหารจัดการน้ำ” และ “ขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดไปหาอาชีพเสริมในช่วงฤดูกาลน้ำท่วมให้กับประชาชนเพื่อมีรายได้ด้วย เช่นอาชีพของการประมง”

“ทำไมไม่ตัดยางแล้วปลูกผลไม้อย่างอื่นบ้าง”
11 กรกฎาคม 2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยกล่าวว่า “ทำไมไม่ตัดยางแล้วปลูกผลไม้อื่นบ้างในบางพื้นที่ มันก็จะมีรายได้ตรงนี้ขึ้นมา ถ้าไม่แก้ไขตรงนี้ ราคายางก็อยู่แค่นี้ มันไม่มีขึ้นหรอก วันโน้นกับวันนี้คนละเวลากัน โลกมันไม่ใช่แบบเดิมแล้ว โลกมันเปลี่ยนแล้ว อย่าไปคิดแบบเต่าล้านปีกันเลย”

keyboard_arrow_up