ครูกาฬสินธุ์สุดทน! ร้อง ‘บิ๊กตู่’ ย้าย ผอ.เรียกเก็บเงินแลกเลื่อนขั้น-เมาเหล้า-ขู่ฆ่าลูกน้อง

ข้าราชการครูกาฬสินธุ์หอบเอกสารและคลิปวีดีโอร้องศูนย์ดำรงธรรมและศึกษาธิการจังหวัด เพื่อขอให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน หลังเรียกเก็บเงินครูคนละ 3 หมื่น เพื่อแลกกับการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ แถมขู่ฆ่า ลูกน้องสุดทนอัดคลิปยื่นเรื่อง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 แต่เรื่องไม่คืบ

คณะครูโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 6 คน นำเอกสารและคลิปวิดีโอหลักฐานเข้ามอบเพิ่มเติมให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมทั้งเข้าสอบถามความคืบหน้าจากศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ หลังจากคณะครูได้นำเอกสารและคลิปวีดีโอ ซึ่งอ้างว่าเป็นหลักฐานในการเรียกเก็บเงินของผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อแลกกับการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ ซึ่งเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการแล้วแต่กลับไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาได้นำเรื่องเข้าขอความเป็นธรรมกับสำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 โดยมีนางสาวชุลีพร ภูสมศรี ผอ.ศูนยดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ และดร.สมหวัง พันธะลี ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ เป็นผู้รับเรื่อง ต่ไม่มีการดำเนินการใดๆและเรื่องเงียบหายไป

นางวาสนา พงษ์รัชตะ ตัวแทนคณะครูที่เข้าร้องเรียน กล่าวว่า สาเหตุที่ตนและคณะครูรวมทั้งหมด 6 คน เดินทางเข้าร้องเรียนกับ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยผ่านศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ และ ศึกษาธิการจ.กาฬสินธุ์ นั้น เนื่องจากมองว่าคณะครูไม่ได้รับความเป็นธรรมและทำให้อาชีพข้าราชการครู ซึ่งมีถูกขนานนามว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติเสื่อมเสีย เพราะพฤติกรรมผู้อำนวยการมีการเรียกเก็บเงินจากข้าราชการครูเพื่อแลกกับการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 2 ขั้น รายละ 30,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมามีคณะครูที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดเต็มความสามารถแล้วแต่กลับไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน และมีหลายคนถึงแม้ทำดีแล้วแต่ก็ต้องยอมจ่ายเงินถึงจะสามารถได้ขั้นเงินเดือน

ทั้งนี้ที่ผ่านมาคณะครูหลายคนเคยทักทวงหลายครั้ง เพราะการกระทำลักษณะเช่นนี้นั้นเป็นการส่งเสริมให้คนทำไม่ดีแล้วเอาเงินซื้อได้แล้วกลายเป็นคนดี แต่ผอ.กลับไม่ยอมฟังและยังมีพฤติกรรมเรียกเก็บเงินอยู่เหมือนเดิม ซึ่งเรื่องดังกล่าวนอกจากจะทำให้เสื่อมเสียแล้ว ยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเด็กนักเรียน และสังคม เพราะตนเองทำไม่ดีแล้วจะไปทำหน้าที่สอนคนอื่นได้อย่างไร จนกระทั่งคณะครูหมดความอดทนต่อพฤติกรรมต้องอัดคลิปวีดีโอไว้ ซึ่งขณะอัดคลิปนั้นเป็นการประชุมคณะครูของโรงเรียน และในที่ประชุมมีการถกเถียงกันเรื่องการจ่ายเงินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนกับผอ.ดังนั้นจึงนำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว

นางวาสนา กล่าวอีกว่า หลังจากผอ.มารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลากว่า 7 ปี ได้พิจารณาขั้นกรณีพิเศษให้กับภรรยาของตนเองถึง 3 ครั้ง และมีการบริหารงานสร้างความแตกแยกในหมู่คณะครู ไม่อยู่ในหลักธรรมาภิบาล ขาดความเชื่อถือศรัทธาจากผู้ปกครองและชุมชน อีกทั้งยังทำให้คณะครูขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และหวาดกลัว เนื่องจากมีพฤติกรรมเมาสุราในเวลาราชการ และข่มขู่ฆ่าเอาชีวิตคณะที่หลายคน ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไปจะทำให้โรงเรียนไม่มีการพัฒนา ส่งผลเสียถึงเด็กนักเรียนและชุมชน ดังนั้นทางคณะครูจึงเรียกร้องให้มีการย้ายผอ.ออกจากพื้นที่โดยด่วน และดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมในการเรียกเก็บเงิน เพื่อไม่ให้เป็นการเสื่อมเสียต่อจรรยาบรรณวิชาชีพครู

ด้านนางสาวชุลีพร ภูสมศรี ผอ.ศูนยดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทางศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ได้รับเรื่องร้องเรียนจากคณะครูตั้งแต่วันที่เข้ามาร้องเรียนแล้ว พร้อมทั้งเร่งประสานไปยังศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามขั้นตอน และให้รายงานผลกลับมาโดยด่วน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของข้าราชการจะต้องเร่งดำเนินการทันที นอกจากนี้ยังได้ทำหนังสื่อติดตามความคืบหน้าไปยังศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ 2 ครั้งอีกด้วย ซึ่งเท่าที่ทราบน่าจะอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเรื่องดังกล่าวจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ขณะที่ ดร.สมหวัง พันธะลี ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นตัวแทนศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวทางศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ ได้รับไว้ และไม่ได้นิ่งดูดาย แต่เนื่องจากทางศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ติดภารกิจราชการประชุมเร่งด่วน เบื้องต้นหลังจากรับเรื่องของคณะครูก็จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอทันที เพื่อที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

keyboard_arrow_up