จับชาวมอญมือเชือดเด็ก 5 ขวบ ทีมฆ่ายกครัว-ชาวสวนเผยนาทีก่อนเป็นศพ (คลิป)

จากกรณีที่ เมื่อวานที่ผ่านมา (28 พ.ย.60) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพานน้อย รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญฆ่ายกครัว 4 ศพ หนึ่งในนั้นมีเด็กหญิง อายุเพียง 5 ขวบ เสียชีวิต เหตุเกิดในบ้านพักคนงาน บริเวณสวนยางพารา หมู่ 4 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยแพทย์ รพ.บางสะพานน้อย เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักคนงาน แบ่งเป็น 3 ห้อง หลังคามุงด้วยสังกะสี ผนังก่อด้วยอิฐบล็อก และโรงเก็บยางพาราดังกล่าวตั้งอยู่กลางสวนยาง ในห้องพักแรกพบศพ นายนำพล คำคง อายุ 30 ปี (สามี) สวมกางเกงขาสั้นสีขาว เสื้อยืดสีดำ ถูกฟันด้วยของมีคมเข้าที่คอเกือบขาด พบศพ น.ส.มุกดา หงอกวิสัย อายุ 27 ปี (ภรรยา) สวนกางเกงขาสั้นสีดำ ใส่เสื้อคอกลมสีขาว ถูกฟันเข้าที่คอ และ ด.ญ.วัย 5 ขวบ (ลูกสาว) สวมชุดนอนสีขาว ถูกฟันเข้าที่ใบหน้า ลำตัว และที่แขนขวาถูกฟันขาด เบื้องต้นทั้ง 3 คนเป็น พ่อ แม่ ลูก

นอกจากนั้น ห่างจากห้องพักดังกล่าวไปประมาณ 30 เมตร บริเวณเพิงพักมุงด้วยผ้าพลาสติก พบศพ นายประสงค์ คำคง อายุ 50 ปี ใส่กางเกงขาสั้นไม่ใส่เสื้อ ถูกฟันเข้าที่คอ เป็นบิดาของ นายนำพล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพานน้อย ได้ตรวจสอบโดยรอบที่เกิดเหตุพบมีดพร้า 2 เล่ม และเคียวอีก 1 อัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยแพทย์ที่เข้าชันสูตรศพ พบว่า ทั้งหมดน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง

ล่าสุด วันนี้(29 พ.ย.60) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณสวนยางพาราดังกล่าว พบว่า ปากทางเข้าสวนยางพาราเป็นโรงโม่หิน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ถนนเป็นดินลูกรังแคบ ที่มีความลาดชันเนื่องจากเป็นภูเขา 2 ข้างทางเป็นป่า และสวนยางพารา บางช่วงเป็นเนินสูง โดยการเข้าไปในจุดดังกล่าว ต้องใช้รถกระบะยกสูง หรือรถจักรยานยนต์เท่านั้น จากการสังเกตพบว่า ด้านในพื้นที่ไม่มีบ้านคนอยู่บริเวณใกล้เคียง มีเพียงเพิงพักของลูกจ้างสวนยางพารา ที่ค่อนข้างอยู่ห่างกัน

จุดเกิดเหตุ เป็นห้องที่ปูด้วยอิฐบล็อก มุงสังกะสี จำนวน 3 ห้องนอน ตั้งอยู่กลางสวนยางพารา โดยมีการกั้นพื้นที่ด้วยเชือกสีแดงไว้ ห้องแรก เป็นห้องเกิดเหตุ ที่ยังพบว่ามีรอยเลือดขนาดใหญ่ติดอยู่ที่พื้น ทั้งยังส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง

ส่วนห้องตรงกลาง เป็นห้องพักของแรงงานชาวมอญ พบว่ามีเสื้อผ้า และอุปกรณ์เครื่องนอนวางอยู่ด้านใน

โดยห่างจากห้องที่เกิดเหตุไปประมาณ 30 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่พบศพ นายประสงค์ พบว่าเป็นเพิงพักไม้ ที่มุงด้วยผ้าใบ ที่ยังมีคราบเลือดบริเวณผ้าห่ม นอกจากนี้ ยังพบเสื้อผ้าวางอยู่รวมกันบนเพิงดังกล่าว

นายจรูญ ด้วงไพร อายุ 42 ปี เจ้าของสวนยางพาราในพื้นที่

ทางด้าน นายจรูญ ด้วงไพร อายุ 42 ปี เจ้าของสวนยางพารา ที่อยู่ติดกัน เปิดเผยว่า ไม่รู้จักครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นการส่วนตัว เพราะครอบครัวผู้เสียชีวิต เข้ามาทำงานสวนยางได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น ปกติจะเห็นครอบครัวนี้ขับรถจักรยานยนต์ ลงไปซื้อของที่ร้านค้าบริเวณด้านล่างเกือบทุกวัน แต่ไม่ได้พูดคุยกัน

ส่วนชาวมอญ 2 คน ที่ลงมือก่อเหตุ เป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุสลด ประมาณวันเสาร์ (25 พ.ย.) ตนเห็นว่า สองสามีภรรยานั่งดื่มเหล้ากับ ลูกจ้างของตน ซึ่งเป็นชาวมอญ และเป็นญาติกับผู้ก่อเหตุ รวมทั้งในวันนั้นได้มีเพื่อนชาวมอญ จากนอกพื้นที่มาร่วมวงดื่มเหล้ากัน

จนกระทั่งวันอาทิตย์ (26 พ.ย.) ลูกจ้างของตนไม่ได้มาทำงานอีก ตอนแรกคิดว่า อาจจะเถลไถลออกไปเที่ยวจนไม่กลับมาทำงาน ตนจึงไม่ได้ใส่ใจ ล่วงเลยมาช่วงบ่ายวันจันทร์ (27 พ.ย.) ตนได้ขับรถผ่านทางสวนยางที่เกิดเหตุ เห็นว่าบ้านพักปิดประตู พร้อมกับพบ นายสมประสงค์ นอนอยู่ในท่าตะแคงห่มผ้าบนแคร่ ตอนแรกตนคิดว่าน่าจะเหนื่อยล้าจากการทำงาน จึงขับรถผ่านไป

ก่อนที่จะมาทราบข่าวร้าย วันที่ 28 พ.ย. ว่าครอบครัวชาวไทยเสียชีวิตยกครัว นายจรูญ เปิดเผยว่า ตนไม่ทราบเรื่องว่าครอบครัวผู้เสียชีวิต จะมีปัญหาขัดแย้งกับครอบครัวชาวมอญ มาก่อน เพราะปกติทั้ง 2 ครอบครัวมักจะชอบดื่มเหล้าด้วยกันเป็นประจำ

ส่วนพื้นที่เกิดเหตุ เป็นสวนยางพารากลางหุบเขา อยู่ห่างจากผู้คน คาดว่าวันที่เกิดเรื่องร้าย จึงไม่มีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด

ขณะที่ สภ.บางสะพานน้อย เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เก็บรวมรวมหลักฐาน
ของผู้ต้องสงสัยทั้งเสื้อผ้า และลายนิ้วมือแฝง รวมถึงอุปกรณ์มีดพร้าสำหรับการทำสวน เพื่อนำมาตรวจคราบเลือดหาอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ

นายแดง ชาวมอญหนึ่งในผู้ก่อเหตุ

โดยเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัว นายแดง ชาวมอญ หนึ่งในผู้ก่อเหตุ เป็นคนที่ใช้อาวุธฟันเด็กหญิงวัย 5 ขวบ โดยทีมข่าวพยายามสอบถามถึงมูลเหตุจูงใจ แต่เจ้าตัวไม่ได้ตอบคำถามใดๆ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาติดตามคดี เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาชาวมอญ ที่ถูกจับกุมยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยร่วมกันลงมือทั้งหมด 5 คน ปมปัญหามาจากเรื่องหนี้สิน ที่ชาวมอญได้ยืมเงิน ครอบครัวผู้เสียชีวิตคนไทยไป 2,000 บาท เบื้องต้นชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามผู้ก่อเหตุทั้งหมด มาดำเนินคดี

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า นายแดง คือเพื่อนของ นายอโลน และนางซู 2 สามีภรรยาลูกจ้างสวนยาง ทำงานที่เดียวกันกับครอบครัวผู้เสียชีวิต มาร่วมดื่มเหล้าในวันเกิดเหตุ คาดว่ามีปากเสียงกับชาวไทยเรื่องการทวงเงินหนี้สิน จึงเป็นชนวนให้ลงมือก่อเหตุฆ่ายกครัว

นางเอ (นามสมมติ) เจ้าของสวนยางพาราที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางเอ (นามสมมติ) เจ้าของสวนยางพารา นายจ้างครอบครัวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งจะซื้อสวนยางดังกล่าวมาได้เพียง 1 เดือน นายอโลน และ นางซู 2 สามีภรรยาชาวมอญ เป็นลูกน้องเจ้าของสวนคนเก่า ที่ตนรับทำงานต่อ และได้จ้างครอบครัวชาวไทย เข้าไปร่วมทำงานด้วย

โดยให้ทั้ง 2 ครอบครัวแบ่งพื้นที่กรีดยางกันเอง สวนของตนมีต้นยาง จำนวน 3,000 ต้น ในพื้นที่ 35 ไร่ และจะแบ่งเงินค่าขายยางให้คนงานจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ ของราคาที่ขายได้

นางเอ บอกว่า ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ครอบครัว สนิทสนมรักใคร่กันดี มักจะนั่งดื่มสุราด้วยกันบ่อยครั้ง โดยไม่เคยพูดถึงปัญหาความขัดแย้งใดๆ แต่ยอมรับว่า ตนเองค่อนข้างสนิทกับครอบครัวชาวไทยมากกว่า แต่ตนไม่ทราบเรื่องที่ชาวมอญยืมเงินครอบครัวผู้เสียชีวิต

จนกระทั่งเมื่อวานที่ผ่านมา (28 พ.ย.) ตนเข้าไปที่สวนยางเห็นว่า ห้องพักล็อคประตู เมื่อดูตามช่องลม จึงเห็นศพของ สามีภรรยาสภาพขึ้นอืด คาดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 2 วัน

ขณะนั้น นางเอ ยอมรับว่า ตกใจเป็นอย่างมาก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมาทราบภายหลังว่า ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทั้งครอบครัว อย่างไรก็ตาม นายเอ เจ้าของสวนยาง ปักใจเชื่อว่า 2 สามีภรรยาชาวมอญ เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เพราะได้หนีไปจากพื้นที่ และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

keyboard_arrow_up