บุกตำหนักใบประกาศร่างทรง โชว์หรา กระทรวงศึกษาฯ รับรอง อ้างคนให้อาคมขลัง แต่ติดคุก (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี” ได้โพสต์รูปภาพประกาศนียบัตร ที่อ้างว่า เป็นของกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ออกให้ พร้อมกับข้อมูลที่ระบุชื่อจริง และนามสกุล ซึ่งเป็นนักเรียน จากสำนักสักยันต์ตำหนักพ่อแก่ สอบได้ตามหลักสูตรประทับทรง และในใบประกาศ ยังมีตราประทับ คล้ายรูปพ่อแก่ปู่ฤาษี โดยมี พระอธิการสมหวัง โอภาโส อาจารย์บรมครู ร่างพ่อแก่องค์แรกของภาคตะวันออก เซ็นชื่อในใบรับรอง

ภายหลังที่เรื่องราวถูกแชร์ออกไปในโลกสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดกระแสวิพาษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีหลักสูตรนี้บรรจุด้วยจริงหรือไม่

ล่าสุด วันนี้ (25 ธ.ค. 60) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่สำนักสักยันต์ดังกล่าว ในพื้นที่ จ.ชลบุรี พบว่าอยู่บนเขา มีลักษณะเป็นบ้านปูนชั้นเดียว โดยพบกับ นายบุญส่ง บัวคำ หรือที่รู้จักกันในชื่อ อ.ส่ง เสริมดวง เล่าให้ฟังว่า เรื่องนี้เริ่มจาก ช่วงปี 2547 มีเพื่อนที่ จ.จันทบุรี มีคนมาชวนไปงานไหว้ครูที่ตำหนักพ่อแก่ ตั้งอยู่ที่พัทยา และได้เห็นว่า มีการเปิดสอนหลักสูตรประทับทรงอยู่ก่อนแล้ว เป็นการสอนเกี่ยวกับอักขระต่างๆ

ใบประกาศนียบัตรที่มอบให้อาจารย์ส่ง

ต่อมา ตนได้รับอุบัติเหตุ ถูกเตะก้านคอ จนหมดลมหายใจไป 2 ชั่วโมง มารู้ตัวอีกครั้ง ตอนฟื้นขึ้นมา ทราบว่าปู่ฤาษี เป็นคนช่วยไว้ จนมานั่งสมาธิ และรู้สึกได้ว่า มีเรื่องเหล่านี้เข้ามาภายในสมอง บวกกับตัวเองเป็นคนชอบเรื่องดังกล่าวตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และอยากรู้ว่า เวลาที่คนสักแล้วของขึ้นเป็นอย่างไร จึงคิดว่า วันหนึ่งจะมาสักที่แห่งนี้ให้ได้ เพราะเกิดความศรัทธา และกลับมาสัก เกิดอาการของขึ้น ช่วงนั้นรู้สึกตัวทุกอย่าง แต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึ่ง อ.ประเวศ ผู้ออกประกาศนียบัตรให้ บอกไว้ว่า ต่อไปตัวเองจะได้เป็นอาจารย์สอน

นายบุญส่ง บัวคำ หรือ อ.ส่ง เสริมดวง

อาจารย์ส่ง ยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้เรียนหลักสูตรนี้ แต่อาจารย์ประเวศ ได้ออกประกาศให้ เพราะเห็นว่า ตัวเองสามารถประทับทรงได้ หลังได้ประกาศมา ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะเคยได้ยินประวัติเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาว่า มีการไหว้ครูในสำนักพระราชวัง เป็นเรื่องที่มีมาแต่โบราณ จนตนเองคิดว่า คงมีบรรจุในกระทรวงศึกษาฯ

อาจารย์ส่ง บอกอีกว่า เปิดสำนักนี้มา 4 ปี แล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นการสักยันต์ และสอนอักขระ ให้กับคนที่สนใจ จนถึงตอนนี้ มีคนที่มาสักกับตัวเองประมาณ 800 คน ส่วนคนที่มาเรียน จะใช้เวลาเรียน 1 หลักสูตรประมาณ 6 เดือน

ขณะเดียวกัน หลังจาก นายบุญส่ง หรือ “อ.ส่ง เสริมดวง” บอกกับทีมข่าวว่า ตำหนักพ่อแก่ของ นายประเวศ กระจ่าง หรือ อ.ประเวศ เจ้าพนักงานตรวจสอบ ผู้ที่มีชื่ออยู่ภายในใบประกาศนียบัตร อยู่ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

เมื่อทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบว่า ตำหนักพ่อแก่ของ อ.ประเวศ เป็นลักษณะบ้านชั้นเดียว ด้านหน้าตำหนักค่อนข้างรกร้าง ถูกปิดตาย มีเพียงสัญลักษณ์ข้อความที่เขียนว่า “ตำหนักพ่อแก่” เนื่องจาก ไม่มีผู้อยู่อาศัยมาหลายปี

จากการสอบถาม คุณทราย (นามสมมติ) ให้ข้อมูลว่า คนละแวกนี้ไม่ทราบว่า อ.เฒ่า ที่อยู่บ้านหลังดังกล่าว คือ อ.ประเวศ หรือไม่ และไม่มีใครรู้จักชื่อ และนามสกุลของอาจารย์ แต่จะเรียกกันว่า “อาจารย์เฒ่า” ตอนนี้ อาจารย์ไม่ได้อยู่บ้านนี้ เนื่องจากหายไปเป็นระยะเวลาประมาณ 3-4 ปี

คุณทราย (นามสมมติ)

คุณทราย บอกอีกว่า อ.เฒ่า ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ ตั้งแต่ตอนที่ตนยังเป็นเด็ก ช่วงเวลานั้น อ.เฒ่า สนิทกับพ่อตนมาก จึงมีการเดินทางไปมาหาสู่กันตลอด

ก่อนที่ อ.เฒ่า จะย้ายมาตั้งตำหนักพ่อแก่ ได้มีคนรู้จัก แนะนำให้มาซื้อบ้านหลังนี้ ใช้ชื่อคนที่อาจารย์รู้จักซื้อ โดย คุณทราย เปิดเผยอีกว่า อาจารย์ใช้การเป็นร่างทรง เคยไปขอลดหย่อนจ่ายเงินค่าบ้าน หลังจากเมื่อ อ.เฒ่า เริ่มมีชื่อเสียง ได้มีปัญหาผิดใจกับ คนแนะนำให้มาซื้อบ้าน จึงแยกย้ายกันไป ก่อนที่ อ.เฒ่า จะมาเปิดตำหนักพ่อแก่ อย่างเป็นทางการ

หลังจากนั้น ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ต่างให้ความศรัทธา อ.เฒ่า คนที่แวะเวียนมาหา มักจะขับรถหรู รวมทั้งงานไหว้ครูที่จัด จะจัดอย่างยิ่งใหญ่มาก โดยมีพิธีกรรมเช่น การนั่งในกระทะน้ำมันที่เดือด, การนำมีดมาฟันกัน และเดินลุยไฟ ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งพ่อตนที่ก่อนหน้านี้เป็นคนกลัวเข็ม แต่ตอนหลังกลับมาสักยันต์ และเข้าสำนักทุกเช้า-เย็น

ระยะเวลากว่า อ.เฒ่า จะมีชื่อเสียง ใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ปี คุณทราย เล่าว่า รู้แค่ว่า ที่สำนักของ อ.เฒ่า มีการรับสักยันต์ เพราะอาจารย์เคยชวนตนสักยันต์ แต่ใบประกาศนียบัตรของกระทรวงศึกษาธิการ ตนไม่ทราบว่า มีจริงหรือไม่ เพราะเห็นเพียงป้ายสักยันต์ ติดหน้าบ้านเพียงอย่างเดียว และช่วงนั้นตนไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก จึงไม่แน่ใจว่ามีการเปิดสอน และการมอบใบประกาศนียบัตร

ช่วงเวลานั้น ตำหนักจัดพิธีกรรมตอนกลางคืน ดูเข้มขลัง และศักดิ์สิทธิ์ จนน่ากลัว เห็นคนของขึ้นเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพ่อตน หลังจากสักยันต์แล้ว ชีวิตกลับไม่ดีขึ้น ตนเชื่อว่าอาจจะไม่ได้มาครอบครู จึงทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง และล้มป่วยหลายครั้ง

คุณทราย เปิดเผยอีกว่า เมื่อก่อนภายในบ้านของ อ.เฒ่า จะมีรูปปั้นพ่อแก่ปู่ฤาษี, พระเครื่อง, รูปภาพภายในถ้ำต่างๆ  จะไม่รกร้างเช่นนี้

เมื่อช่วงปีที่แล้ว ตนมีโอกาสเจอน้องชายของอาจารย์ ได้บอกตนว่า อาจารย์ไปจำศีลที่วัด และตอนที่เจอแฟนอาจารย์ ได้บอกตนว่า อาจารย์ไปจำศีลที่วัด

ทั้งนี้ เคยมีคนเล่าให้ตนฟังว่า ช่วง 2 ปีก่อน อ.เฒ่า ไปประเทศลาว แล้วใช้แบงก์ปลอมในการซื้อสินค้า จึงถูกตำรวจจับกุมติดคุกที่เรือนจำประเทศลาว ส่วนบ้านหลังนี้ถูกธนาคารยึดไปแล้ว แต่ของในบ้านยังมีอยู่

 

keyboard_arrow_up