ยังไม่จบ! ครอบครัวหนุ่มอ่างทองถูกชนพิการเรียกค่าเลี้ยงดู 3 ล้าน บริษัทประกันวอนรื้อคดีใหม่ (คลิป)

บริษัทประกันภัยเข้าเจรจาไกล่เกลี่ยหาข้อสรุปกับครอบครัวของหนุ่มชาวอ่างทอง หลังครอบครัวออกมาร้องกับสื่อมวลชนว่า ถูกรถชนจนพิการ และไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาใดๆ

วันที่ 21 ธ.ค.60 จากกรณีแม่วัย 48 ปีชาวอ่างทอง ร้องสื่อมวลชนหลังลูกชายผู้เป็นเสาหลักของบ้าน ถูกรถยนต์มาสด้า 2 ชนรถจักรยานยนต์จนพิการในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งคู่กรณีจ่ายค่ารักษาเบื้องต้น 3 หมื่นบาท แล้วคดีเงียบหาย (อ่านเพิ่มเติม : แม่ร้องสื่อ! ลูกชายถูกเก๋งชนพิการคดีไม่คืบ คู่กรณีจ่าย 3 หมื่นหายจ้อย)

ล่าสุดวันนี้ ที่ สภ.บางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นางธีรนันท์ ชื่นหัดไทย พร้อมด้วยนายอนันต์ ชื่นหัดไทย บิดา- มารดาของนายอนุรักษ์ ชื่นหัดไทย ผู้ได้รับบาดเจ็บและพิการจากอุบัติเหตุรถยนต์ยนต์ชนท้ายเดินทางมาจาก จ.อ่างทอง เพื่อเข้าร่วมการเจรจาหาข้อสรุป กับบริษัทประกันภัยรถยนต์ของคนขับรถยนต์คู่กรณี โดยมีคนขับรถยนต์ และนายธวัชชัย พุ่มโต อาของผู้ขับขี่รถยนต์เข้าร่วมด้วย

ซึ่งการเจรจาครั้งนี้ทั้งสองฝ่าย ได้ขอร้องให้พนักงานสอบสวน ช่วยนัดเจราจาเรื่องค่าสินไหมทดแทนอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผู้เสียหาย ได้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจำนวน 3 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยมี พ.ต.ท.เรืองยศ เกษรบัว รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.บางปะอิน และร.ต.ท.เสนีย์ พาชอบ พนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน เจ้าของคดี ร่วมรับฟังด้วย

นางธีรนันท์ มารดาของผู้เสียหาย เผยว่า อยากให้ครั้งนี้เป็นการพูดคุยครั้งสุดท้าย เนื่องจากล่าช้ามานานถึง 3 เดือน ครอบครัวของตนลำบากมาก ต้องไปหยิบยืมเงินญาติๆ มาเป็นค่ารักษาดูแลลูกชายรวมขณะนี้ก็หลายหมื่นบาท เนื่องจากรายได้ของครอบครัวหายไป จากการที่ลูกชายประสบอุบัติเหตุจนพิการ ส่วนตนก็ต้องหยุดงานมาดูแลลูก จึงหวังว่าจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน เพื่อนำมาใช้หนี้และเก็บไว้ดูแลลูกต่อไป

ด้านเยาวชนชาย คนขับรถยนต์ บอกว่า ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยังรู้สึกผิดมาจนถึงตอนนี้ เนื่องจากอุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้ อีกฝ่ายถึงขั้นพิการ ซึ่งหากย้อนเวลากลับไปได้ตนจะระมัดระวังให้มากกว่านี้ ซึ่งวันนั้นตนกำลังขับรถมุ่งหน้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี และขับรถมาคนเดียว แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก จนบอกไม่ได้ว่าใครเป็นฝ่ายผิด แต่ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจ พยายามจะหลบแล้วแต่ไม่พ้น หลังเกิดเหตุแล้วตนก็ไม่ได้หนีไปไหน เนื่องจากเป็นห่วงคนเจ็บ อยู่ช่วยจนกระทั่งรถพยาบาลมารับคนเจ็บไปโรงพยาบาล

โดยทางตนเองได้มอบเงินช่วยเหลือ ครอบครัวของคนเจ็บ 3 หมื่นบาท เป็นค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งเป็นการให้ตามหลักมนุษยธรรมและยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทอดทิ้ง อาของตนติดต่อกับครอบครัวคนเจ็บอยู่ตลอด รวมถึงติดต่อสอบถามกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ ซึ่งตนได้ทำประกันภัยชั้น 1 ไว้ เพื่อจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่คอบครัวคนเจ็บเรียกร้อง แต่ตนก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใด ทางบริษัทประกันภัยจึงล่าช้า มีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่มาแล้วถึง 3 ครั้ง และวันนี้ก็เป็นเจ้าหน้าที่คนใหม่อีก ส่วนตัวอยากให้ครอบครัวของคนเจ็บได้รับการเยียวยาที่สมน้ำสมเนื้อ เนื่องจากเห็นใจที่ต้องพิการไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้อีก

ซึ่งหลังการเจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากบริษัทประกันภัย ขอให้พนักงานสอบสวนเรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีใหม่ และค่าสินไหมทดแทนที่ฝ่ายคู่กรณีเรียกร้องคือ 3 ล้านบาท เกินทุนประกันที่สามารถจ่ายได้เพียง 1 ล้านบาท.

keyboard_arrow_up