ศึกหวย 30 ล้าน! พยานใหม่ “เจ๊เกียว” ยันครูซื้อจริง-ทนายลุงจรูญท้าฝ่ายครูแฉเดี๋ยวขึ้นศาลรู้กัน (คลิป)

ความคืบหน้าคดีหวย 30 ล้านบาท ระหว่าง นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่ง กับ ร.ต.ท.จรูญ วิมล อดีตนายตำรวจ ใน จ.กาญจนบุรี ล่าสุดหลังจากมีหญิงสาว 2 คน ออกมาแสดงความคิดเห็น โต้แย้ง คำยืนยัน ของแม่ค้าล็อตเตอรี่ โดยระบุว่า ในวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา ประมาณ 17.00 -17.30 น. ทั้ง 2 ฝ่ายได้เดินหาซื้อลอตเตอรี่ที่ ตลาดเรดซิตี้ เช่นกัน ซึ่งแม่ค้าคนที่อ้างว่า เป็นผู้ขายลอตเตอรี่ชุดที่ถูกรางวัลให้กับครูปรีชา ได้เสนอขายลอตเตอรี่ ชุดที่มีเลขท้าย 26 ให้กับตนเช่นกัน โดยเสนอขายในราคา 700 บาท แต่ตนไม่ได้ซื้อ เพราะเห็นว่ามีราคาสูงเกินไป

ทั้งนี้เมื่อไม่ซื้อล็อตเตอรี่ชุดดังกล่าว แม่ค้าก็ได้เก็บล็อตเตอรี่ ชุดที่มีเลขท้าย 26 เข้ากระเป๋า ก่อนจะบ่นต่อว่า พวกตน ว่าถามหาแล้วก็ไม่ยอมซื้อ ทำให้พวกตนจำหน้าแม่ค้าคนดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เมื่อได้ดูข่าวและเห็นว่าแม่ค้ามาเป็นพยานยืนยันให้กับครูปรีชา โดยให้การณ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้เก็บลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวไว้ให้ครูปรีชา ไม่ได้นำมาขายให้ใคร ตนจึงเห็นว่าคำให้การณ์ดังกล่าวไม่เป็นความจริง จึงอยากมาเป็นพยานยืนยัน หักล้างคำให้การณ์ของแม่ค้าลอตเตอรี่

โดยตนยืนยันว่า แม่ค้ามีการนำลอตเตอรี่ออกมาจากกระเป๋ามาขายให้ลูกค้าทั่วไปด้วย จึงมีความเป็นไปได้ว่า แม่ค้ารายดังกล่าว อาจจะไม่ได้มีลอตเตอรี่เลขท้าย 26 เพียงแค่ห้าชุดอย่างที่กล่าวอ้าง เพราะในช่วงเวลาที่ตนไปซื้อนั้น เป็นหลังช่วง 17.00 น.ที่ครูปรีชาอ้างว่ามารับลอตเตอรี่ไปแล้ว หรือแม่ค้าคนดังกล่าว อาจจะนำลอตเตอรี่ชุดเลขท้าย 26 ที่ถูกรางวัลขายให้กับ ร.ต.ท.จรูญ ไปก่อนก็เป็นได้ เพราะเลขท้าย 26 ไม่น่าจะมีเพียง 5 ชุด ตามที่แม่ค้ากล่าวอ้างแน่นอน

นางรัตนาภรณ์ สุพาทิพย์ หรือ เจ้บ้าบิ่น  แม่ค้าหวย

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางไปยังบ้านพักนางรัตนาภรณ์ สุพาทิพย์ หรือ เจ้บ้าบิ่น แม่ค้าที่ขายลอตเตอรี่ บริเวณตลาดเรดซิตี้ อยู่ห่างตลาดไม่มากนัก พบว่า บ้านถูกปิดเงียบ จนกระทั่งพบ นายสัมพันธ์ ขุนเครือ บุตรชายของ นางรัตนาภรณ์ ด้านนายสัมพันธ์ บอกว่า วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน ตนได้ไปดูแลพ่ออีกบ้านหลังหนึ่งมา ส่วนวันนี้นางรัตนาภรณ์ ไม่ได้ขายของ ซึ่งปกติแล้วนางรัตนาภรณ์จะขายลอตเตอรี่ บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย วันจันทร์ถึงวันศุกร์ และช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ จะไปขายบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว และในช่วงเย็น ของวันอังคาร และวันศุกร์ จะไปขายบริเวณหน้าตลาดเรดซิตี้

และเมื่อทีมข่าวเดินทางมาบริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย ใกล้เคียงกับสถานีขนส่ง และได้สอบถามจากแม่ค้าลอตเตอรี่ ก็ทราบว่า นางรัตนาภรณ์ จะมาขายลอตเตอรี่ และจะให้ลูกมาช่วยขายขนมป้าบิ่น ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ช่วงเย็นจะย้ายไปขายที่อื่น ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าที่ใด เพราะไม่ได้สนิทกับนางรัตนาภรณ์

นางปณัญชญา สุขพูล อายุ 49 ปี หรือเจ้เกียว เพื่อนของเจ๊บ้าบิ่น

จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางมาบริเวณวัดใต้ หรือวัดไชยชุมพลชนะสงคราม ซึ่งเป็นจุดที่เพื่อนของนางรัตนาภรณ์ขายลอตเตอรี่ ทราบภายหลังว่าชื่อ เจ้เกียว ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นบอกว่าเจ้เกียวไปขายลอตตารี่ที่ตลาดเรดซิตี้แล้ว ทีมข่าวจึงได้เดินทางมาที่ตลาดเรดซิตี้ พบว่า มีร้านค้าทยอยมาตั้งร้าน แต่ไม่พบว่า มีการตั้งแผงลอตตารี่ เลย

จนกระทั่ง เวลา 16.00 น. พบ นางปณัญชญา สุขพูล อายุ 49 ปี หรือ “เจ๊เกียว” เพื่อนของ “เจ๊บ้าบิ่น” ซึ่งมีอาชีพขายลอตเตอรี่ บอกว่า วันนี้เจอสื่อมาเยอะแล้ว ก็ยังยืนยันคำเดิม ว่า ช่วงเวลาที่ครูปรีชา มารับหวยจาก นางรัตนาภรณ์นั้น เป็นเวลาประมาณ 16.00 น. รวม 4 ชุด ชุดละ 5 ใบ ราคา 2,200 บาท ครูปรีชาบอกว่า แพงจัง เลยตอบกลับไปว่าเป็นเลขดัง ระหว่างนั้นมีหญิงสาวรายหนึ่ง ชื่อว่า “แดง” เดินเข้ามาถามครูปรีชาว่า ต้องการจะแบ่งขายหรือไม่ แต่ครูปรีชาไม่ขาย และรีบเก็บล็อตเตอรี้เข้ากระเป๋าเสื้อพร้อมขอตัวไปซื้อของอย่างอื่นต่อ

นางปณัญชญา กล่าวอีกว่า ในตลาดแห่งนี้จะมีแผงลอตเตอรี่ทั้งหมด 7 แผง ทางตลาดจะไม่อนุญาตให้คนขายขาจรเข้ามาขายในตลาด เพราะเกรงจะเป็นการแย่งกันขาย ซึ่งตนประกอบอาชีพมากว่า 20-40 ปี ลูกค้าประจำจะรู้เลย ว่าถ้าอยากได้เลขเด็ดจะติดต่อมาทางไลน์ หรือ มาหาที่ร้าน จากนั้นตนจะคัดใส่ซอง และเขียนชื่อติดไว้ โดยก่อนหวยออก 3 วัน ลูกค้าจะเริ่มมารับลอตเตอรี่ไป ยืนยันว่าจำหน้าลูกค้าได้ทุกคน และเวลานั้นไม่มีคนหน้าตาเหมือนอดีตนายมาซื้อลอตเตอรี่แต่อย่างใด

นางปณัญชยา กล่าวอีกว่า ตนก็มีไลน์ส่วนตัวครูปรีชา แต่ไม่เคยติดต่อซื้อขายกัน เพราะครูปรีชาเชื่อว่า การซื้อเลข เสี่ยงดวงกับคนผิวคล้ำจะดี

นางปณัญชยา ยังกล่าวอีกว่า ขอฝากไปถึงฝั่งที่กล่าวหาว่าทำเป็นขบวนการ ยอมรับว่า เคืองมาก อยากให้มาต่อหน้า เพราะคนทำงาน ทำธุรกิจทุกคนมีเงิน เข้าใจว่าคุณทำอาชีพทนาย แต่บางครั้งจะทำอะไร อย่าสรุปว่าคนนั้นชั่ว คนนี้ร้าย แล้วออกมาขอโทษภายหลัง บอกตรงๆมันไม่มีใครรับได้หรอก

ขณะที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ และผู้ดูแลคดีของ ร.ต.ท.จรูญ เปิดเผยถึงความคืบหน้า กับทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ว่า เมื่อวานนี้(7 ธ.ค.60) มีน้องคนหนึ่งได้แชทมาหาตนในเฟซบุ๊กแฟนเพจของตนเอง และบอกว่า เขารู้ข้อมูลเกี่ยวกับวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ที่มีการซื้อหวย ทำให้วันนี้ ตนจึงได้เดินทางไปที่ จ.กาญจนบุรี ทันที เพื่อไปพูดคุยกับน้องที่ให้ข้อมูลนี้

ทั้งนี้น้องทั้ง 2 คน ออย กับ ลิน (นามสมมติ) ซึี่งไม่เคยรู้จักกับตนและ ร.ต.ท.จรูญ มาก่อน ได้เล่าเหตุการณ์ เมื่อ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา ให้ฟังว่า ทั้งคู่ไปเสี่ยงเซียมซี ในช่วงเช้าได้เลข 926 จึงหาซื้อล็อตเตอรี่เลข 926 ที่ตลาดเรตซิตี้ แต่ไม่มี มาเจอกับแม่ค้าขายล็อตเตอรี่คนหนึ่ง คือ คุณป้ารัตนาพร เดินมาบอกกับเขาว่ามีเลข 26 แล้วหยิบออกมาให้ แต่เป็นหวยชุดที่ขายเกินราคาในราคา 700 บาท ทั้งคู่จึงบอกว่า แพงเกินไป เลยจะไม่เอา ทางคุณป้ารัตนาพรก็บอกเขาว่า ‘ก็เอาไปแบ่งคนละครึ่งกันซิ’  ตนก็บอกว่า ไม่เอา เพราะจริงๆแล้วอยากได้เลข 926 แต่เลขที่มี มีแต่ 26 ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่รู้ว่าเลข 4 ตัวหน้าคือเลขอะไร จากนั้นทั้งคู่ก็เลยเดินกลับกัน

ระหว่างที่เดินกลับกันนั้น ทางคุณป้ารัตนาพร ก็ซุบซิบ ประมาณว่า ไม่ซื้อแล้วจะมาถามทำไม ตนและเพื่อจึงหันไปมองด้วยความไม่พอใจ ว่าทำไมมาว่าลับหลังกันด้วยแล้ว แต่แล้วก็แยกย้ายกลับบ้านกันไป ทั้งนี้ที่ออกมาชี้แจงกับสังคมก็เพราะว่าที่คุณป้ารัตนาพร พูดออกสื่อ ว่าเลข 26 ไม่มี มันไม่ใช่เรื่องจริง เพราะวันนั้นยังมาเสนอขายพวกตนอยู่เลยตอนเวลาประมาณ 17.00 น.

ทนายษิทรา

ทนายษิทรา ยังได้กล่าวอีกว่า นอกจากจะไปพบกับพยาน 2 คนนี้แล้ว ตนยังไปเก็บข้อมูลในจุดเกิดเหตุจุดที่ซื้อล็อตเตอรี่ ภายในตลาดเรตซิตี้ พร้อมถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีด้วย หลังจากนั้นก็ไปถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐานบริเวณจุดที่ ร.ต.ท.จรูญ ถูกตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่จ.กาญจนบุรีท่านหนึ่ง เรียกไปพบที่บ้านพัก เพื่อให้ร.ต.ท.จรูญ ตกลงกับทางฝ่ายครูปรีชา พร้อมกับจะให้ ร.ต.ท.จรูญ ยอมรับผิดในตอนนั้น เพราะเขาเชื่อว่าร.ต.ท.จรูญผิดจริง ซึ่งถ้าตกลงกันได้จะมีค่าตอบแทนให้ แต่ถ้าไม่ยอมก็จะถูกดำเนินคดี และติดคุกติดตาราง

อย่างไรก็ดี ตนไม่ขอเอาการพูดคุยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ไปโยงกันว่าเป็นการทำเป็นกระบวนการหรือไม่ และไม่ขอเอ่ยกล่าวล่วง ว่ามีส่วนร่วมหรือส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เพราะเกรงจะถูกฟ้องได้ ในขณะนี้ตนได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว รอทางตำรวจออกหมายเรียก ร.ต.ท.จรูญในฐานะผู้ต้องหาก่อน ซึ่งก็จะนำหลักฐานทุกอย่างที่มีไปให้พนักงานสอบสวนดู พร้อมขอให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกพยานทุกคน รวมถึงตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้ด้วย

ทนายษิทรา กล่าวอีกว่าไม่มีความกังวลใดๆ แม้ว่าฝ่ายครูปรีชาจะเอาพยานอะไรมาเพิ่มเติมก็ตาม เพราะนั่นมันไม่ใช่ประเด็นในคดีเลย เนื่องจากประเด็นหลักๆก็คือ คุณป้ารัตนาพร แม่ค้าขายล็อตเตอรี่ และถึงแม้คุณป้ารัตนาพรจะเป็นพยานบุคคลที่สำคัญ แต่ว่าศาลท่านก็ต้องดูก่อนว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ และพูดจากลับไปกลับมาหรือไม่

ทั้งนี้พยานทุกคนของครูปรีชาที่ออกมาพูด ตนไม่ปักใจเชื่อ ออกมาเยอะก็จะดี เพราะศาลท่านจะได้เห็นพิรุธได้เป็นอย่างดี ซึ่งตอนนี้นักกฎหมายหลายคนได้ออกมาให้ความเห็นต่อกรณีนี้เยอะ ประชาชนที่เสพข่าวก็พึงพิจารณาดูในแนวทางที่เป็นกลาง เชื่อว่าทุกคนจับพิรุธได้หมด

ท้ายที่สุดนี้ ตนยืนยันว่า มีหลักฐานมากพอที่จะสู้คดี และมั่นใจว่า คดีอาญาแบบนี้ ทุกคนต้องหาหลักฐานมายืนยันเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ครูปรีชาก็ต้องไปหาหลักฐานมาว่า ทาง ร.ต.ท.จรูญ ไปลักขโมยมาหรืออะไร ไม่ใช่มาบอกแต่ว่าหายแล้วก็ไปแจ้งความหาว่า ขโมยไป พร้อมทั้งต้องมีการสืบสวนสอบสวนก่อน เพราะแบบนี้อัยการไม่รับฟ้องแน่นอน อย่างไรก็ตามขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน และรอแจ้งข้อกล่าวหาทางฝ่ายตนอยู่

keyboard_arrow_up