หนุ่มถูกปาดคอเกือบตาย คาใจตำรวจเพิ่งจะเปลี่ยนข้อหา “พยายามฆ่า” (คลิป)

จากกรณีที่ชายหนุ่มคนหนึ่ง ถูกคู่อริบุกใช้มีดปาดคออย่างน่าหวาดเสียว จนเกือบเสียชีวิต ได้ร้องขอความเป็นธรรมผ่านเพจดัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิด ในข้อหาทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และพกพาอาวุธเพียงเท่านั้น

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายก่อเหตุ

ล่าสุด วันนี้ (14 ธ.ค.) นายประไณย สุวรรณศรี หรือ “เอส” ผู้เสียหายรายดังกล่าวเล่าว่า วันเกิดเหตุ 30 ต.ค. มีคนร้ายมาด้วยกัน 2 คน โดยจากภาพกล้องวงจรปิด คนที่บุกแทงบริเวณลำคอของตนสวมเสื้อสีส้ม ทราบชื่อต่อมาคือ นายเชษฐ์ และอีกคนที่มาด้วยกันนั้นสวมเสื้อสีขาว ซึ่งทั้งสองคนได้เข้ามาสังเกตการณ์ภายในร้านสนุกเกอร์ ที่ตนเป็นลูกค้าประจำอยู่ตั้งแต่ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะลงมือ

นายเอส เล่าต่อว่า นายเชษฐ์ ได้ใช้จังหวะที่ตนเผลอ เข้ามาใช้มีดปาดคอ พร้อมกับพูดว่า “มึงทำน้องกู” ก่อนที่จะวิ่งหนีขึ้นรถยนต์ที่จอดรออยู่ริมถนนหน้าร้านออกไป โดยกลุ่มเพื่อนของตนส่วนหนึ่ง พยายามขี่จักรยานยนต์ไล่ตาม แต่ตามไม่ทัน ขณะเดียวกันได้มีเพื่อนนำตัวตนส่งโรงพยาบาล

นายประไณย สุวรรณศรี หรือ “เอส” ผู้เสียหาย

ทั้งนี้ ประโยคที่คนร้ายพูดว่า “มึงทำน้องกู” ทำให้ตนรู้ได้ทันทีว่า นายเชษฐ์ ผู้ที่ก่อเหตุ น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับ นายปอง คู่กรณีของเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยเข้าไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทด้วย ซึ่งครั้งนั้นเคยเจรจาตกลงกันด้วยดี และยืนยันว่า นอกจาก นายปอง ตนไม่เคยมีเรื่องกับใครเลย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มของ นายปอง ที่กลับมาเอาคืน

นายเอส เล่าต่อว่า ตนต้องพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู นานถึง 5-6 วัน เพราะแผลค่อนข้างลึก และไปตัดเส้นเลือดดำ หลังจากนั้นออกมาตามความคืบหน้าคดี ซึ่งพนักงานสอบสวนที่ทำคดีบอกตนว่า ลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายพยายามฆ่า ทำให้ตนเข้าใจมาตลอดว่า ตำรวจจะแจ้งข้อหาดังกล่าว

ระหว่างนั้นก็ติดตามคดีมาโดยตลอดว่า ตำรวจสามารถจับผู้ต้องหาได้หรือยัง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีหนังสือจากตำรวจส่งมาถึงบ้าน แจ้งความคืบหน้าคดีว่า สามารถจับตัว นายเชษฐ์ ได้เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ซึ่งตำรวจได้ทำสำนวนส่งศาล แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และพกพาอาวุธ โดยนายเชษฐ์ได้รับการประกันตัวไปในชั้นศาล

ร่องรอยบาดแผล นายประไณย สุวรรณศรี หรือ “เอส” ผู้เสียหาย

ทำให้ตนแปลกใจมากที่ตำรวจจับ นายเชษฐ์ ได้แต่ไม่แจ้งตนสักคำ พร้อมทั้งไม่แจ้งข้อหาหนัก และไม่ขยายผลไปหา นายปอง บุคคลที่ตนเชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุครั้งนี้ จึงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนตัดสินใจแต่งตั้งทนายเพื่อให้เดินเรื่องร้องขอเปลี่ยนสำนวน ต่อมาเมื่อ 2 วันก่อน แฟนของตนก็เห็นว่า นายปอง และนายเชษฐ์ พากันกลับมาวนเวียนในละแวกที่ตนอยู่ จึงทำให้รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

ทางด้าน พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครปฐม ได้เปิดเผยกรณีคดีหนุ่มถูกแทงคอ ว่า ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่า กับทางผู้ต้องหาเพิ่มแล้ว แต่อาจจะล่าช้าในการแจ้งให้ทางผู้เสียหายทราบ ทั้งนี้เหตุที่แจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายในเบื้องต้นนั้น เนื่องจากเป็นขั้นตอนการแจ้งโทษจากเบาไปหาหนัก เพราะทางเจ้าหน้าที่ยังรอใบรับรองแพทย์อยู่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่งได้รับใบรับรองแพทย์ เมื่อช่วงสิ้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ ยังได้กล่าวชี้แจง เรื่องการที่ให้ผู้ต้องหาประกันตัว เนื่องจากเป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการคัดค้านการประกันตัว ในชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว

keyboard_arrow_up