ยึดมั่นความโปร่งใส! ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ยันไม่ได้เรียกตบทรัพย์หวย 30 ล้าน

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ยืนยันไม่มีขบวนการปั้นเรื่องใส่ร้ายลุงจรูญถูกหวย 30 ล้านบาท พร้อมระบุที่ต้องให้ไปคุยที่บ้านพักเพราะตนเลิกงานกลับบ้านแล้ว ยืนยันจะทำคดีด้วยความยุติธรรม

พลตำรวจตรีสุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พูดถึง คดีหวยอลวล 30 ล้านบาท ที่นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเเห่งหนึ่งในกาญจนบุรี เข้าเเจ้งความว่า ลอตเตอรี่หายไป แต่ต่อมา พบว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมล อดีตตำรวจ เป็นคนนำไปขึ้นเงิน จนมีการสั่งอายัดเงินไว้ ทำให้ ร.ต.ท.จรูญ มาให้ นายษิทธา เบี้ยบังเกิด เลขามูลธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเข้าช่วย

พลตำรวจตรีสุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี

พลตำรวจตรีสุทธิ บอกว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนคู่กรณีรวม ถึงพยานที่รู้เห็นจากทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นในส่วนของการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น การตรวจดีเอ็นเอบนลอตเตอรี่ รวมถึงการประสานขอความร่วมมือจากทางตลาดเพื่อตรวจสอบภาพวงจรปิด ว่าคู่กรณีทั้งสองคนเดินทางไปที่ตลาดเพื่อไปซื้อลอตเตอรี่จริงหรือไม่ นอกจากนี้จะมีการนำคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปเข้าเครื่องจับเท็จ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวนหาความจริงด้วย

โดยล่าสุดทางตำรวจจะได้มีการจัดตั้งคณะทำงานชุดสืบสวนสอบสวน คลี่คลายคดีนี้ขึ้นมาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ยืนยันว่าจะทำคดีด้วยความตรงไปตรงมาและบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด

ส่วนเรื่องที่นายษิทธา ออกมาให้ข่าวว่า ขบวนการสร้างเรื่องเท็จเพื่อหวังตบทรัพย์ โดยมีนายตำรวจระดับสูงเข้าร่วมมขวนการด้วยนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีขบวนการใส่ร้ายอย่างแน่นอน พร้อมระบุว่า เหตุผลที่ต้อง ให้ ร.ต.ท.จรูญ ไปคุยที่บ้านพัก เพราะก่อนหน้านั้นตน ได้เรียก ร.ต.ท.จรูญ มาให้ปากคำตามเวลาที่สะดวก แต่ ร.ต.ท.จรูญ เดินทางมาในช่วงเย็นหลังเลิกงาน ซึ่งตนก็กลับบ้านพักแล้ว จึงให้เดินทางมาพบที่บ้านพัก โดยไม่มีการพูดจาข่มขู่หรือบีบบังคับใดๆ ทั้งสิ้น  ที่ผ่านมาตนเคยให้ผู้ที่เดือดร้อนเรื่องต่างๆ เข้าพบที่บ้านพักเป็นประจำ  และเรื่องที่ตนเรียก ร.ต.ท. จรูญมาพบ จึงถือเป็นเรื่องปกติ และตนมีเจตนาเพียงจะสอบถามข้อเท็จจริงเท่านั้น ซึ่งเมื่อ ร.ต.ท. จรูญยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ที่ซื้อมาเอง ก็จะต้องนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวน ก่อนจะสรุปสำนวนคดี ให้อัยการ ส่งศาลพิจารณา ทั้งนี้อยากวอนขอให้สังคม เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ว่าจะไม่มีการเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างแน่นอน

ด้านนายษิทธา ก็ยืนยันชัดเจนเหมิอนกันว่าตัวเองมีหลักฐาน ในเรื่องนี้ทั้งหมด และพร้อมจะเปิดโปง ขบวนการที่เกี่ยวข้อง