คืนชีวิตให้โดยเร็ว! จนท.เร่งตรวจสอบ คืนสิทธิหนุ่มศรีสะเกษ ญาติแจ้งตายแต่ไม่ตาย

เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ เข้าสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกับหนุ่มวัย 44 ปี เพื่อยืนยันว่ายังมีชีวิต และคืนสิทธิให้กับผู้เสียหาย หลังถูกแจ้งในทะเบียนราษฎร์ว่าเสียชีวิต

กรณีของนายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกแจ้งในทะเบียนราษฎร์ว่าเสียชีวิต โดยเจ้าตัวยืนยันว่าหายไปทำงานบนเรือประมง ที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี จึงไม่ได้กลับบ้าน และถูกแรงงานชาวเมียนมาขโมยบัตรประจำตัวประชาชนไป หลังวานนี้ได้เดินทางไปพบกับตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ไปแล้ว

นายสาคร สาชีวะ

วันนี้ นางทองพูน ไวยพันธ์ ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียน อ.โนนคูณ เข้าสอบสวนญาติและผู้เสียหาย เพื่อยืนยันว่านายสาครไม่ได้เสียชีวิต และชายคนที่ปรากฏตัวอยู่นี้ คือนายสาครตัวจริง โดยทุกคนให้การยืนยันว่านายสาครเป็นลูกหลานของตน และเป็นคนบ้านเหล่าฝ้ายจริง ซึ่งนายสาครได้นั่งกอดและหอมแก้มนางศรีที่เป็นแม่ด้วยความอุ่นใจ

นางทองพูน บอกว่า หลังสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 5 คนแล้ว จะรวบรวมพยานหลักฐานนำเสนอให้นายอำเภอโนนคูณเพื่อทราบ และขออนุมัติเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน จากนั้นจะนำเสนอเรื่องไปยังกรมการปกครองเพื่อขอแก้ไขในระบบข้อมูลทะเบียนราษฏร์ต่อไป ซึ่งนายอำเภอโนนคูณได้สั่งการให้ตนเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ (20 ธ.ค. 60) เพื่อเป็นการให้การช่วยเหลือนายสาครอย่างเร่งด่วน

ซึ่งวันนี้ (20 ธ.ค. 60) นายสาคร ได้พาผู้สื่อข่าวไปที่วัดบ้านเหล่าฝ้าย ตรวจสอบบริเวณที่บรรจุอัฐิของศพ ที่เข้าใจว่าเป็นศพของนายสาคร ซึ่งนายศิริศักดิ์ แม่นทองผู้ ใหญ่บ้านเหล่าฝ้าย บอกว่า หลังจากที่นายสาครกลับมาแล้ว ตนก็ไม่ทราบว่าศพที่เผาไปแล้วนี้เป็นศพของใคร ดังนั้นจะต้องรอให้ทางตำรวจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฏหมาย หากว่าไม่มีการดำเนินการใดๆ ก็จะเก็บอัฐิของศพที่เผาไปแล้วเอาไว้ที่กำแพงวัดแห่งนี้ตลอดไป เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ

keyboard_arrow_up