ยังรอการเยียวยา! ภาคใต้หลายพื้นที่ยังได้รับผลกระทบน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงแล้ว แต่ยังมีชาวบ้านอีกหลายคนยังได้รับผลกระทบ

จังหวัดตรังสถานการณ์น้ำท่วมทั้ง 8 อำเภอ เริ่มคลี่คลายลงเกือบหมดแล้ว คงเหลือแต่ในบางพื้นที่ของ ต.บางรัก, ต.นาตาล่วง, ต.ควนปริง และ หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 2 ต.หนองตรุด อ.เมือง ยังมีบ้านเรือนประชาชนอีกประมาณ 80 หลังคาเรือน ยังคงถูกน้ำท่วมขังสูงประมาณ 50 เซนติเมตร – 1 เมตร โดยที่น้ำจากพนังกั้นน้ำแตกที่ ต.หนองตรุด ยังคงไหลลงพื้นที่ราบลุ่มต่ำเข้าท่วมบ้านเรือน สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และถนนทางเข้าหมู่บ้าน ที่อยู่หลังพนังกั้นน้ำตลอดเวลา แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ยังคงไหลหลากเข้าท่วมขังพื้นที่ด้านล่างอย่างต่อเนื่อง

ทีมข่าวอมรินทร์ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบ คุณยายคล่อง บัวคง อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/1 หมู่ 2 ต.หนองตรุด ที่บ้านพังเสียหาย หลังถูกน้ำท่วม

โดยคุณยายกล่าวว่า ตอนนี้อาศัยอยู่กับหลานสาวอายุ 10 ปี และอายุ 16 ปี รวม 3 คน วันเกิดเหตุอพยพไปอาศัยอยู่ชั้น 2 ของบ้านหลานที่อยู่ใกล้กัน ส่วนหลานสาวอีก 2 คน คนหนึ่งต้องไปอยู่บ้านย่า อีกคนต้องไปเช่าหอพัก เพราะบ้านพังเสียหายหมดทั้งหลัง และทรัพย์สินในบ้านเสียหายทั้งหมด ยกออกมาได้แต่เฉพาะตู้เย็นกับทีวีเท่านั้น ยังไม่ทราบจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมแซมบ้าน และอยากให้ทางการเข้ามาช่วยเหลือ

ส่วนที่จังหวัด สุราษฏร์ธานี เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวในพื้นที่ ม.5 ต.ท่าชี อ.บ้านนาสาร ได้รับผลกระทบ จากน้ำท่วม ทำให้ไม่มีหญ้าเลี้ยงวัว วันนี้เกษตรกร เข้ามารับหญ้าแห้งอัดก้อน ที่ศาลาประชาคมประจำหมู่บ้าน เพื่อนำกลับไปให้วัวที่เลี้ยงอยู่ในพื้นที่ได้กิน เนื่องจากพื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์และพื้นที่ที่มีหญ้าปกคลุม ยังมีมวลน้ำหลากล้นแม่น้ำตาปีเข้าท่วมพื้นที่เป็นวงกว้าง เกษตรกรต้องย้ายวัวมาอยู่ในที่สูง และต้องหาหญ้าแห้งให้กินแทนหญ้าสดไปก่อน

โดยในพื้นที่ตำบลท่าชี มีผู้เลี้ยงวัวรวมทั้งสินประมาณ 500 ตัว อย่างไรก็ตามวัวและผู้เลี้ยงวัวยังต้องได้รับผลกระทบต่อเนื่องไปอีกไม่ต่ำกว่า 1 เดือนหลังจากน้ำลดเป็นปกติ เพื่อรอหญ้าใหม่งอกขึ้นมา วัวถึงจะสามารถมีหญ้ากินได้

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม น้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่ม ในอำเภอยะรัง และอำเภอเมือง ถึงแม้นว่าน้ำจะลดลง แต่ยังมีน้ำท่วมขัง และน้ำที่ขัง เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ และส่งกลิ่นเหม็น หลังน้ำท่วมขังนานกว่า 10 วัน

ส่งผลให้ชาวบ้าน เริ่มมีอาการคันตามผิวหนังที่โดนน้ำ และเป็นโรคน้ำกัดเท้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากต้องเดินลุยน้ำทั้งวัน บางคนมีแผลลึก นอกจากนั้น คนชรา และเด็กมีอาการครั่นเนื่อครั่นตัวมีอาการไม่สบาย เนื่องจากภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

นายแพทย์มูหมัดอาลี กระโด แพทย์ประจำโรงพยาบาลยะรัง ปัตตานี เปิดเผยสถานการณ์หลังน้ำท่วม มีโรคน้ำกัดเท้าระบาด ซึ่งทางแพทย์ได้เข้าพื้นที่ และแจกยารักษาแล้ว

keyboard_arrow_up