ปล่อยตัวสาวไทยโดนแม่ค้าขังที่จีน จ่าย 1 ล้านแลกอิสระเหมือนเรียกค่าไถ่ (คลิป)

เกิดเหตุแม่ค้าสาวชาวไทย เดินทางไปเมืองกว่างโจว ประเทศจีน เพื่อซื้อเสื้อผ้ากลับมาขายที่ประเทศไทย แต่กลับถูกเจ้าของร้านเสื้อผ้าชาวจีน นำตัวไปกักขังไว้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งอ้างว่า พี่ของสามีติดเงินค่าเสื้อผ้า 2 ล้านบาท ก่อนที่แม่ค้าชาวไทย จะส่งไลน์ประสานตำรวจไทย ให้ความช่วยเหลือ

นายถิรวัฒน์ สินธวรนันท์ กับน.ส.สุพิชฌาย์ สินธวรนันท์

ล่าสุด (11 ธ.ค. 60) ทีมข่าวได้วิดีโอคอลพูดคุยกับ น.ส.สุพิชฌาย์ สินธวรนันท์ แม่ค้าคนไทยที่ถูกกักตัวอยู่ที่ท่าอากาศยานกวางโจว หลังได้รับการปล่อยตัวเมื่อประมาณ 16.00 น. ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเดินทางกลับถึงไทย ประมาณ 23.00 น. โดย น.ส.สุพิชฌาย์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปซื้อสินค้าที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน พร้อมกับ นายถิรวัฒน์ สินธวรนันท์ พี่ชาย เป็นประจำประมาณเดือนละ 2 ครั้ง ครั้งนี้ตนเดินทางมาถึงเมืองกวางโจว ประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมกับพี่ชาย

ช่วงเช้าวันที่ 10 ธ.ค. วันเกิดเหตุ ตนได้ไปเดินตลาดซื้อขายสินค้าตามปกติ จากนั้นเมื่อเดินทางกลับมาที่โรงแรม ปรากฎว่า กลุ่มแม่ค้ากลุ่มดังกล่าวได้เข้ามาล้อมตน พร้อมกับพยายามทวงเงินค่าสินค้า และไม่ยอมให้ตนไปไหน

กลุ่มแม่ค้าชาวจีน ได้บอกตนว่า หมายเลขสั่งสินค้าของพี่สาวแฟน ติดค้างเงินอยู่เกือบ 2 ล้านบาท ขณะนั้นตนพยายามอธิบายว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวจีน ไม่สนใจเพราะเห็นว่าเป็นญาติกัน จึงบังคับให้จ่ายเงิน

ภาพข้อความไลน์ที่ผู้เสียหายขอความช่วยเหลือจากพ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

น.ส.สุพิชฌาย์ บอกอีกว่า ระหว่างพูดคุยกับกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าชาวจีนได้รวมตัวกว่า 20 คน เป็นผู้หญิงประมาณ 5 คน ผู้ชายประมาณ 20 คน กลุ่มดังกล่าวพยายามเข้ามาทวงเงิน พร้อมกับบอกว่า หากขัดขืนจะทำร้ายร่างกาย

จากนั้นกลุ่มแม่ค้าชาวจีน ได้พาตนออกมาหน้าโรงแรม และไม่ให้ไปไหนเป็นระยะเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง ตนพยายามติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไทย และเจ้าหน้าที่สถานฑูต ให้เข้ามาช่วยเหลือ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจของจีน 2 นาย พาตนและกลุ่มพ่อค้าไปเจรจาที่สถานีตำรวจ กลุ่มแม่ค้าชาวจีนยืนยัน เพียงจะเอาเงินคืนเพียงอย่างเดียว

ล่าสุดเจ้าหน้าที่สถานฑูต และบุคคลที่ตนสั่งสินค้ามาช่วยเจรจา แม่ค้าชาวจีนจึงยอมปล่อยตัวกลับไทย เนื่องจากตนไม่เคยมีปัญหาการซื้อสินค้า แต่ก็ต้องจ่ายเงินใช้หนี้แทนไปส่วนหนึ่ง เป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ไปก่อน ตนถึงถูกปล่อยตัวออกมาได้ ยอมรับว่าพี่สาวสามีติดค้างเงินจริง แต่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด พร้อมยอมรับว่า ส่วนตัวลำบากมาก แต่เสียความรู้สึกกับเจ้าหน้าที่จีน เนื่องจากไม่มีการสอบสวนใดๆ แต่ยืนยันว่าตนคงต้องกลับมาซื้อสินค้าที่จีนอีก เนื่องจากยังต้องค้าขายสินค้า แต่หลังจากพี่สาวแฟนตนชำระเรื่องหนี้สิน

นายอรรถพันธ์ สินธวรนันท์ สามีของแม่ค้าถูกกักตัวที่จีน

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังเดินทางไปพบกับ นายอรรถพันธ์ สินธวรนันท์ สามีของแม่ค้าถูกกักตัวที่จีน ยอมรับว่า พี่สาวตนมีการติดหนี้ที่ประเทศจีนจริง แต่ไม่ทราบจำนวน เพราะถึงจะเป็นญาติกัน แต่ต่างคนต่างใช้ชีวิต หลังเกิดเรื่อง ตนมีโอกาสคุยกับพี่สาว ว่าเพราะอะไรถึงสร้างเรื่องให้ พี่สาวตนก็บอกเพียงว่าพยายามหาเงินคืนอยู่ แต่ไม่คิดว่าทางจีนจะใช้วิธีดังกล่าวในการทวงเงิน ส่วนตัวมองว่าคล้ายกับการเรียกค่าไถ่มากกว่า ตนก็ต้องเร่งหาเงินโอนไปชำระส่วนหนึ่งก่อน เพื่อให้ภรรยาตนได้ปล่อยตัว เนื่องจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนบอกกับภรรยาตนว่า หากไม่จ่ายเงินจะไม่ปล่อยตัวจนวีซ่าหมด จะต้องมีการผลัดเวรชายหญิงคอยเฝ้าตลอด

นายอรรถพันธ์ บอกว่า ตนยังมีหนี้ส่วนอื่นอยู่ ยอมรับว่าได้รับผลกระทบกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะหากพี่สาวตนไม่ชำระเงิน ตนก็ไม่สามารถทำการค้ากับจีนได้ ที่ผ่านมาตนไม่เคยผิดสัญญากับการค้าที่จีน ยืนยันว่าตนและภรรยาไม่มีส่วนเกี่ยวกับการสร้างหนี้

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนายอรรถพันธ์ สินธวรนันท์

ด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ข้อมูลว่า ตนได้รับแจ้งเหตุว่ามีหญิงไทย เป็นแม่ค้าถูกกักตัวอยู่ที่เมืองกว่างโจว ตนจึงได้มีการสอบปากคำหญิงไทยรายดังกล่าวผ่านทางไลน์ ได้รับการยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนี้ดังกล่าว จึงได้มีการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รู้จักเป็นส่วนตัวที่ประเทศจีน ให้ช่วยประสานเข้าช่วยเหลือ การกระทำเช่นนี้กฎหมายไทยทำไม่ได้ แต่ที่จีนตนพยายามตรวจสอบอยู่ว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะลักษณะเช่นนี้เข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องมากนัก

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ เปิดเผยอีกว่า ผู้เสียหายได้รับการปล่อยตัวแล้ว หลังจากยอมชดใช้เงินส่วนหนึ่ง ประมาณ 1 ล้านบาท ให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวจีน ภายหลังจากเกิดเรื่องตนได้ประสาน และให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ประสบเหตุกลับประเทศอย่างปลอดภัย

keyboard_arrow_up