‘พญาเสือ’ บุกวัดจีนดังเมืองกาญจน์ซุกไม้มูลค้าพันล้าน เครื่องมือตั้งโรงงานแปรรูปเพียบ

เมื่อวันที่7ธ.ค.60 คณะเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ (ศปก.พป) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า นายเทวินทร์มีทรัพย์หน.อุทยานเขาแหลม นายสิกพงศ์ กระแจะจันทร์ หน.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์กาญจนบุรี นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข ผช.หน.อุทยานเอราวัณ นายไพโรจน์ เขียวแก้ว หน.หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 13 กรมป่าไม้ ,ชุดพยัคฆ์ไพรกรมป่าไม้, กอ.รมน.จ.กาญจนบุรี, ทสจ.จ.กาญจนบุรี และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี

ร่วมกันเข้าตรวจสอบภายในวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ ม.7 ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี วัดในโครงการส่งเสริมให้วัดช่วยงานด้านป่าไม้ในระยะที่ 1 เนื่อที่ 242ไร่ สิ่งปลูกสร้างจำนวน 17 หลัง และอยู่ระหว่างการขออนุญาตในระยะที่ 2 จากกรณีมีผู้ร้องเรียนว่าภายในวัดดังกล่าวมีไม้ท่อนและไม้แปรรูปจำนวนมากร่วมทั้งมีการตั้งโรงงานแปรรูปไม้ภายในวัด ซึ่งจากการตรวจสอบพบพระเย็นหมง ประธานสงฆ์วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ เป็นผู้นำตรวจสอบไม้ทั้งหมดผลการตรวจสอบปรากฏดังนี้

1.พบไม้ท่อนขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งพระเย็นหมงชี้แจงว่าเป็นไม้นำเข้าจากต่างประเทศมีเอกสารการนำเข้าผ่านด่านนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่แต่มีไม้ส่วนหนึ่งไม่มีรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่และเป็นไม้ที่กองแยกไว้ต่างหาก คณะเจ้าหน้าที่ได้รับคำชี้แจ้งจากเจ้าอาวาสว่าส่วนไม้ที่ไม่มีดวงตรานั้นได้ตัดไปแกะสลักเป็นรูปพระแต่จนทยังต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดอีกที

2.พบไม้แปรรูปจำนวนไม่น้อยกว่า 1,200 แผ่น เก็บรักษาไว้ในโกดังภายในวัด ซึ่งพระเย็นหมงชี้แจงว่าไม้แปรรูปได้นำเข้าและผ่านด่านจากต่างประเทศโดยทางฝั่ง จ.ตาก นำเข้ามาในรูปแบบการอำพรางเป็นเฟอร์นิเจอร์ การสำแดงไม้แปรรูปเป็นแผ่นมาเป็นเฟอร์นิเจอร์โต๊ะนั้น จนท.เห็นว่าการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปทุกชิ้นจะทำสำเร็จรูปคือสามารถใช้ได้ทุกชิ้นมีการลงน้ำมันพร้อมใช้งาน แต่ไม้ที่เห็นไม่มีความพร้อมที่สามารถใช้งานได้ และที่สำคัญเจ้าอาวาสได้แจ้งว่าไม้ที่สั่งซื้อมาไม่ได้มาทำโต๊ะแต่จะเอามาทำประตูโบสถ์และบานหน้าต่าง คณะเจ้าหน้าที่จึงเห็นว่าการอำพรางหรือการสำแดงเท็จเพื่อให้การได้มาสมบูรณ์นั้นแต่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงซึ่งตามกฏหมายนั้นผิดแน่นอน

3.พบตู้คอนเทรนเนอร์จำนวนมากซึ่งภายในเก็บไม้แกะสลักเฟอร์นิเจอร์และไม้แปรรูปจำนวนมาก และเป็นที่น่าสงสัยหลังจากที่เจ้าอาวาสแจ้งว่าไม้ท่อนที่ไม่มีดวงตรานั้นได้ตัดมาทำแกะสลักพระแต่กลับพบใบสำแดงใบกำกับภาษีมีการนำเข้าไม้แกะสลักรูปพระต่างๆจำนวนหนึ่ง นั้นหมายถึงไม่ตรงกับคำให้การของเจ้าอาวาส 4.พบเลื่อยโซ่ยนต์และอุปกรณ์แปรรูปไม้และไม้ชิงชันอีกจำนวนหนึ่ง ในส่วนนี้จนท.จึงได้กล่าวหาในข้อหาตามพรบ.ความผิดฐานต่างๆต่อไป และ 5.พบสิ่งปลูกสร้างภายในวัดที่เพิ่มเติมจากการขออนุญาตเข้าร่วมโครงการส่งเสริมให้วัดช่วยงานด้านป่าไม้

เนื่องจากภายในวัดเมตตาธรรมโพธิญาณมีไม้ท่อนไม้แปรรูปจำนวนมาก ร่วมถึงลักษณะการตั้งโรงงานแปรรูปไม้และมีเครื่องจักรหนักจำนวนมากอาทิเช่น รถเครน รถแท็กเตอร์ ตู้คอนเทรนเนอร์ เป็นต้น เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึดอายัดไม้ดังกล่าว โดยให้ทางวัดนำเอกสารมาแสดงการได้มาของไม้แต่ละชิ้นเพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดและขยายผลที่มาของไม้ดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการพุทธส่งเสริมพระสงฆ์ช่วยงานด้านป่าไม้ (พุทธอุทยาน) ในกรณีที่วัดไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงของการได้มาของไม้หรือชี้แจงไม่ได้ผู้ครองครองไม้ดังกล่าวจะมีความผิดตามกฏหมายดังนี้ 1.มีการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.ครอบครองเลื่อยโซ่ยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต

เบื้องต้นเจ้าอาวาสรับว่าเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์พร้อมแท่นป่าไม้และไม้ประดู่ชิงชันเป็นของตน คณะเจ้าหน้าที่จึงได้กล่าวหาตามข้อกฏหมายดังกล่าวขณะนี้ได้ตรวจสอบเบื้องต้นมูลค่าไม้มีนับเกือบพันล้าน ทั้งนี้คณะเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบและขยายผลอย่างละเอียดต่อไป

keyboard_arrow_up