ชีวิตพังเพราะสู้คดี! เปิดใจหนุ่มหวยแจ็คพอต 34 ล้านหาย เป็นหนี้เมียขอหย่า (คลิป)

เปิดใจ! ชายชาวจังหวัดขอนแก่นที่เคยแจ้งความลอตเตอรี่รางวัล 1 แจ็คพอต 34 ล้านบาท หายไปและมีคนนำไปขึ้นเงิน แต่สุดท้ายแพ้คดี ทำให้ตอนนี้ชีวิตครอบครัวต้องพังลง

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทีมข่าวอมรินทร์ทีวีนำเสนอข่าวเกี่ยวกับ “ขบวนการฮุบเงินรางวัลลอตเตอรี่รางวัลที่ 1” ว่าเคยมีมาก่อนหน้านี้แล้ว หลังมีผู้ชายคนหนึ่งออกมาเปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ว่า ครอบครัวเขาเคยถูกรางวัลที่ 1 และรางวัลแจ็คพอต เมื่อปี 2558 รวมเงินรางวัล มูลค่าสูงกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งขณะนั้นครอบครัวของเขาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่กลับถูกสามีภรรยาชาวจังหวัดขอนแก่น เข้าแจ้งความว่าขโมยลอตเตอรี่ จนเป็นเรื่องแจ้งความดำเนินคดีก่อนจะขึ้นศาลในเวลาต่อมา

ซึ่งชายรายนี้สงสัยว่าคนที่มาแจ้งความดำเนินคดีกับตนนั้นรู้ได้ยังไงว่าตนถูกเลขดังกล่าว เพราะมีแต่คนในครอบครัวและเจ้าน้าที่สำนักงานสลากกินแย่งรัฐบาลเท่านั้นที่รู้ แต่สุดท้ายครอบครัวเขาชนะคดี เพราะศาลได้นำลอตเตอรี่ตัวจริงมาจากกองสลากฯ เปิดดูแล้วสรุปว่ามีลายเซ็นของญาติเขาอยู่จริง ทำให้คู่กรณีถอนฟ้อง และทางญาติถือว่าเป็นมารผจญจึงไม่เอาเรื่องต่อ

วันนี้ (19 ธ.ค.60) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อพูดคุยกับผู้ที่แจ้งความว่าลอตเตอรี่รางวัลแจ็คพอต 30 ล้านบาท หายเมื่อปี 2558 ที่แรก โดยทีมข่าวพบกับ นายวิทยา แมนสถิตย์ อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น โดยนายวิทยา ยืนยันว่า ตนเองซื้อลอตเตอรี่ เมื่อปี 2558 จริง หลังจากซื้อเสร็จก็นำไปเก็บใส่ไว้ในช่องเอกสารหน้ารถ แต่พอหลังประกาศผลรางวัลจำได้ว่าลอตเตอรี่ที่ตนซื้อมาถูกรางวัลที่ 1 แจ็คพอต 34 ล้านบาท ไม่ใช่ 30 ล้านบาท เพราะถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 4 ล้านบาท และรางวัลแจ็คพอตอีก 30 ล้านบาท จึงรีบกลับไปดูแต่ก็ไม่พบลอตเตอรี่ดังกล่าวแล้ว

ทีมข่าวสอบถามว่าทำไมถึงจำเลขได้ว่าถูกจริงๆ โดยนาย วิทยา ระบุว่า วันนั้นไปเดินหาซื้อเลขท้าย 3 ตัว ซึ่งเป็นเลขในใจที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.กระนวน จ.ขอนแก่น แต่คนขายบอกว่า เลขที่ตนอยากได้มีแต่เลข 3 ตัวหน้า ตนจึงขอดูก่อน ปรากฏว่า เลข 3 ตัวท้าย เป็นเลขวันเกิดของภรรยา ประจวบเหมาะกันพอดี กับเลขที่ตนอยากได้ มาเป็น เลข 3 ตัวหน้าจึงซื้อเอาไว้ หลังจากซื้อเสร็จก็เกิดอาการสั่นๆ รู้สึกดีใจที่เลขทั้งหมดเป็นเลขที่ตรงใจ และยังมีวันเกิดของภรรยารวมอยู่ด้วย จากนั้นก็เขียนชื่อ ที่อยู่ของตนเองและภรยา ด้านหลังลอตเตอรี่

นายวิทยา เล่าต่อว่า ตอนนั้นหลังรู้ว่าถูกรางวัลแจ็คพอตก็ดีใจ คิดอะไรไม่ออกเพราะด้วยความสั่นและดีใจสุดขีด ตั้งสติได้ก็กลับไปหาที่รถแต่ก็ไม่พบลอตเตอรี่ใบดังกล่าว จึงไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และเรื่องถูกส่งฟ้องไปยังศาลจังหวัดขอนแก่น และต่อสู้ในชั้นศาลกระทั่งศาลตัดสินว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับที่ถูกรางวัล จำนวน 34 ล้านบาท เป็นของผู้ที่นำไปขึ้นเงินรางวัล เนื่องจากด้านหลังสลากฯไม่มีชื่อตนเอง

หลังจากเรื่องนี้ผ่านไป 2 ปี นายวิทยา บอกว่า ตอนนี้ชีวิตพังมาก เพราะต้องแยกกันอยู่กับภรรยา เดิมเป็นพ่อค้าขายถุงเท้าตามตลาดนัด แต่หลังจากมีเรื่องของขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะลอตเตอรี่หาย ได้ไปขอยืมเงินญาติพี่น้องมาหลายแสนบาท เพื่อนำมาเดินเรื่องในชั้นศาล หลังคดีจบก็ระหองระแหงกับภรรยามาเรื่องๆจนสุดท้ายต้องแยกทางกัน

นายวิทยา ยืนยัน ว่าตัวเองซื้อลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 แจ็คพอตจริง และข่าวลอตเตอรี่หายที่เป็นกระแสอยู่ช่วงนี้ตนก็ไม่รู้ว่าใครพูดจริงหรือไม่จริง เพราะไม่ได้เห็นหลักฐานยืนยัน ก็ไม่ปักใจเชื่อฝ่ายไหนทั้งนั้น คนที่ไปแจ้งความอาจจะถูกจริงแล้วลอตเตอรี่หายเหมือนตนก็ได้ ส่วนคนที่นำลอตเตอรี่ไปขึ้นเงินก็อาจจะซื้อมาจริงก็ได้ แต่สำหรับตัวเองถ้าจะให้เลือกตอนนี้ระหว่างเงิน 34 ล้านบาท กับครอบครัว ตนขอเลือกครอบครัวและขอให้ลูกเมียกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่

 

keyboard_arrow_up