‘น้ำท่วมภาคใต้’ ยังน่าห่วง! บ้านเรือน-พื้นที่เกษตรเสียหาย กรมอุตุฯ ประกาศเฝ้าระวังถึง 1 ธ.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ ฉบับที่ 31 เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไปจนถึงวันที่ 1 ธ.ค. 60 นี้ ขณะที่ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ในขณะที่ล่าสุดหลายจังหวัดยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ (30 พ.ย. 60) ส่งผลให้พื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ชัยบุรี อ.พระแสง อ.บ้านนาสาร และอ.เวียงสระ น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและถนน ระดับน้ำสูง 40 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องจอดรถทิ้งไว้ เพราะไม่สามารถใช้สัญจรได้

น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี
น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี

ด้าน จ.ตรัง ชาวอ.ห้วยยอดกว่า 80 หลังคาเรือนยังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก โดยเฉพาะที่ถ้ำเลเขากอบ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลังน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ต้องใช้เรือในการสัญจรเท่านั้น ล่าสุดมีพื้นที่ถูกประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 7 อำเภอ ราษฎรเดือดร้อนกว่า 12,000 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 170,000 ไร่

น้ำท่วมที่ จ.ตรัง
น้ำท่วมที่ จ.ตรัง

ที่ จ.ยะลา น้ำท่วมยังคงขยายวงกว้างครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอ ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร มีประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 85,419 คน ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัด ประกาศให้พื้นที่ 6 อำเภอเป็นเขตประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิตจาการจมน้ำแล้วจำนวน 2 ราย ใน อ.ยะหา และอ.รามัน

 

น้ำท่วมที่ จ.ยะลา
น้ำท่วมที่ จ.ยะลา

ที่ จ.นราธิวาส น้ำท่วมขังบนถนนหลายสายในพื้นที่ อ.เมือง โดยเฉพาะที่บริเวณสี่แยกไฟแดง ถนนระแงะมรรคา ต.บางนาค ที่ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30 เซนติเมตร ขณะที่บ้านเรือนหลายหลังชาวบ้านต้องนำถังขยะมาตั้งไว้หน้าบ้าน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ชะลอความเร็วขณะขับขี่รถ และป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าบ้านเพิ่ม

น้ำท่วมที่ จ.นราธิวาส
น้ำท่วมที่ จ.นราธิวาส

 

keyboard_arrow_up