‘เสียใจถูกกล่าวหา…’ ฟัง ‘แม่บ้าน-คนงาน’ ยืนยันไม่ได้ขโมย ‘ลอตเตอรี่ 30 ล้าน’ ของครู

ที่ จ.นครสวรรค์ ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา มูลค่า 30 ล้านบาทยังคงหาไม่เจอ หลังจากที่หายไปจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของครูไพศาล ซึ่งสงสัยว่าอาจจะถูกแม่บ้านที่เข้ามาทำความสะอาดห้องช่วงที่ไปทำธุระต่างจังหวัดขโมยไป

ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับ นางน้อย กลัดพันธ์ อายุ 33 ปี หรือเอ็น แม่บ้าน ตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย ที่ครูไพศาล พรเจริญ อายุ 57 ปี ข้าราชการครู และเจ้าของโรงงาน DDK เมทัลชีท ระบุไว้ โดย นางน้อย เปิดใจกับเราที่แรกยืนยันว่า ได้เข้าไปทำความสะอาดห้องทำงานของครูไพศาลจริง แต่ไม่ได้ขโมยล็อตเตอรี่ไป และไม่เคยไปยุ่งกับของที่เป็นของส่วนตัวของครูไพศาล แต่จากหน้าที่ของตัวเองที่ต้องคอยไปทำความสะอาดห้อง และโต๊ะของครูทุกวัน เมื่อลอตเตอรี่ของครูหายไป ตนจึงตกเป็นผู้ต้องสงสัย

อย่างไรก็ดี ได้ทราบจากคนงานที่กำลังช่วยกันค้นหาลอตเตอรี่ของครูที่หายไปอยู่ ก่อนที่เบสคนงานอีกคนหนึ่งจะบอกให้ครูเปิดกล้งวงจรปิดดู เพราะสงสัยว่าแม่บ้านจะเป็นคนขโมยไป ตนจึงปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไปเพราะเล่นหวยไม่เป็น

“ขอยืนยันว่า ตนไม่ใช่ขโมย และกล้าสาบาน เพราะหากขโมยจริง คงพาลูก และสามีหนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว ยอมรับว่าอึดอัด เสียใจและผิดหวังที่ครูไพศาล คิดว่าตนเป็นขโมย ทั้งที่ทำดีด้วยทุกอย่าง แต่กลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก พร้อมทั้งถูกตำรวจเรียกไปสอบปากคำ ส่วนที่ไม่ได้กลับไปทำงานที่โรงงานอีกหลังจากให้ปากคำเสร็จ เนื่องจากครูไพศาลบอกว่า ไม่ต้องมาทำงานแล้ว จึงออกมา” นางน้อย กล่าว

นางน้อย บอกว่า เคยคิดที่จะแจ้งความกลับครูไพศาล ที่กล่าวหาว่าตนเป็นขโมย ทั้งๆ ที่ผลการสอบปากคำ ยืนยันได้ว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ยังกังวล เนื่องจากตัวเองเป็นคนจน ไม่มีเงินสู้คดี หากครูแจ้งความกลับอีก และคิดว่าถ้าต้องแจ้งความกันไปมาเรื่องจะไม่จบ จึงคิดว่าการนิ่งคือทางที่ดีที่สุด แต่หากหลังจากนี้ยังมีการกล่าวหาตนซ้ำอีก จะแจ้งความกลับแน่นอน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวของเรา ได้คุยกับคนงานของครูไพศาลอีกหนึ่งคน ซึ่งเป็นคนใกล้ชิด และเป็นอีกหนึ่งคนที่ครูสงสัย คือ นายวิชัย ศรีเพชร หรือ อ๊อด อายุ 38 ปี คนงานของครูไพศาล ยอมเปิดใจกับทีมข่าวว่า ตัวเองทำงานอยู่กับครูมาประมาณ 3 ปี คอยช่วยงานทุกอย่าง ทั้งขับรถพาไปหาหมอ และงานอื่นๆ ที่ถูกเรียกใช้ จนครูไพศาลไว้ใจ และดึงเข้ามาเป็นเป็นผู้จัดการโรงงาน หลังคนเก่าลาออกไป

ส่วนวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ครูไพศาลเดินทางไปต่างจังหวัด ได้โทรศัพท์มาสั่งตนให้เข้าไปช่วยดูความเรียบร้อยของห้อง ปิดแอร์ถอดปลั๊กไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้อง แต่เพราะไม่รู้ว่าปลั๊กที่ดึงออกไปเป็นกล่องของกล้องวงจรปิด จึงดึงปลั๊กนั้นออกไปด้วย ทำให้วงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ เพราะคิดว่าเป็นเครื่องเล่นซีดี เนื่องจากครูเป็นคนชอบดูซีดีจึงคิดว่าเปิดทิ้งไว้

ส่วนลอตเตอรี่ของครูไพศาลที่หายไป ตนไม่ทราบ แต่จากการที่อยู่ใกล้ชิด เห็นว่าครูเป็นคนชอบเสี่ยงโชค เมื่อพบแผงลอตเตอรี่จะซื้อเก็บไว้เป็นประจำ ซึ่งวันที่ครูไปซื้อลอตเตอรี่ที่แผงของป้าวี ก็อยู่ด้วยแต่ไม่ได้มองว่าซื้อเลขอะไร

“เป็นคนขับรถพาครู และตำรวจไปหานางน้อย แม่บ้านที่ครูสงสัยที่บ้านด้วยตัวเอง แต่กลับกลายเป็น 1 ในคนที่ครูสงสัยว่าขโมยลอตเตอรี่ไป รวมถึงครูค่อนข้างเป็นคนเจ้าอารมณ์ และสภาพการเงินของครูค่อนข้างมีปัญหา ได้รับค่าแรงไม่ตรงเวลา จึงตัดสินใจว่าจะไม่ไปทำงานอีก แต่ไม่ได้ลาออกเป็นเรื่องเป็นราว ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ เพราะถ้าตนขโมยไปจริง คงไม่ต้องมาทนลำบากทำงานเป็นลูกจ้างใครอีก” นายอ๊อด กล่าว.

keyboard_arrow_up