ใครกันแน่ที่โกง? แม่ค้าท้าสาบานไม่โกงตาชั่ง หลังลูกค้าซื้อสตรอว์ฯ เจอพิรุธ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “ชายกลาง ชายกลาง ชายกลาง” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ แม่ค้าขายผลไม้กับลูกค้า มีปากเสียงเถียงกัน ที่บริเวณตลาดท่าน้ำนนท์ ถ.ประชาราษฎร์ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเนื้อหาระบุว่า “คนขี้โกงกิโล. ตลาดริมฟุตปาธนนทบุรี”

ล่าสุด วันนี้(30 พ.ย.60) ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางกัลยา นิ่มคุ้ม หรือ “ป้าแฝด” แม่ค้าขายผลไม้ที่ตลาดย่านนนทบุรี ที่อยู่ในคลิปวิดีโอ ชี้แจงว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกค้ารายดังกล่าวพาครอบครัว มาซื้อสตรอว์เบอร์รี่ที่ร้านของตน จำนวนครึ่งกิโลกรัม ราคา 40 บาท

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ ลูกค้าได้ชิมผลไม้ที่ร้านไปหลายลูก เมื่อตกลงซื้อขายกันแล้ว ตนให้ถุงผลไม้ให้ ลูกค้ากลับบอกว่า “มีลูกไม่ดีนะ 1 ลูก” ตนจึงตอบกลับไปว่า “ขายของแบบนี้แหละพี่” ลูกค้าไม่ยอม เถียงกลับมา “งั้นไม่เอา” ตนจึงบอกว่า “ถ้าไม่เอา ตนเองก็ไม่รับคืน พร้อมกับเปลี่ยนผลไม้ให้ 1 ลูก”

หลังจากนั้นลูกค้า ได้กล่าวหาว่า ตนชั่งกิโลไม่ตรง ตนจึงแนะนำว่า ถ้าไม่ตรงก็ให้ไปหาชั่งกิโลเอาเอง แล้วค่อยกลับมา พร้อมบอกให้ลูกค้าลองเดินเปรียบเทียบราคาแต่ละร้านในตลาดดูว่า ขายราคากี่บาท จากนั้นจึงเกิดการโต้เถียงก่อนที่ลูกค้าจะเดินกลับไป

นางกัลยา นิ่มคุ้ม หรือ ป้าแฝด แม่ค้าขายผลไม้ที่ตลาดย่านนนทบุรี

ป้าแฝด เล่าต่ออีกว่า ผ่านไปสักพัก ลูกค้าเดินกลับมาพร้อมเขวี้ยงถุงผลไม้ใส่ และบอกว่า “กูทำบุญ กูไม่เอาหรอกของๆ มึงนะ ชั่งไม่ตรงกิโล” ตนจึงบอกให้คู่กรณีไปแจ้งความ ขณะนั้นยอมรับว่า ตนเองก็โมโหเช่นเดียวกัน จึงเกิดการโต้เถียงอย่างที่ปรากกฏในคลิป

นอกจากนี้ ตนยังพูดท้าลูกค้า เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ สาบานได้ว่าตนเองไม่ได้โกงตราชั่ง ส่วนเรื่องด่าลูกค้า ด้วยคำไม่สุภาพ ตนเองแค่พูดลอยๆ ใครอยากรับก็รับไป

ทั้งนี้ ป้าแฝด บอกอีกว่า เรื่องที่มีคนบอกว่าตนรีบชักถุงออกไม่ให้ลูกค้าดูกิโล เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะตนก็ชั่งกิโลให้ดูแล้ว

ภายหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป มีแม่ค้าบริเวณใกล้เคียงมาต่อว่า ซึ่งตนยืนยันว่า ขายของราคาถูก และเป็นคนใจดีกับลูกค้า ไม่เคยทะเลาะกับลูกค้ามาก่อน แต่สำหรับลูกค้ารายนี้ เหมือนตั้งใจกลับมาที่ร้านเพื่อถ่ายคลิปวิดีโอ และแฉว่าตนเองโกงตราชั่ง จึงอยากฝากบอกกับสังคม “อย่าว่าหรือด่าคนอื่นมาก เพราะบาปจะติดตัว คนแถวนั้นรู้ดีว่าใครผิดหรือใครไม่ผิด”

ขณะเดียวกันบริเวณตลาดท่าน้ำนนท์ จุดเกิดเหตุ วันนี้แม่ค้าคนดังกล่าว ไม่ได้มาขายของ แต่แม่ค้าข้างร้านให้ข้อมูลว่า ป้าแฝด ไม่ได้เช่าพื้นที่ขายของประจำ หากมีจุดไหนว่าง หรือตั้งแผงได้ ก็จะขายเป็นรายวัน หลังจากเกิดเหตุทะเลาะกับลูกค้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 พ.ย.) ไม่มีใครเห็น ป้าแฝด มาขายของในตลาดอีกเลย

ด้านคนในชุมชน ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับตลาด และรู้จักกับ ป้าแฝด ระบุว่า ป้าแฝดเป็นคนปากร้าย ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ แต่จริงๆ แล้ว นิสัยค่อนข้างดี ก่อนหน้านี้ ไม่เคยเห็นว่าทะเลาะเบาะแว้งกับลูกค้า แต่จะมีบ้างที่มีปากเสียงกับคนในตลาดหรือละแวกเดียวกัน

นางพัชรินทร์ แจ่มจันทร์ อายุ 40 ปี ลูกค้า

ส่วน นางพัชรินทร์ แจ่มจันทร์ อายุ 40 ปี ลูกค้าที่มีปากเสียงกับแม่ค้า เปิดใจว่า วันเกิดเหตุ ตนพาลูก และพี่สาวไปเดินซื้อของที่ตลาดผ่านร้านสตรอว์เบอร์รี่ ขณะนั้นทางแม่ค้าได้เรียกให้ตน และลูกชิมสตรอว์เบอร์รี่ โดยตนตั้งใจจะซื้อสัก 1 กิโลกรัม พร้อมกับช่วยแม่ค้าหยิบสตรอว์เบอร์รี่ แต่แม่ค้าได้ปัดมือ แล้วบอกว่าเลือกไม่ได้ ตนจึงเปลี่ยนเป็นซื้อแค่ครึ่งกิโลกรัม โดยทางแม่ค้ายื่นของให้ ด้วยอาการไม่พอใจ

นางพัชรินทร์ บอกอีกว่า เห็นเข็มตาชั่งไม่ถึงครึ่งกิโลกรัม ตนจึงขอให้ทางแม่ค้าช่างกิโลอีกครั้ง แต่แม่ค้าไม่ชั่งให้ พร้อมพูดจาหยาบคายและว่า “ไม่อยากขาย”

หลังจากนั้นพี่สาว จึงได้เรียกตนกับลูกสาวเดินหนีไป แต่แม่ค้ายังตะโกนด่าด่าบุพการี ตนเองคิดจะด่ากลับ แต่พี่สาวได้ห้ามไว้ เมื่อเดินไปถึงร้านขายเนื้อหมู จึงขอแม่ค้าช่วยให้ชั่งสตรอว์เบอร์รี่ โดยชั่งได้ประมาณ 3 ขีดกว่า ไม่ถึง 4 ขีด ตนจึงรู้สึกว่า ทั้งถูกด่า และได้ของไม่ครบอีก ซึ่งทางแม่ค้า ยังได้บอกว่า ตนเดินไปกินไป ซึ่งตนคิดว่า ของชิมที่ยังไม่ได้ล้าง ตนจะกินไปได้อย่างไร ซึ่งช่วงเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาช่วยเจรจา

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับแม่ค้าว่า ถ้าหากบริสุทธิ์ใจก็ควรชั่งกิโลให้กับทางลูกค้าดู พร้อมแนะนำตนเองให้ไปแจ้งความ หลังจากนั้นเรื่องราวดังกล่าวได้เป็นไปตามคลิป

อย่างไรก็ตาม นางพัชรินทร์ อยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบตราชั่ง เนื่องจากถ้ายังมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น  ทางผู้บริโภคเสียหาย เพราะทุกคน ทุกอาชีพ ต้องซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตน โดยตนไม่ได้เป็นคนดี แต่ต้องการความยุติธรรม ไม่อยากถูกโกง และไม่อยากมองข้ามจุดเล็กๆ ภายหลังจากดูคลิปตนก็อารมณ์เย็นลง หลังจากนี้ถ้าหากทางแม่ค้าพร้อมขอโทษ ตนก็ยินดีที่จะไม่นำเรื่องดังกล่าวมาใส่ใจ

keyboard_arrow_up