เปิดใจ หนุ่มเกือบตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปลอมยันยศร้อยโท (คลิป)

ก่อนหน้านี้มีกรณีของพนักงานแบงค์คนหนึ่งที่ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์โทรมาหลอกให้โอนเงิน ซึ่งเธอโชว์ไหวพริบในการไล่จี้จนแก๊งคอลเซนเตอร์ต้องถอยไป วันนี้ (19 ธ.ค. 60) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี พบกับชายหญิงคู่หนึ่งที่เกือบจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซนเตอร์ แต่โชคดีที่พวกเขาติดตามข่าว และหลุดรอดจากการตกเป็นเหยื่อมาได้

ผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง ได้แชร์คลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นการบันทึกภาพระหว่างที่แฟนหนุ่มกำลังสนทนากับชายที่แอบอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาล และแจ้งว่าแฟนของเธอติดหนี้อยู่กับธนาคารแห่งหนึ่ง (ธนาคารทหารไทย) จำนวนเงินต้นกว่า 1 แสน 5 หมื่นบาท

คุณสิริสกุล มยุรีสวรรค์ ได้เดินทางไปพบกับคุณสุริโย มิตรครบุรี อายุ 37 ปี และคุณกรรณิกา เอี่ยมทอง อายุ 34 ปี เจ้าของคลิป ซึ่งคุณสุริโยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานประมาณ 10.00 น. ขณะที่คุณสุริโยกับแฟนพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพัก อยู่ๆ ก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา เมื่อรับสายจึงทราบว่าเป็นระบบอัตโนมัติ ก่อนจะถูกโอนสายไปยังชายผู้หนึ่ง ที่ภายหลังอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม แต่ตัวของคุณสุริโยตอนนั้นคิดว่าเพื่อนแกล้ง จึงหลุดให้ข้อมูลชื่อจริงนามสกุลจริง และเลขที่บัตรประชาชนไป กระทั่งคุณกรรณิกา แฟนสาว ได้ยินเข้าพอดี จึงรีบวิ่งเข้ามากระซิบบอกให้คุณสุริโยระวังตัว และรีบอัดคลิปไว้

ทั้งนี้ ชายที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลบอกว่า คุณสุริโยถูกธนาคารแห่งหนึ่งฟ้อง เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2560 เนื่องจากไม่ยอมชำระเงินกู้สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นจำนวน 150,000 บาท ไม่รวมดอกเบี้ย โดยอนุมัติสินเชื่อเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2560 แต่คุณสุริโยยืนยันกลับไปว่าไม่เคยมีประวัติทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารนี้ และไม่เคยไปจังหวัดมหาสารคามด้วย ชายคนดังกล่าวจึงโอนสายต่อไปยังบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศร้อยโท ประจำกองบังคับการคดี เพื่อให้คุณสุริโยแจ้งความลงบันทึกประจำวันผ่านโทรศัพท์

นอกจากมิจฉาชีพจะอ้างเรื่องหนี้สินกับธนาคารแล้ว ชายที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจยังมีการอ้างชื่อตัวละครใหม่ซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคาร โดยระบุว่า มีผู้จัดการธนาคารยักยอกเงินของธนาคารไป แล้วโอนต่อไปยังบัญชีของลูกค้า หนึ่งในนั้นคือบัญชีคุณสุริโย และเงินดังกล่าวยังเป็นเงินที่มาจากการค้ายาเสพติดอีกด้วย ก่อนจะวกกลับเข้ามาขอเลขที่บัญชีเพื่อนำไปตรวจสอบ แต่คราวนี้คุณสุริโยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้

นอกจากนี้ ยังถูกถามอาชีพ รายรับต่อเดือน สถานภาพ และส่วนสูงรูปพรรณสันฐาน ซึ่งทั้งคู่มั่นใจแล้วว่าน่าจะเป็นการล้วงเอาข้อมูลมากกว่า จึงไม่ยอมให้ไปเช่นกัน ก่อนจะตัดบทว่าจะขอเดินทางไปพบตำรวจที่จังหวัดมหาสารคามเอง

 

 

keyboard_arrow_up