กมธ.เสียงข้างมากยอมถอย ถอดวาระติดดาบ ป.ป.ช. ดักฟังโทรศัพท์-แชทไลน์

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 60 ที่ประชุม สนช. ได้นัดสมาชิกประชุมเมื่อเวลา 09.00 น. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. … ต่อจากวานนี้ ในประเด็นการบัญญัติใหม่ที่เพิ่มอำนาจพิเศษให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ล้วงข้อมูลส่วนตัวเชิงลึก ของบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเข้าข่ายทุจริตและร่ำรวยผิดปกติ ทั้งการดักฟังโทรศัพท์ เจาะอีเมล์และแชทไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากประชุมผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิต สมาชิก สนช. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. …. และกรรมาธิการเสียงข้างมาก ยอมถอนบทบัญญัติดังกล่าวออก โดยให้เหตุผลว่าในวันนี้อาจยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเพิ่มอำนาจดังกล่าว และหากยังไม่ได้ข้อสรุปก็อาจจะยืดเยื้อ โดยกรรมาธิการฯ หารือกันแล้ว จึงขอถอนเรื่องนี้ออกไปก่อน ขณะที่ผู้แทนฝ่าย ป.ป.ช. ก็งดขออำนาจการแฝงตัว และการสะกดรอยตามด้วย

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิต

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มประชุม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ในนามตัวแทนกลุ่ม แอคชั่นเจนและประชาธิปไตยศึกษาและกลุ่มสตาร์ทอัพพีเพิล พร้อมตัวแทนกลุ่ม อ่านแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึกข้อเรียกร้องให้มีการเปิดอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่บริเวณสวนสัตว์ดุสิตฝั่งตรงข้ามรัฐสภา หลังทางกลุ่มมองว่าไม่มีหน่วยงานใดเข้าตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ และคำสั่งบางประการละเมิดสิทธิประชาชน โดยมี นายพงศ์กิตติ์ อรุณภักดีสกุล ข้าราชการรัฐสภาที่ปรึกษาด้านการเมือง การปกครองและการบริหารจัดการ เป็นตัวแทนรับหนังสือร้องเรียน

จ่านิวยื่นหนังสือร้องเรียน

ทั้งนี้ นายสิรสิชญ์ ยังระบุด้วยว่า จะรอดูท่าทีของทาง สนช.ในระยะเวลา 1 เดือน หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จะยกระดับการเรียกร้องจากภาคประชาชน แม้ คสช.จะติดตาม ไม่ให้มีการจัดเวที ก็ยืนยันว่า จะพยายามจัดเวทีให้ได้

keyboard_arrow_up