ภาพชัด! เมียนมาแฉ จนท.ไทยรับสินบนแรงงาน – ตร.ขออย่าด่วนสรุป (คลิป)

แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาจำนวนมากในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ถึงกรณีเฟซบุ๊กชาวเมียนมา ใช้ชื่อว่า Labour Hittai ได้โชว์ภาพการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยนายหนึ่งที่กำลังปฏิบัติหน้าที่บนรถบัส บริเวณจุดตรวจแห่งหนึ่งถนนสายอ.แม่สอด–อ.เมือง จังหวัดตาก ขณะที่ตำรวจรายนี้แต่งเครื่องแบบคล้ายชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจ นปพ. กำลังตรวจหนังสือเดินทางแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ที่เดินทางไปจากอำเภอแม่สอด เพื่อไปทำงานในกรุงเทพฯ

บรรยากาศจุดตรวจถนนสายอ.แม่สอด–อ.เมืองตาก จังหวัดตาก

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้ได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางแรงงานต่างด้าวทุกราย พร้อมกับบัตรอนุญาตทำงานของบุคคลต่างด้าว ระหว่างที่กำลังตรวจนั้นไปพบกับแรงงานชาย 1 ราย ที่แสดงตนเหมือนจะรู้กันมาล่วงหน้า โดยควักธนบัตรฉบับละ 100 บาท เตรียมไว้หลายใบ เพื่อจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้ พอเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนี้ไปถึงได้ยืนหันด้านข้างกระเป๋ากางเกง และใช้มือรับเงินจากแรงงานต่างด้าวรายนี้ จากนั้นจึงรีบนำเงินใส่กระเป๋ากางเกงและทำทีเป็นตรวจเอกสารต่อไป

แรงงานชายชาวเมียนมาเตรียมธนบัตรฉบับละ 100 บาท หลายใบ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

รายงานข่าวแจ้งว่า องค์กรแรงงานของชาวเมียนมาร์ตามแนวชายแดนได้ร้องไปยังหน่วยงานระดับสูงของไทย โดยล่าสุด วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 พล.ต.ต.ปริญญา วิสิทธิ์ชฎากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่า ได้เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าวแล้ว โดยมีการกล่าวอ้างว่าเป็นบริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นในพื้นที่ จ.ตากหรือไม่ ซึ่งได้สั่งการให้รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดตาก ที่รับผิดชอบ ให้ไปตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงจากคลิปดังกล่าว และให้เร่งรายงานโดยเร็วที่สุด

พล.ต.ต.ปริญญา วิสิทธิ์ชฎากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก

ส่วนการตั้งกรรมการร่วมตรวจสอบนั้น ก็ขึ้นอยู่กับทางรองผู้บังคับการฯ ที่จะพิจารณาแต่งตั้งให้เข้ามาช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ส่วนคำถามว่า ดูจากคลิปเจ้าหน้าที่สวมชุดสีเขียว คล้ายกับเจ้าหน้าที่ทหาร นั้นจะเป็นทหารจริงหรือไม่ พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเป็นทหาร โดยขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบก่อน

อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก กล่าวเพิ่มเติมว่า หากผลการตรวจสอบพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่กระทำความผิดจริง ก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ไม่มีละเว้นแน่นอน สำหรับคลิปที่มีการเผยแพร่อยู่นั้น ไม่อยากให้ด่วนสรุป เพราะอาจจะเกิดความเสียหายได้ โดยขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน เพราะการสอบสวนข้อเท็จจริงมีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้ว

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ปริญญา ยอมรับว่า ตั้งแต่ย้ายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้บังคับการ ฯ ก็ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ร้องเรียนในลักษณะนี้มาก่อน

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ tak.police.go.th, เฟซบุ๊ก Labour Hittai

keyboard_arrow_up