อย่ามาแอบอ้าง! ศิรินทร์ยายัน ‘3 ชายฉกรรจ์’ บุกค้นร้านชาวบ้าน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เหตุการณ์ที่มีชายฉกรรจ์ 3 คน แอบอ้างเป็น ป.ป.ส. ถือปืน และเดินเข้ามาที่อู่ทำสีรถของผู้เสียหาย โดยแจ้งว่าผู้เสียหายมีหมายจับคดีครอบครองยาเสพติด เสพยา และฟอกเงิน พร้อมใส่กุญแจมือ ก่อนจะปิดประตูร้าน โดยอ้างว่ามีหลักฐาน และหมายค้น แต่ไม่แสดงต่อผู้เสียหายนั้น

ความคืบหน้า ข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ทำการตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่า ไม่ใช่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในสังกัดของ สำนักงาน ป.ป.ส. สำหรับการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส ในการเข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้นบุคคล ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้น จะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519

ซึ่งในกรณีดังกล่าว มีการแอบอ้าง และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีโทษทั้งจำและปรับ โดยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท และตามมาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจหรือของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากกระทำโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และตามมาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ยืนยันว่า ไม่ใช่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. อย่างแน่นอน และได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อร่วมติดตามตรวจสอบผู้แอบอ้างรายดังกล่าวแล้ว และจะดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเข้มงวดต่อไป และขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง หากพบการแอบอ้างขอให้ตรวจสอบวิธีการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ หรือสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง.