แฉสถานรับเลี้ยงเด็ก ทำลูกหัวแบะอ้างตกเปล แม่อึ้งคราบเลือดบนถังขยะถึงรู้ความจริง ? (คลิป)

หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพลูกชาย มีรอยแผลเหวอะลึก บนหน้าผาก อย่างน่าหวาดเสียว พร้อมข้อความว่า “ตนเลี้ยงลูกมาไม่เคยเป็นแผล ใครทำให้ลูกเป็นแบบนี้ต้องชดใช้ พร้อมฝากเตือนถึงผู้ที่คิดจะนำลูกไปฝากเลี้ยง ว่าไม่มีใครเลี้ยงลูกได้ดีเท่าตัวเราเอง”

ล่าสุด วันนี้ (20 ธ.ค.) น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) แม่ของเด็กชายในภาพ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ตนได้นำลูกชายวัย 1 ขวบ 3 เดือน ไปฝากเลี้ยงที่เนอสเซอรี่ ย่านนวนคร วันแรกลูกปกติดี แต่ผ่านมา 3 วัน สังเกตว่า ลูกจะร้องไห้ งอแงไม่อยากไป จนกระทั่งเมื่อวานที่ผ่านมา (19 ธ.ค.) ทางเนอสเซอรี่ได้โทรศัพท์มาแจ้งตนว่า ขณะที่ครูไปเข้าห้องน้ำ น้องได้ปีนตกเปล ทำให้หัวแตกนิดหน่อย ตอนนั้นตนคิดว่าลูกคงไม่เป็นอะไรมาก หน้าผากอาจจะฟกช้ำหรือปูดโน แต่ด้วยความกังวลใจ เพราะทางครูเนอสเซอรี่ แจ้งว่าแผลลึกเล็กน้อย ตนจึงรีบกลับมาที่ เนอสเซอรี่ และพบว่า หน้าผากน้องมีแผลขนาดใหญ่เกินกว่าที่คาดคิด

น.ส.โอ๋ บอกว่า ตอนนั้นตกใจมาก จึงรีบเรียกรถแท็กซี่เพื่อนำน้องไปส่งโรงพยาบาล เพราะกลัวว่าแผลจะแห้ง แล้วเย็บไม่ได้ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลหมอได้ทำแผลให้ลูกชาย โดยเย็บแผลเป็นแนวยาว 1 เข็ม เทียบกับแผลผู้ใหญ่ เย็บประมาณ 5 เข็ม และได้ตรวจเอ็กซเรย์สมองด้วย แต่ไม่พบความผิดปกติ ส่วนด้านลูกชาย ยังคงร่าเริงปกติ ไม่ได้มีอาการร้องไห้เสียงดัง หรือเจ็บปวดจากบาดแผล

น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) แม่ของเด็กชายในภาพ

หลังจากเกิดเหตุ ตนจึงตัดสินใจโพสต์รูปลงบนเฟซบุ๊กด้วยความโมโห เพราะตนเลี้ยงลูกมาไม่เคยมีแผลสักนิดเดียว แต่ครั้งนี้เป็นแผลใหญ่เกินกว่าจะรับได้ และมารู้ภายหลังว่า ทางเนอสเซอรี่โกหกว่า ลูกชายตกเปล เมื่อตนไปดูหลักฐานรอบๆ สถานที่เกิดเหตุ คาดว่าลูกชายน่าจะไปชนกับถังขยะ เพราะเห็นว่ามีรอยเลือดที่ถังขยะ ทางเนอสเซอรี่ไม่ได้ชี้แจงว่า เหตุเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะเล่าเหตุการณ์วกไปวนมาโดยตลอด

ตนได้มีโอกาสคุยกับทางเนอสเซอรี่ และตนไม่อยากให้อีกฝ่ายเสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะเนอสเซอรี่ตกลงที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมเป็นเงินกว่า 1,000 บาท และค่าเลี้ยงดูที่ ตนได้จ้างเนอสเซอรี่เพื่อเลี้ยงดูบุตร ทางเนอสเซอรี่จะคืนเงินให้เป็นจำนวนเงิน 4,500 บาท ซึ่งตกลงกันว่าจะจ่ายให้หลังปีใหม่

น.ส.โอ๋ ยังบอกอีกว่า หลังจากนี้ คงไม่กล้านำลูกไปฝากเลี้ยงกับเนอสเซอรี่อีกต่อไป เพราะไม่อยากให้ใครเลี้ยงลูกแทน พร้อมกับฝากเตือนผู้ปกครองทุกคน รวมถึงคนที่รับเลี้ยงเด็กว่า ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้คลาดสายตา ทั้งยังย้ำเตือนว่า ไม่มีใครเลี้ยงลูกได้ดีเท่ากับคนในครอบครัว เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ เป็นใครก็รับไม่ได้

keyboard_arrow_up