แม่แฉลูกหวิดพิการ ถูกครูลงโทษซ้ำโยนผิดอ้วนเอง – ครูโต้สั่งลุกนั่งแค่ 150 ไม่น่าเจ็บ (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้โพสต์เรื่องราวของคุณแม่ว่า ลูกสาววัย 9 ขวบ กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถูกคุณครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ ทำโทษสั่งให้ลุกนั่ง 180 ครั้ง เพราะลูกหาคำศัพท์ไม่ครบ ทำให้หัวเข่าอักเสบ และก็เดินไม่ได้อีกเลย หลังจากที่เรื่องราวถูกแชร์ออกไปในโลกสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก

ล่าสุด วันนี้ (19 ธ.ค. 60) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาพูดคุยกับ น.ส.สุพัฒน์ตรา ตั้งมั่น อายุ 37 ปี แม่น้องผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวไปโรงเรียนหลังจากหยุดยาว โดยวันดังกล่าว ลูกต้องส่งการบ้านคือ หาคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ครบ 50 คำ แต่บังเอิญช่วงวันหยุด ลูกสาวไม่ได้บอกว่ามีการบ้าน ประกอบกับตนไปต่างจังหวัด ลูกจึงไม่ได้ทำการบ้าน

น.ส.สุพัฒน์ตรา ตั้งมั่น อายุ 37 ปี แม่น้องผู้เสียหาย

คุณครูจึงสั่งลงโทษให้น้องลุกนั่ง 180 ครั้ง พอตกเย็นตนไปรับลูก ลูกบอกว่ารู้สึกแน่นหน้าอก เพราะโดนคุณครูทำโทษ ตนพยายามถามว่า โดนคุณครูทำโทษเรื่องอะไร พอรู้ว่าลูกไม่ทำการบ้าน จึงบอกลูกว่า ควรโดนทำโทษแล้ว

พอเช้าวันรุ่งขึ้น (7 ธ.ค.) เป็นวันที่ต้องเรียนวิชาพละ ตนกำลังจะไปส่งลูกที่โรงเรียน แล้วสังเกตเห็นว่า ลูกเดินขาโก่งๆ มีอาการเจ็บที่หัวเข่า ต้องใช้มือและแขนในการพยุงตัวเอง แต่ตนคิดว่า ลูกคงอายเพื่อนที่โดนทำโทษ เลยอ้างไม่อยากไปโรงเรียน ตอนนั้นสามีบอกตนว่า ลูกน่าจะถูกทำโทษหนักแน่ๆ แต่ตนไม่เชื่อจึงพาลูกไปส่งที่โรงเรียน

พอมา วันที่ 8 ธ.ค. ตนได้ตกลงกับสามีว่า จะพาลูกไปหาหมอ เพราะอาการของลูกไม่ดีขึ้น หมอได้ตรวจแล้วสรุปผลว่า ลูกหัวเข่าอักเสบ ประกอบกับ ลูกน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน จึงยังเดินไม่ได้ หมอได้นัดดูอาการอีกครั้งในวันที่ 21 ธ.ค. ตนยืนยันว่า ลูกร่างกายแข็งแรงดี ไม่ได้มีปัญหาเรื่องสุขภาพ มีเพียงน้ำหนักที่เกินมาตรฐานเท่านั้น

ขาของ ลูกชายน.ส.สุพัฒน์ตรา ที่อักเสบ

ขณะที่ช่วงบ่ายวันดังกล่าว (8 ธ.ค. ) ตนได้เข้าไปหาผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อชี้แจงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น และนำใบรับรองแพทย์ไปยืนยัน ทางผู้อำนวยการรับฟัง แต่บอกเพียงว่า ลูกตนน้ำหนักเยอะเกินไป จนทำให้หัวเข่าอักเสบ

ช่วงวันที่ 9 ธ.ค. ลูกมีอาการปวดขาข้างขวาอย่างรุนแรง และเริ่มจะไม่มีความรู้สึก ตนจึงพาไปโรงพยาบาล เพื่อทำให้ลูกบรรเทาอาการจากการเจ็บปวด วินาทีนั้น ตนอยากเจ็บแทนลูกเพราะหัวอกคนเป็นพ่อคนเป็นแม่ ต้องมาเห็นลูกอยู่ในสภาพเช่นนี้ รู้สึกทรมานปวดหัวใจเหลือเกิน

ช่วงวันที่ 12 ธ.ค. ตนได้ไปรับลูกอีกคนหนึ่งที่โรงเรียน แล้วไปเจอ “ครูตอง” ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ ที่ทำโทษลูกตัวเอง ได้เข้ามาขอโทษ แต่ตนไม่ได้โกรธ แล้วได้บอกไปว่า “คุณพ่อเขาโกรธมากและเสียความรู้สึกมากนะ อยากจะให้เข้าไปขอโทษคุณพ่อด้วยที่บ้าน” ช่วงเย็น ทางผู้อำนวยการโรงเรียน ครูประจำชั้น และครูตอง ได้เข้ามาโทษครอบครัวที่บ้าน

จนกระทั่งวันที่ 14 ธ.ค. ตนได้เข้าไปที่โรงเรียนอีกครั้ง เพื่อฝากเรื่องไว้ที่เลขาของผู้อำนวยการโรงเรียน ว่าอยากให้ครูตอง ที่ทำโทษลูก เป็นคนพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชน และอยากให้แสดงความรับผิดชอบบ้าง โดยวันที่ 15 ธ.ค. ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้โทรศัพท์มาหาตน เพื่อให้เข้าไปคุย โดยได้ให้เงินค่าเดินทางพาลูกไปรักษาอาการ 1,000 บาท เพราะครูไม่สามารถพาไปรักษาได้ เนื่องจากต้องดูแลเด็กเป็นจำนวนมาก

น.ส.สุพัฒน์ตรา อุ้มลูกเข้าบ้าน

ขณะนี้ตนได้นำเงินไปคืนแล้ว เพราะทางคุณครูที่โรงเรียน พยายามบอกว่า เป็นความผิดของตนที่เลี้ยงดู และดูแลลูกไม่ดี พร้อมกับพยายามหัวเราะเยาะตน หาว่าตนเรื่องเยอะ แล้วย้ำว่าลูกมีโรคประจำตัว จะให้คุณครูรับผิดชอบอะไรอีก เรื่องดังกล่าวผ่านมา 2 สัปดาห์แล้ว ตนพยายามใจเย็น และให้โอกาส แต่ทางโรงเรียนกลับนิ่งเฉย ต่างกับตนที่ต้องพยายามวิ่งหาความช่วยเหลือจากทางโรงเรียน

น.ส.สุพัฒน์ตรา บอกอีกว่า เมื่อตนเห็นลูกนอนร้องไห้ รวมไปถึงต้องอุ้มลูกเข้าห้องน้ำ รู้สึกทรมานแทนลูก โดยวันนี้ตนไม่อยากจะเอาเรื่องใคร และไม่ขอความช่วยเหลือจากโรงเรียนอีก ซึ่งตั้งใจว่าจะดูแลลูก หาทางรักษาให้หายไวที่สุด และยืนยันว่า ไม่ขอให้ลูกเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้อีก

ท้ายที่สุดนี้ อยากฝากให้เป็นอุทาหรณ์กับผู้ปกครองคนอื่น ให้ดูแลลูกดีๆ และหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ อย่าไปยอมง่ายๆ ต้องขอความเป็นธรรมด้วย เพราะลูกใคร ใครก็รัก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เกินไปจริง และวันพรุ่งนี้ (20 ธ.ค.) จะเดินทางไปพบมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี

บรรยากาศโรงเรียน

หลังจากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนดังกล่าว ได้พบกับ ครูตอง ที่สอนวิชาอังกฤษ โดยครูไม่ให้สัมภาษณ์กับทางทีมข่าว และมีสีหน้า กับน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก ให้ข้อมูลเพียงว่า การที่น้องหัวเข่าอักเสบ ไม่ได้เป็นเพราะตน เนื่องจากวันที่ 7 ธ.ค. ที่น้องมาโรงเรียนหลังจากถูกทำโทษ น้องยังวิ่งเล่น ได้ตามปกติ โดยไม่ทราบว่า หัวเข่าน้องอักเสบได้อย่างไร แต่เชื่อว่า ไม่ได้ถูกทำโทษจากตนอย่างแน่นอน เพราะวันนั้นทำโทษด้วยการให้น้องลุกนั่ง 150 ครั้งเท่านั้น และเด็กคนอื่นก็ทำกัน แต่ไม่เห็นมีใครเป็นอะไร

ขณะเดียวกันทีมข่าวได้โทรศัพท์ไปหาผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ปรากฎว่าทางผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุว่า ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการต่อไป พรุ่งนี้ (20 ธ.ค.) ตนจะเข้าไปชี้แจงรายละเอียดกับทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 ด้วย พร้อมบอกย้ำว่า ไม่อยากให้นำเสนอข่าวครูตอง เพราะครูตอง เพึ่งจะเข้ามาสอนได้ไม่ถึง 1 ปี

keyboard_arrow_up