เปิดใจ ผอ.หนุ่มซิ่งเบนซ์หนีเมีย เครียดถูกด่า ส่วนเมียท้อ ยันช่วยคนเจ็บเต็มที่ (คลิป)

กรณีสาวขับรถฟอร์จูนเนอร์ไล่ชนรถเบนซ์ 2 ประตู ของผู้อำนวยการหนุ่มที่นั่งมากับพนักงานสาว และพุ่งชนรถที่ขับอยู่บนท้องถนนอีกจำนวน 3 คัน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ซึ่งล่าสุด มีกระแสจากคู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บว่า ไร้วี่แววของ 2 สามีภรรยามาแสดงความรับผิดชอบ

ภาพเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ

ล่าสุด วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 นายอัครพนธ์ หรือบอล ผู้อำนวยการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นคนขับรถเบนซ์ และเป็นสามีของ น.ส.อทิชา หรือฝน ภรรยาสาวที่ขับรถฟอร์จูนเนอร์ ยืนยันว่า ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ตนก็แสดงความรับผิดชอบในการออกค่าใช้จ่ายเบื้องต้นแก่ผู้บาดเจ็บ ทั้งค่ารถยกที่ยกรถออกจากที่เกิดเหตุ คันละ 2,000 บาท, ค่าเช็คสภาพรถอีกคันละ 1,000 บาท รวมไปถึงค่ารักษาพยาบาลที่นอกเหนือจากวงเงินของพ.ร.บ.ที่ชดเชยให้ 30,000 บาท และค่าเงินทำขวัญอีกจำนวนหนึ่ง ก็ได้ให้กับทางคู่กรณีไปแล้วทั้งสิ้น

นายอัครพนธ์ คนขับรถเบนซ์ที่ถูกภรรยาขับชน

โดยเฉพาะกรณีของคนขับรถอะแวนซ่า สีขาว ที่ได้รับบาดเจ็บ ต้องเย็บ 18 เข็ม ตนก็ได้มีโอกาสได้คุยเรื่องค่ารักษาพยาบาล และได้ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ให้ติดต่อ เผื่อจะต้องการความช่วยเหลือในเรื่องอื่นอีก

ซึ่งทั้งหมดที่ตนได้ทำลงไปแล้วนั้น ก็เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่สำนวนทางคดี ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็นฝ่ายผิด ยืนยันไม่ได้คิดที่จะหลบหนีอย่างที่เป็นข่าว

ผู้ขับรถอะแวนซ่า สีขาว ที่ได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ และถูกกระแสสังคมโดยเฉพาะโลกโซเชียลแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิ ก็ได้รับผลกระทบ ซึ่งจากปกติเป็นคนที่คิดบวก ก็ต้องมาคิดมากเรื่องนี้ แต่ก็ต้องทำเป็นตัวอย่างให้ลูกน้องห็นว่าในวันที่เราอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อม เราก็ต้องทำหน้าที่ต่อไปให้ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อสำนวนคดีถูกสรุปออกมาแล้ว ตนยินดีที่จะชี้แจงถึงข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะคงไม่มีใครอยากตกเป็นจำเลยของสังคมนานเกินไป

ส่วนเรื่องคดี ตนและภรรยาได้เข้าไปให้ปากคำเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อมาประกอบเป็นสำนวนคดี โดยกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า หญิงสาวที่เข้าไปให้ปากคำเมื่อคืนวานนี้ เป็นภรรยาของตนจริงหรือไม่ นายอัครพนธ์ยอมรับว่า ภรรยาได้เดินทางเข้าไปให้ปากคำจริง แต่ตอนกลับได้เดินออกคนละทาง เพราะว่าสภาพจิตใจของทางภรรยาหลังจากที่ถูกกระแสสังคมโจมตีอย่างหนัก จึงเกิดความวิตกกังวล ทำให้ไม่กล้าที่จะออกมาเจอกับสื่อมวลชน

keyboard_arrow_up