แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย! หนุ่มเลือดร้อนชกหน้า ‘แท็กซี่-ลูกสาว’ อ้างโมโหแทนเพื่อน

จากกรณีมีพ่อลูกแท็กซี่คู่หนึ่ง ร้องเรียนเข้ามายังทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ว่าคืนวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 01.00 น. ขณะกำลังขับรถแท็กซี่ไปรับลูกสาวที่บริเวณพุทธมณฑลสาย 1 เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ขับมาชนท้ายรถ ซึ่งคู่กรณีฝั่งรถจักรยานยนต์ได้โทรตามเพื่อนมาประมาณ 20 คน มายังที่เกิดเหตุ ซึ่งทำร้ายแม้กระทั่งลูกสาวของคนขับแท็กซี่อายุ 18 ปี และเข้ามาทุบรถแท็กซี่อีกด้วย

ล่าสุด พลตำรวจตรีบุญญฤทธิ์ รอดมา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 แถลงข่าวหลังจากควบคุมตัว นายธนากร ภิรมย์ อายุ 23 ปี (ผู้ชายเสื้อดำในคลิปวีดีโอ) และนายณัฐวุฒิ รำพึงจิต อายุ 20ปี (หมวกขาวในคลิป) ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกายคนขับรถแท็กซี่ และ ชกหน้าลูกสาวของคนขับแท็กซี่ เพราะโกรธแทนเพื่อนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาชนท้ายรถแท็กซี่ ย่านพุทธมณฑลสาย 1

พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ บอกว่า หลังจากเกิดเหตุ และมีคลิปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ได้สั่งการให้ชุดสอบสวนเร่งควบคุมตัวมาดำเนินคดี โดยจากคลิปวีดีโอ ตรวจสอบแล้วพบว่านายธนากร และนายณัฐวุฒิ ได้ทำร้ายร่างกายคนขับแท็กซี่และลูกสาวของแท็กซี่ทั้ง 2 คน โดยได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา สำหรับนายธนากร ภิรมย์ (ชายเสื้อดำในคลิป) คือร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และ ทำให้เสียทรัพย์ ส่วนนายณัฐวุฒิ รำพึงจิต โดนแจ้งข้อหาเดียว คือ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย รับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา อีกทั้งยังสำนึกผิด และอยากกล่าวขอโทษกับทางคู่กรณี แต่วันนี้ทางคู่กรณีแจ้งว่าไม่ประสงค์ที่จะพบหน้า หลังจากนี้จะมีการสอบปากคำเพิ่มเติมสำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย และจะให้ชุดสืบสวนไปค้นบ้าน เพื่อขยายผลต่อไป

โดยในช่วงบ่ายจะได้นำตัวนายธนากร ภิรมย์ ไปส่งฟ้องศาลแขวงตลิ่งชัน โดยไม่ได้มีการคัดค้านการประกันตัวแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ต้องหาดูสำนึกผิดจริงๆ เป็นการลงมือไปด้วยอารมณ์ และจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบเคยต้องโทษคดีใดๆ

ขณะที่นายธนากร ภิรมย์ ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย คนขับแท็กซี่และลูกสาว กล่าวว่าตนสำนึกผิด ที่ทำไปเพราะอารมณ์ร้อน เห็นเพื่อนหมดสติ อาการบาดเจ็บ และคิดว่าแท็กซี่จะจอดรับผู้โดยสาร จึงปาดหน้าเข้าเลนซ้าย ทำให้เพื่อนตนเบรคไม่ทันและชนท้ายได้รับบาดเจ็บ ตนยืนยันไม่ได้ต่อยผู้หญิง แต่ตั้งใจที่จะต่อยคนขับแท็กซี่ เพราะโกรธที่ทำให้เพื่อนเจ็บ แต่ไม่รู้ว่าไปโดนผู้หญิงได้อย่างไร ตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะไม่เคยทำร้ายผู้หญิง อยากจะมาขอโทษตั้งแต่วันเกิดเหตุ ก็ตามเข้ามาที่ สน.บางเสาธงตั้งแต่วันนั้น แต่ไม่ใช่จะเข้ามาเพื่อตามมาทำร้ายอย่างที่คนขับแท็กซี่เข้าใจว่าพวกตนมาดักรอทำร้าย และตอนนี้มีหลายคนพยายามด่าแม่ของตน ตนอยากบอกว่าอย่าไปลงที่แม่ ตนเป็นคนผิด ให้ลงที่ตนคนเดียว

ส่วนประเด็นที่ว่าแท็กซี่ปาดหน้า หรือขับมาชนท้ายเองนั้น ขณะนี้เพิ่งได้กล้องวงจรปิดมา แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบ แต่ก็จะดำเนินคดีตามข้อเท็จจริง ซึ่ง 2 คดีนี้ต้องแยกกัน เรื่องจราจรก็ส่วนหนึ่ง การทำร้ายร่างกายก็ส่วนหนึ่ง

keyboard_arrow_up