คดีหลายสิบล้านก็ล้มมาแล้ว! เปิดใจ ‘เหยื่อถูกลูกชายครูจอมทรัพย์เบี้ยวเงิน’ เผยโดนข่มขู่แกมดูถูก (คลิป)

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี พูดคุยเปิดใจครั้งแรกกับเหยื่อถูก ลูกชายครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร เบี้ยวเงิน หลังครูจอมทรัพย์ เคยโพสต์ว่ามีคนบุกรุกบ้าน เจ้าตัวยืนยันวันดังกล่าวพาเพื่อนสาวซึ่งเป็นลูกสะใภ้ครูจอมทรัพย์ ไปตกลงเรื่องเงินกับลูกชายครู แต่กลับถูกปฏิเสธไม่รับผิดชอบหนี้ที่โกงชาวบ้าน และการออกมาแชร์เรื่องนี้ เพราะอยากแฉพฤติกรรมของครูจอมทรัพย์ที่สังคมไม่เคยรับรู้

กรณีเพจชื่อดัง (แหม่มโพธิ์ดำ) แชร์ภาพและเรื่องราวของหญิงรายหนึ่ง ระบุเรื่องราวว่าตนตกเป็นเหยื่อของครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หลังสามีของเธอได้เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ โดยมีลูกชายของครูจอมทรัพย์ เป็นผู้รับโอนและแลกเงินส่งให้ครอบครัวของแรงงานที่เมืองไทย แต่กลับเบี้ยวโอนเงิน จนลูกสะใภ้ของครูจอมทรัพย์ต้องออกมารับผิดชอบใช้เงินส่วนตัวโอนให้แรงงานเหล่านั้น ก่อนจะมีการนัดแนะไปคุยที่บ้านครูจอมทรัพย์ กระทั่งครูจอมทรัพย์ถ่ายภาพไว้ และนำมาโพสต์ว่ามีคนบุกรุกบ้าน พร้อมทั้งส่งคนมาขุมขู่ครอบครัวของหญิงรายนี้ด้วย

ล่าสุดคุณปรัศนีย์ ตันนะไพบูรณ์ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี วิดีโอคอล คุยกับผู้เสียหายรายนี้ คือ คุณธารรินทร์ ราชู หรือ ต้า อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี คุณต้า เล่าว่า แฟนของเธอถูกญาติของครูจอมทรัพย์ซึ่งเป็นนายหน้าหาแรงงานไปทำงานที่ต่างประเทศด้วยกัน โดยจะมีนายปรเมศว์ แสนเมืองโคตร ลูกชายคนโตของครูจอมทรัพย์ เป็นคนรับโอนและแลกเงินต่างประเทศเป็นเงินไทย ก่อนจะโอนเข้าบัญชีครอบครัวแรงงานที่เมืองไทยให้


โดยแฟนคุณต้าเริ่มทำงานเป็นคนงานในไร่องุ่นที่ประเทศนิวซีแลนด์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และทุกๆ วันพฤหัสบดีจะมีเงินโอนเข้าครั้งละ 2-3 หมื่นบาท ซึ่งงวดสุดท้ายก่อนที่แฟนจะเดินทางกลับ คือ วันที่ 12 สิงหาคม 2560 คุณต้า ก็ได้รับเงินตามปกติ แต่จากนั้นอีกประมาณครึ่งเดือน (3 ตุลาคม) นางสาวพรพิมล แก้วม้า หรือ คุณมนต์ ภรรยาของนายปรเมศว์ ได้บอกว่า ปรเมศว์ยังไม่โอนเงินให้

คุณต้า ยอมรับว่า ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเงินจำนวน 250,000 บาท ที่คุณมนต์ นำมาจ่ายให้ภรรยาของแรงงานชาวไทยทุกคนนั้น คุณพ่อของคุณมนต์นำบ้านไปจำนอง เพื่อนำเงินมาให้หมุนตรงนี้ก่อน พร้อมกับถูกปรเมศว์ บอกเลิกโดยไม่มีเหตุผลชี้แจง

วันที่ 20 ตุลาคม คุณต้าจึงอาสาเป็นคนกลางติดต่อพูดคุยระหว่าง คุณมนต์ และปรเมศว์ โดยยืนยันว่าการเดินทางไปที่บ้านครูจอมทรัพย์นั้น มีการนัดหมายกันแล้ว ซึ่งพอไปถึงครูจอมทรัพย์ก็ยิ้ม ตอนนั้นคุณต้าคิดว่าเป็นคนมีมารยาทดี สมกับการเป็นแม่พิมพ์ของชาติ แม้ครูจอมทรัพย์จะหยิบมือถือมาถ่ายภาพเธอไป ก็ไม่ได้ติดอะไร โดยเธอก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปบ้าง เพื่อยืนยันเป็นหลักฐานว่ามาตามนัด ก่อนที่ครูจอมทรัพย์จะออกอาการปฏิเสธว่าลูกชายไม่ได้เบี้ยวเงิน แต่เงินจำนวนนั้น คือเงินก้อนที่แฟนคุณต้ายืมไปจากปรเมศว์ พร้อมกับบอกให้คุณต้าออกจากบ้านไป โดยที่ให้คุณมนต์อยู่ต่อ แต่ทุกคนไม่ยอม

เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีก เมื่อคุณต้าถูกนำภาพไปโพสต์ พร้อมระบุข้อความว่า “บุกรุก” เธอยอมรับว่าเสียใจกับภาพลักษณ์ภายนอกของครูจอมทรัพย์เป็นอย่างมาก เพราะการพาคุณมนต์ไปพบปรเมศว์วันนั้น เพื่อให้ตกลงตามประสาสามีภรรยา แต่กลับพบเหตุการณ์แบบนี้ เพราะไม่เพียงจะไม่คืนเงินแล้ว ยังปัดที่จะรับผิดชอบสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น และไปแจ้งความดำเนินคดีว่าบุกรุกด้วย

ครูจอมทรัพย์ยังคงระรานคุณต้าไม่จบ โดยได้ไปที่บ้านแม่สามีคุณต้า และใส่ร้ายว่าเธอไปบุกรุก พร้อมจะแจ้งความเรียกเงิน 1 แสนบาท เรื่องนี้ทำให้แม่สามีคุณต้าล้มป่วยทันที คุณต้าจึงเดินทางไปพบตำรวจเพื่อรายงานตัวด้วยความบริสุทธิ์ใจ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมแจ้งความกลับครูจอมทรัพย์ในข้อหาใส่ร้าย แจ้งความเท็จ และข่มขู่

กระทั่งวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีโอกาสพบกับครูจอมทรัพย์อีกครั้งที่ตลาดนัดในพื้นที่ ครั้งนี้เกิดปากเสียงกันรุนแรง เพราะครูจอมทรัพย์เข้ามาถามว่า “ให้เงิน 3-4 หมื่น” จบไหมเรื่องแจ้งความ พร้อมอวดอ้างว่าเป็นคดีเล็กๆ ไม่กลัวเพราะคดีใหญ่ๆ มูลค่าหลายสิบล้านบาทก็ล้มมาแล้ว ที่สำคัญครูจอมทรัพย์ยังได้ด่าทอคุณต้าว่าเป็นลูกชาวไร่ชาวนา ไม่มีการศึกษา คุณต้ายอมรับว่า จุดนี้ทำให้เธอมุ่งมั่นและตั้งใจว่า ยอมความกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเธอไม่เคยดูถูกใคร และผิดหวังกับครูจอมทรัพย์อย่างถึงที่สุด โดยเธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า หากยังเป็นครูอยู่ จะไม่ให้ลูกหลานเรียนกับครูคนนี้อย่างแน่นอน และคนธรรมดาลูกชาวไร่ชาวนาคนนี้ จะขึ้นศาลพร้อมครูจอมทรัพย์เอง

คุณธารรินทร์ ราชู หรือ ต้า

ทั้งนี้คุณต้า ย้ำว่าการที่เธอเดินหน้าเอาผิดครูจอมทรัพย์ เพราะเงินจำนวน 250,000 บาทนั้น ส่วนหนึ่งเป็นสิทธิของเธอที่จะเรียกร้องเงินของสามี เพราะเงินที่ได้มาใช้หากคุณมนต์ไม่จ่ายให้ก่อน ก็เท่ากับปรเมศว์เบี้ยวเงินของเธอด้วย และการออกมาแชร์เรื่องนี้ ตนได้รับความเดือดร้อนจริงๆ อับอายจนไม่รู้จะทำอย่างไร และอยากให้สังคมรับรู้ถึงพฤติกรรมของ แกะ ที่โยน แพะให้คนอื่นโดยเฉพาะผู้บริสุทธิ์ และเป็นนักวางแผนมืออาชีพด้วย

keyboard_arrow_up