สนช.ตีตก ‘ดักฟัง-เช็กโซเชียล’ หนุน ป.ป.ช.ทำงานครบวาระ 9 ปี

ที่ประชุม สนช. วันนี้ มีการพิจารณาร่างกฎหมาย ป.ป.ช. เพื่อลงมติวาระ 2 และ 3 ขณะที่ยังมีข้อถกเถียงเรื่องการเพิ่มอำนาจ ป.ป.ช. เข้าถึงข้อมูลทางโทรศัพท์ และแชทไลน์ บุคคลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยด้วย

วันที่ 21 ธ.ค.60 การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา มีวาระสำคัญ คือ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต วาระ 2 และ 3 ซึ่งในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการได้เพิ่มเติมอำนาจ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้สามารถสืบค้นข้อมูลของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และประชาชน ผ่านช่องทาง โทรศัพท์ โทรสาร และอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด รวมถึงโซเชียลมีเดียทั้งหมด โดยข้อเสนอนี้เป็นแนวคิดของกรรมาธิการ สัดส่วน ป.ป.ช. ซึ่งให้เหตุผลว่า วิธีการนี้มีความเป็นสากลที่หลายประเทศให้อำนาจ ป.ป.ช. ดำเนินการเช่นนั้นได้

อีกทั้งในประเทศไทยก็มีองค์กรหลายองค์กร ที่สามารถจะสืบค้นข้อมูลได้ และหากให้อำนาจ ป.ป.ช. สืบค้นได้เช่นกัน เชื่อว่าจะช่วยให้ ป.ป.ช. สรุปคดีได้เพิ่มมากขึ้น และก่อนหน้านี้ ที่ประชุมกรรมาธิการยัง ได้เสนอให้อำนาจ กรรมการ ป.ป.ช. สะกดรอยตามผู้ที่สงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีได้แต่กรรมาธิการส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยประเด็นนี้จึงตกไป นอกจากนี้กรรมาธิการยังปรับแก้เรื่องการดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ให้อยู่จนครบวาระ 9 ปี ซึ่งร่างเดิมของ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้รีเซตกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน และให้อยู่เท่าที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น

ล่าสุด การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีวาระสำคัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ต่อในวาระ 2 และ 3 โดยร่างนี้มีทั้งสิ้น 193 มาตรา กรรมาธิการแก้ไข 99 มาตรา เพิ่มขึ้น 14 มาตรา มีกรรมาธิการสงวนความเห็น 10 คน

โดยสาระสำคัญที่ต้องจับตา คือ มาตรา 37/1 ซึ่งกรรมาธิการกำหนดขึ้นมาใหม่ เพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.สามารถดักฟังโทรศัพท์ เจาะแชทไลน์ อีเมลล์ บุคคลที่พึ่งสงสัยได้ว่ามีพฤติกรรมทุจริต โดยมาตรานี้มีมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และ สนช.หลายคนไม่เห็นด้วย อาทิ กรธ. นายวิชา มหาคุณ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ และล่าสุด นายสมชาย แสวงการ ขอให้ตัดมาตรานี้ออก เพราะอำนาจเยอะเกินไปเหมือนเป็นดาบสองคม

ส่วน เรื่องการดำรงอยู่ของกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน กรรมาธิการเสียงข้างมาก กำหนดให้อยู่ต่อไปจนครบวาระ 9 ปี ซึ่งเรื่องนี้มี สนช.ส่วนใหญ่สนับสนุน อาทิ นายสมชาย แสวงการ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นายธานี อ่อนละเอียด เป็นต้น ขณะเดียวกันกรรมาธิการฝั่ง กรธ. ก็ขอสงวนคำแปรญัตติ ไม่เห็นด้วย

นอกจากนี้ ยังมีมาตราที่น่าสนใจ อาทิ มาตรา 100 ที่กำหนดให้ผู้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสต้องแสดงบัญชีทรัพย์ ต่อ ป.ป.ช. ด้วย และ มาตรา 104 กำหนดยกเลิกการเปิดเผย ภาพถ่ายทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

keyboard_arrow_up