ถ่ายโป๊เพื่อเลี้ยงชีพ! นายแบบแจกกล้วย ตร. ขอหยุดด่าแม่ ชี้ภาพลับว่อน พวกคิดร้าย (คลิป)

จากกรณี นายเมฆินทร์ อายุวัฒนมงคล อายุ 34 ปี นายแบบ และอดีตนักกีฬาเพาะกาย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่ปฎิบัติหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟจราจรอยู่ภายในป้อมบริเวณสี่แยกศาลาแดง ถนนพระรามที่ 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ตรวจจับ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นแซด 800 ไม่สวมหมวกกันน็อก ก่อนแสดงพฤติกรรมท้าทาย ด่าทอเจ้าหน้าที่ และชูนิ้วกลางให้ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมาสุรา ก่อนจะควบคุมตัวไว้ภายในห้องควบคุมผู้ต้องหา จากนั้นทางญาติได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 10,000 บาท เพื่อขอประกันตัว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้(30 พ.ย.60) นายเมฆินทร์ เดินทางมาที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากนั้น เวลาประมาณ 13.30 น. พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ผู้ต้องหาอ้างว่า รู้จักนายตำรวจที่ชื่อขึ้นต้นด้วยอักษรย่อ ก. แต่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า นาย ก. ไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นบุคคลที่ผู้ต้องหานับถือเท่านั้น ผู้ต้องหาเองไม่ได้ใช้เรื่องนี้มาเพื่อข่มขู่แต่อย่างใด นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบประวัติ นายเมฆินทร์ ไม่พบว่าเคยต้องคดีมาก่อน และไม่พบสารเสพติดในร่างกาย

วันนี้ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งดำเนินคดีเพิ่มเติม รวมทั้งหมด 7 ข้อกล่าวหา คือ ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน , ขับขี่รถในขณะเมาสุรา , ไม่สวมหมวกนิรภัย , ไม่จัดให้ผู้ซ้อนท้ายสวมหมวกนิรภัย , เปลี่ยนแปลงปิดบังป้ายทะเบียนรถ , ทำให้เกิดดังเสียงโดยไม่มีเหตุอันควร (เบิ้ลเครื่อง) และบุกรุกห้องควบคุมสัญญาณไฟจราจร

ด้านนายณัชพล สุพัฒนะ ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล ได้ติดตามมาเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ถือโอกาสเป็นตัวแทนประชาชน มาขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ใช้ความอดทนสูง เพราะถ้าเป็นคนธรรมดาเจอเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ ต้องทะเลาะวิวาทกันอย่างแน่นอน ตนอยากเห็นประชาชนกับตำรวจเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม ไม่มีการตั้งแง่หักล้างเอาคืนกันตลอดเวลา “ขอบคุณมากที่ช่วยเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นแบบที่ประชาชนอยากเห็น ถ้าเป็นผม บอกเลยว่าผมทนไม่ได้ถ้ามายืนชี้หน้าแบบนี้”

ด.ต.ปวิช บุญมาสูงทรง

ขณะที่ ด.ต.ปวิช บุญมาสูงทรง พนักงานปฏิบัติหน้าที่ในป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรและผู้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ เปิดเผยด้วยว่า วันดังกล่าวตนปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เห็นผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์มาโดยไม่สวมหมวกนิรภัย จึงเรียกให้หยุด และยึดใบขับขี่ ขณะนั้นเป็นเวลาที่ต้องวิ่งกลับมาที่ป้อมเพื่อควบคุมสัญญาณไฟจราจรพอดี ผู้ต้องหาก็ขับมาเบิ้ลเครื่องใส่ดังในคลิป

ด.ต.ปวิช ยืนยันว่า ตนไม่ได้ใช้คำพูดหยาบคาย แต่พอเขาพูดกลับมาก็รู้ว่าน่าจะเมาเหล้า จึงไม่ได้ติดใจอะไร และเชื่อว่าถ้ามีสติสัมปชัญญะดี ผู้ต้องหาจะไม่ทำกิริยาเช่นนี้ ทั้งนี้ ช่วงเวลาดังกล่าวตนก็ระวังตัวเองตลอด เพื่อไม่ให้เข้ามาประชิดตัวจนเกินไป ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจถ่ายคลิปก็เพื่อเป็นหลักฐานป้องกันตัวเองจากสังคม เพราะด้านนอกตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร มีคนจำนวนมากมองเข้ามาอยู่

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่นำตัว นายเมฆินทร์ มารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมทั้งแจ้งสิทธิ์ผู้ต้องหา โดยนายเมฆินทร์ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

นายเมฆินทร์ กล่าวขอโทษ ด.ต.ปวิช

นายเมฆินทร์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ไปดื่มสุราสังสรรค์กับเพื่อนจนถึงเวลาประมาณ 6.000 น. ตนจำไม่ได้ว่า ดื่มไปปริมาณเท่าไร พร้อมยอมรับว่า เป็นคนใจร้อน และโมโหที่ถูกยึดใบขับขี่ ประกอบกับอาการเมาจนขาดสติ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จึงทำให้ใช้คำพูดและกิริยาที่ไม่เหมาะสม ถึงแม้ นายเมฆินทร์ จะไม่รับปากว่าจะเลิกดื่มสุรา โดยบอกว่าอาจจะมีสังสรรค์กับเพื่อนบ้างเป็นบางครั้ง แต่หลังจากนี้ รับปากว่า ถ้าหากเมาแล้วจะไม่ขับรถ พร้อมกันนี้ ฝากเตือนคนอื่นว่าไม่ควรดื่มสุราจนขาดสติ และเมาแล้วไม่ควรขับรถ

หลังจากนั้น นายเมฆินทร์ ได้ยกมือไหว้กล่าวขอโทษ ด.ต.ปวิช ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวไปที่ศาลแขวงปทุมวัน ถ.พระรามที่ 4

ต่อมา เวลาประมาณ 14.30 น. ที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวนสน.ทุ่งมหาเมฆ ควบคุมตัว นายเมฆินทร์ เพื่อยื่นสำนวนต่อต่อศาล จากนั้นศาลได้ใช้เวลาพิจารณาคดีประมาณ 30 นาที จึงมีคำพิพากษาให้ผู้ต้องหามีความผิดใน 6 ข้อหาเท่านั้น โดยตัดข้อหาบุกรุกห้องควบคุมสัญญาณไฟจราจรไป โดยมีโทษจำคุกรวม 4 เดือน ปรับเป็นเงินรวม 12,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง โทษปรับ 6,000 บาท จำคุก 2 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา และให้รายงานตัวต่อศาลทุก 30 วัน เป็นเวลา 2 ปี พร้อมกับยึดใบขับขี่เป็นเวลา 6 เดือน

นอกจากนี้ นายเมฆินทร์ เปิดใจเป็นครั้งแรกว่า ยอมรับว่าเคยถ่ายแบบโป๊ วาบหวิวจริง ไม่ได้เครียดอะไร เป็นลักษณะการโชว์เรือนร่าง โป๊เปลือย ไม่มีเสื้อผ้าติดตัว เพื่อโชว์มัดกล้าม ไม่ได้ถ่ายแบบด้วยการมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น เหมือนถ่ายแบบโชว์มากกว่า โดยมีช่างภาพมาถ่ายให้ มีทั้งงานในประเทศ และของชาวต่างชาติ

ขณะเดียวกัน นายเมฆินทร์ ยอมรับว่า ที่ตัดสินใจรับงานถ่ายแบบ เพราะมองว่า งานถ่ายแบบเป็นงานสุจริต ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน โดยรับงานถ่ายแบบแต่ละครั้ง ได้ค่าจ้างเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวครั้งละ 20,000 – 30,000 บาท

ส่วนคลิปที่โดนเผยแพร่ ยอมรับว่า ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอามาเปิดเผย แต่เชื่อว่าเป็นฝีมือของผู้ไม่หวังดี อยากจะซ้ำเติมตนเอง เนื่องจาก ตนเองรับงานถ่ายแบบเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำคลิปมาเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต

สำหรับกรณีที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับตนเอง เรื่องถ่ายแบบโป๊ ยอมรับว่า ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะเป็นนายแบบ ไม่ได้เป็นผู้นำภาพโป๊ลามก อนาจาร เผยแพร่ลงในอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ นายเมฆินทร์ อยากฝากทิ้งท้ายให้สังคมเข้าใจว่า ตนเองทำผิดไปแล้ว เนื่องจากเมาสุรา จึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะโมโหที่ตำรวจเรียกไปดำเนินคดี แต่ก่อนหน้านี้ ยืนยันว่า ไม่เคยเมาอาละวาด ไปหาเรื่องใคร ไม่เคยต้องคดียาเสพติด พร้อมกับอยากฝากให้สังคมแยกแยะ อยากจะด่าจะว่าอะไรก็เชิญ แต่ไม่ควรมาแสดงความคิดเห็นด่าถึงพ่อแม่ และวงศ์ตระกูล เพราะตนเองทำผิดก็ขอยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำ

สุดท้ายแม้สังคม จะมีการขุดคุ้ยภาพโป๊เปลือยของตนเอง ที่เคยถ่ายแบบ ก่อนหน้านี้ นายเมฆินทร์ ยืนยันว่าจะไม่ร้องไห้ หรือปิดเฟซบุ๊กหนี เหมือนดารา หรือนายแบบคนอื่นๆ แน่นอน พร้อมยอมรับว่า เลิกถ่ายแบบโป๊มา 5-6 ปีแล้ว แม้ที่ผ่านมา จะมีหลายคนติดต่อเข้ามาให้รับงานถ่ายแบบโป๊ แต่ตนขอไม่รับงาน เพราะสงสารแฟน

keyboard_arrow_up