ซวยซ้ำ! “น้องจูน” อดีต รปภ.สาว เน็ตไอดอล ถูกสวมบัตรหลอกขายพระ

น้องจูน อดีต รปภ.สาว เน็ตไอดอล ถูกมือดีแอบอ้างบัตรประชาชนหลอกขายพระ พร้อมยืนยันไม่เคยลืมบัตร ปชช.ไว้ที่ไหน นอกจากให้ตำรวจไว้ตอนไปสอบปากคำ

น.ส.วัลย์ลดา กันตพลจรัณธร หรือน้องจูน นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชั้นปีที่ 3 ที่เคยทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมเป็น รปภ.ที่ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จนกลายเป็นกระแสช่วงกลางปีที่ผ่านมาในสื่อสังคมออนไลน์ ล่าสุดน้องจูนเปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า ตนทราบว่ามีผู้นำรูปบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองไปแอบอ้างขายพระเครื่อง โดยหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 13,000 บาท

น้องจูนเล่าว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา เวลา 11.40 น. ตนเองกำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้าน มีโทรศัพท์เบอร์แปลกโทรเข้ามาตนจึงรับสาย ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายสอบถามว่า ชื่อวัลย์ลดาหรือเปล่าใช่คนที่ไปหลอกขายพระหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้ปฏิเสธไป ชายคนดังกล่าวก็ซักถามอีกว่าบัตรประชาชนอยู่ที่ตัวเองหรือเปล่า เคยไปลืมบัตรประชาชนไว้ที่ไหนบ้าง ,ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่าอะไร ซึ่งตนก็ตอบไปตามความจริง

หลังจากนั้นผู้ชายคนนี้ก็ส่งรูปถ่ายบัตรประชาชนของตนเอง พร้อมกับเฟซบุ๊กของผู้ที่แอบอ้างมาให้ดู ซึ่งรูปโปรไฟล์เป็นผู้หญิง ระบุที่อยู่คือ จ.ศรีสะเกษ หลังทราบเรื่องพี่สาวกับพ่อของตนได้ทักแชทไปหาผู้หญิงคนนี้ แต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ กลับมา

น้องจูนยืนยันว่า ตนเองไม่เคยถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองส่งไปให้ใคร หรือทำธุรกรรมอะไร รวมถึงไม่เคยให้ใครยืม หรือลืมไว้ที่ไหน ตนจะระวังตลอดเพราะเป็นเอกสารสำคัญ / แต่เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตนไปให้ปากคำเจ้าห้าที่ตำรวจ ที่สภ.หนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ในคดีอุบัติเหตุรถชน ซึ่งตำรวจได้ขอบัตรประจำตัวประชาชนของตนไปถ่ายเอกสาร และไม่ได้คืนบัตรตัวจริงมาให้ ตนเข้าใจว่าตำวจอาจจะเก็บไว้เพื่อทำคดี ผ่านไปประมาณ 5-6 วันตำรวจก็ฝากพ่อมาคืนให้ ตนไม่รู้ว่าคนที่ทำมีจุดประสงค์อะไร อยากให้คนที่หากินด้วยการหลอกคนแบบนี้ อยากให้หางานสุจริตทำดีกว่า เพราะนอกจากตัวเองจะถูกดำเนินคดีแล้ว ยังทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย

ก่อนหน้านี้เคยมีคนนำรูปของตนเองไปโพสต์ขายครีมและสบู่แล้วโกงเงินแบบนี้ ตนจึงอยากฝากเตือนทุกคนว่า หากจะซื้อสินค้าทางออนไลน์ ให้ตรวจสอบให้ดี สังเกตุจากจำนวนคนกดไลก์ก็ได้ หรือ รีวิวต่างๆ เพราะปัจจุบันมิจฉาชีพมีเยอะ

ด้านนายธนันท์รัฐ กันตพลจรัณธร พ่อของน้องจูน เล่าว่า ตนได้โทรศัพท์กลับไปสอบถามผู้ชายที่โทรมาหาน้องจูน ทราบว่าเป็นตำรวจ เนื่องจากเมื่อน้องจูนบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของเขาไว้ ปรากฎภาพไลน์ของผู้ชายคนนี้ใส่ชุดตำรวจ แต่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร หรืออยู่สภ.ไหน โดยทราบว่าเป็นน้องชายของผู้เสียหาย / ตนพยายามจะสอบถามรายละเอียดอื่นๆ แต่เขาก็ไม่ตอบ และบอกว่าจะแจ้งความน้องจูน ตนก็ตอบกลับไปว่ายินดี เพราะมั่นใจว่าน้องจูนไม่ได้ไปหลอกลวงใครแน่ นอกจากนี้ตนยังโทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สอบปากคำน้องจูน ว่ารูปบัตรประจำตัวประชาชนของน้องจูนหลุดไปได้อย่างไร ทางตำรวจก็ยืนยันว่าไม่มีข้อมูลรั่วไหลแน่นอน

อย่างไรก็ตามเพื่อความสบายใจ ทนายส่วนตัวได้แนะนำให้ตนเข้าแจ้งความกับกองปราบปรามเพื่อให้ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะตนรู้สึกว่ามีหลายอย่างน่าสงสัย เช่น ตำรวจที่โทรมาทราบเบอร์โทรของน้องจูนได้อย่างไร

ขณะที่อาการของน้องจูน จากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดดีขึ้นสามารถเดินเองได้แล้ว แต่ประสาทตาได้รับผลกระทบทำให้ดวงตาทั้งสองข้างพร่ามัว เหมือนมีม่านมาบังตาไว้ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้เต็มตา จากคนสายตาปกติก็กลายเป็นคนสายตาสั้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องความจำ พูดอะไรไป ผ่านไปครู่หนึ่งก็จะลืม รวมถึงขาข้างขวายังทรงตัวได้ไม่ดี เวลาเดินก็จะมีอาการเซหรือหกล้มบ้าง

 

keyboard_arrow_up