ฟังอีกมุม! สถาบันใกล้เคียงไม่เชื่อ โรงเรียนกวดวิชาชื่อดังทำร้ายเด็กป.1

พนักงานสถาบันสอนภาษาใกล้เคียง รร.กวดวิชา ที่ถูกร้องเรียนผ่านเพจแหม่มโพธิ์ดำ เผยไม่เชื่อว่าติวเตอร์ทำร้ายเด็ก เพราะผู้ปกครองจะนั่งเฝ้ารอจนลูกเลิกเรียนทุกครั้ง

จากกรณีเพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์รูปภาพเด็กเล็กในลักษณะมีรอยบอบช้ำ พร้อมกับระบุข้อความว่า แม่โวยครูสถาบันติวเข้าป.1โหด ทำร้ายร่างกายเด็กช้ำทั่วตัว ค่าเรียนเป็นแสนมาตรฐานต่ำต้อย แถมมักใช้ความรุนแรงในการลงโทษเพื่อควบคุมพฤติกรรมของเด็ก ซึ่งหลายครั้งที่กลายเป็นการทำร้ายร่างกายเพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้

ทีมข่าวได้เดินทางไปยังสถาบันกวดวิชาย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตามที่ได้ข้อมูลจากผู้ปกครองรายหนึ่งว่ามีติวเตอร์ทำร้ายร่างเด็กนักเรียน พบว่าในวันนี้ไม่มีการเปิดการเรียนการสอนแต่อย่างใด ในห้องปิดไฟ และล็อคประตู ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ภายใน และมีห้องหนึ่งมีเก้าอี้พลาสติกจำนวนมากวางซ้อนกันอยู่ โดยพบว่าบริเวณใกล้เคียงมีสถาบันสอนภาษา คลินิคทำฟัน และร้านเสริมความงาม

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคุณส้ม (นามสมมุติ) พนักงานของสถาบันสอนภาษาใกล้เคียง เล่าให้ฟังว่าปกติ รร.กวดวิชานี้ จะเปิดสอนในวันเสาร์อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ถึงศุกร์ จะเปิดสอนในช่วงเย็นเฉพาะแค่บางวันเท่านั้น การเปิดสอนไม่มีเวลาแน่นอน อาจจะเป็นไปตามคอร์สการสอน อีกทั้งในช่วงนี้เป็นช่วงโรงเรียนเปิดเทอม จึงจะเห็นเปิดเสาร์อาทิตย์ แต่หากช่วงปิดเทอม ประมาณเดือนมีนาคม จะเห็นเปิดสอนทุกวัน ซึ่งจะเห็นเด็กเล็กๆ ประมาณ 3 ขวบ มาเรียนเป็นจำนวนมาก เด็กๆ ก็ดูร่าเริงสดใส แต่ก็เคยได้ยินมีเด็กบางคนบอกกับพ่อแม่ว่าไม่อยากเรียน ซึ่งก็อาจเป็นไปตามวัยของเด็กที่อยู่ในช่วงเล่น และพัฒนาการตามร่างกาย

ส่วนประเด็นที่มีติวเตอร์ทำร้ายร่างกายเด็ก ตนคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะทุกครั้ง ผู้ปกครองของเด็กๆ จะนำเก้าอี้มานั่งรอด้านข้างของโรงเรียนเป็นจำนวนมาก เพื่อรอรับเด็กๆ หลังเลิกเรียน อีกทั้งตนก็เห็นว่ามีติวเตอร์อยู่ 2 คน ก็คือเจ้าของโรงเรียน และแฟนของเจ้าของ ไม่น่าจะทำร้ายเด็ก

ขณะที่ทีมข่าวพยายามโทรศัพท์ไปสอบถามกับคุณครูรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนกวดวิชาที่มีผู้ปกครองร้องเรียนว่าทำร้ายเด็ก ก็ไม่สามารถติดต่อได้

keyboard_arrow_up