ประกาศสู้สุดซอย! ‘พระพยอม’ส่งทนายอุทธรณ์คดีที่ดินถุงกล้วยแขกวัดสวนแก้ว

ความคืบหน้ากรณีพิพาทเรื่องที่ดินซึ่งถือครองโดยมูลนิธิสวนแก้วกับเจ้าของที่เดิม โดยเจ้าของที่เดิมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเจ้าของใหม่ (ซึ่งได้ที่ดินมาโดยการครอบครองปรปักษ์) ผู้ที่ขายที่ดินให้มูลนิธิสวนแก้ว ในราคา 10 ล้านบาท เป็นจำเลยที่ 1 และ มูลนิธิสวนแก้วเป็นจำเลยที่ 2 เพื่อให้เพิกถอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ที่อยู่หน้าวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ก่อนที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้เจ้าของเดิมเป็นฝ่ายชนะ เมื่อปี 2557

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 60 พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี เปิดเผยถึงเรื่องราวข้อพิพาทที่ดินวัดสวนแก้ว ว่าในบ่ายวันเดียวกันนี้ นายเอกชัย อารมย์เสรี ทนายวัดสวนแก้ว จะเดินทางไปยื่นเรื่องอุทธรณ์อีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าสู้จนสุดซอย ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

พระพยอม เล่าถึงกระบวนการที่มาของที่ดินผืนนี้ตั้งแต่ต้นว่า ที่ดินจำนวน 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ที่วัดซื้อมานั้น เดิมทีนางวันทนา สุขสำเริง และสามีเป็นผู้นำมาเสนอขาย ในราคา 7 ล้านบาท ต่อมานางวันทนากลับมาบอกว่าไม่ขายแล้ว เพราะมีนายทุนเป็นผู้หญิงแก่ ขอเรียกว่า นางเอ (นามสมมติ) มาซื้อตัดหน้าไปในราคา 8 ล้านบาท จากนั้นนางเอ มาคุยกับหลวงพ่อที่กุฏิว่า มีการซื้อที่ดินผืนนี้ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้โอนโฉนด แต่หากหลวงพ่ออยากได้ที่ดินต้องซื้อต่อจากนางเอ จึงมีการตกลงซื้อขายกันในราคา 10 ล้านบาท แต่หลังจากตกลงกันแล้ว ทางวัดจะต้องรับโอนที่ผืนนี้จากนางวันทนาโดยตรง

พระพยอม

หลังจากนั้นทางวัดได้เข้าไปปรับปรุงที่ดิน เพื่อเตรียมทำประโยชน์ อย่างสงบและเปิดเผยเจตนาเป็นเจ้าของตามกฎหมาย โดยเข้าไปพัฒนาที่ตรงนี้อย่างเปิดเผย เป็นเวลา 2 ปี 7 เดือน ไม่เห็นมีใครร้องเรียน ซึ่งตรงนี้มีกฎหมายระบุ ว่าถ้าใครถูกรบกวนที่ดิน ต้องรีบดำเนินคดีภายใน 1 ปี แต่ภายใน 1 ปีแรกที่เข้ามาพัฒนาที่ดินก็ไม่เห็นมีใครมาร้องเรียน

ทั้งนี้ พระพยอมระบุจะเดินหน้าอุทธรร์คดี เพราะถือว่าได้ที่ดินผืนนี้มาโดยถูกต้องชอบธรรม

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีจะพาย้อนกลับไปดู ต้นสายปลายเหตุที่มาที่ไปของที่ดินผืนนี้

เริ่มจากปี 2516 นางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ ให้นางผาด และลูก (นางวันนทนา) มาอาศัยในที่ดิน

2546 นางวันนทนา (ลูกสาวนางผาด) ร้องต่อศาลยื่นขอกรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์

3 กันยายน 2547 กรมที่ดินออกโฉนดให้นางวันนทนา

9 กันยายน 2547 นางวันนทนา ขายที่ดินให้มูลนิธิสวนแก้ว

พฤษภาคม 2549 นายจำรง หิรัญประดิษฐ์ ทายาทนางทองอยู่ร้องต่อศาลขอที่ดินคืน

เมษายน 2550 ศาลพิพากษาให้ที่ดินเป็นของทายานางทองอยู่

2559 วัดยื่นขอกรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์

31 ตุลาคม 2560 ศาลชั้นต้นยกคำร้อง

ทั้งนี้ ทีมข่าวสอบถามพระพยอมว่า ยังได้เจอกับนางวันนทนา อีกหรือไม่ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วกล่าวว่า หลังเกิดเรื่องไม่ได้มีโอกาสพบเจอกับนางวันทนาเลย ตั้งแต่ปี 2547 แต่ทราบว่าป่วยอยู่ ซึ่งหากมีโอกาสก็อยากไปเยี่ยม เพราะรู้สึกสงสาร

ด้านนายเอกชัย อารมย์เสรี ทนายความวัดสวนแก้ว เปิดเผยถึงประเด็นที่วัดสวนแก้วยื่นอุทธรณ์วันนี้ ว่า เป็นการยื่นขอครอบครองโดยปรปักษ์ ซึ่งทางวัดได้ครอบครองที่ดินผืนนี้ มาอย่างสงบเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของ

นายเอกชัย อารมย์เสรี ทนายความวัดสวนแก้ว

ส่วนประเด็นข้อโต้แย้ง หากมองจากสำนวนที่มีการยื่นคำร้องในคดีเดิม ที่ทายาทของนางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ เจ้าของที่ดินเดิม มาร้องต่อศาลขอที่ดินคืน ตั้งแต่ปี 2549

โดยอ้างว่า เพิ่งทราบว่ามีที่ดินผืนนี้ เมื่อปี 2543 แต่กลับรู้ว่า นางวันทนา สุขสำเริง มาเช่าที่แม่ของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดกัน แสดงว่าทางยาทของนางทองอยู่ ไม่รู้จักที่ดินแปลงนี้มาก่อนเลย แต่การเบิกความครั้งนั้นอ้างว่า ที่ดินแม่มีเยอะมากจนจำไม่ได้

และอีกข้อหนึ่งคือ นางทองอยู่ เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2528 และมีการจัดการมรดกในปี 2529 ซึ่งอยากถามว่าปี 2543 ทราบได้อย่างไรว่ามีที่ดินผืนนี้อยู่ และเพิ่งมารู้หลังจากเวลาผ่านไปนานถึง 10 กว่าปี

keyboard_arrow_up