“เด็กนาย” มือยิงหนุ่ม 14 พิการจ่อมอบตัว หลังเย้ยเช็คอินเที่ยว – เหยื่อช้ำไม่ยอมเจอคนนับปี (คลิป)

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.ชุติมันต์ ชื่นเรณู อายุ 39 ปี มารดาของนายชานน มณีรัตน์ หรือ “ปอนด์” อายุ 16 ปี ที่เป็นอดีตนักกีฬาวิ่งโรงเรียนกีฬาทุ่งสง ถูกยิงจนพิการ ผ่านไป 2 ปี คนร้ายยังลอยนวล ได้เดินทางมาพร้อมกับ นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เพื่อเข้าพบ พ.ต.ท.ชัยฎิภูมิ อำนวยชัย รอง ผกก.5 บก.ป. ขอให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุม นายกิตติพงศ์ สังข์แก้ว หรือ “ตาน้อย” อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง วันที่ 27 สิงหาคม 2558 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

บรรยากาศที่ทางครอบครัวได้เดินทางเข้าร้องที่กองบังคับการปราบปราม

โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายชานน หรือ “ปอนด์” อดีตนักกีฬาวิ่งโรงเรียนกีฬาทุ่งสง จนพิการเดินไม่ได้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว หลังเกิดเหตุครอบครัวได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.ทุ่งสง จ..นครศรีธรรมราช แม้ว่าศาลจะออกหมายจับผู้ต้องหา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

น.ส.ชุติมันต์ ชื่นเรณู อายุ 39 ปี มารดาของนายชานน มณีรัตน์ หรือ “ปอนด์”

ล่าสุด น.ส.ชุติมันต์ แม่น้องปอนด์ มาเปิดใจในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.50 น. ว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2558 ขณะเกิดเหตุ น้องปอนด์ ลูกชาย อายุเพียง 14 ปี เป็นนักกีฬาวิ่งแข่งโรงเรียนการกีฬา โดยวันเกิดเหตุ น้องปอนด์ ไปเอาโทรศัพท์มือถือที่ลืมไว้บ้านเพื่อน ระหว่างที่ยืนคุยอยู่กับเพื่อนหน้าบ้าน มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 6 คน ขับจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี แล้วมาจอดรถขอบุหรี่ไปสูบ แต่ น้องปอนด์ ตอบว่า มีแต่ใบจากยาเส้น กลุ่มวัยรุ่นพูดกับน้องปอนด์ว่า “มึงเที่ยวให้ระวังตัวหน่อย” ด้วยความสงสัย น้องปอนด์ จึงถามกลับไปว่า “ให้ระวังตัวอะไร” จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ใช้จ่อปืนยิงที่ศีรษะแต่กระสุนด้าน โดยน้องปอนด์ พยายามวิ่งหนี กลุ่มวัยรุ่นจึงยิงปืนลูกกระสุนพุ่งมาบริเวณชายโครงขวา

หมอวินิจฉัยว่า น้องมีอาการ ปอดทะลุ ขั้วตับฉีกขาด หมอนรองกระดูกสันหลังข้อที่ 11 แตกและลูกกระสุนปืนฝั่งใน ถูกจุดสำคัญ จนทำให้น้องพิการช่วงล่างไม่มีความรู้สึก ขับถ่ายเองไม่ได้ 

หมายจับผู้ต้องหา

นอกจากนี้ น.ส.ชุติมันต์ แม่น้องปอนด์ บอกอีกว่า ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ลูกชายต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตำรวจไม่ได้เข้ามาสอบปากคำลูกชายตนเลย

ภายหลังจากเกิดเหตุ 1 ปี ตำรวจเพิ่งมาสอบปากคำลูกชาย ทั้งที่รู้ตัวคนร้ายที่ยิง น้องปอนด์ ว่าเป็นใคร แต่ไม่ดำเนินการใดๆ มือปืนยังใช้ชีวิตในพื้นที่ตามปกติ มีคนบอกว่าเป็นผู้ก่อเหตุเป็น “เด็กนาย” รู้จักผู้มีอิทธิพล ซึ่งแม่น้องปอนด์ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเด็กใคร แต่ชอบหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว โดยยังไม่ถูกจับกุม

จนมาถึงวันนี้เป็นระยะเวลา 2 ปีแล้ว คดีกลับเงียบหายไม่มีความคืบหน้า จึงเรียกร้องความเป็นธรรม ขอให้จับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้ แม่น้องปอนด์ เปิดใจว่า ทุกวันเห็นลูกทรมานความรู้สึกยิ่งกว่าตายทั้งเป็น ถ้าเจ็บแทนได้แม่ยอมเจ็บแทน เพื่อแลกกับการให้ลูกชายมีชีวิตเป็นปกติ และหวังว่า น้องปอนด์ จะต้องกลับมาเดินได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า แม้มือปืนจะมีหมายจับ แต่ยังเล่นเฟซบุ๊กเช็คอิน ระบุตำแหน่งที่อยู่ในพื้นที่ย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี อีกด้วย

ภายหลังจากที่ น้องปอนด์ พิการไม่สามารถเดินได้ ทำให้ น.ส.ชุติมา ตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อมาดูแลลูกชาย และติดตามความคืบหน้าคดีนี้ พร้อมเปิดเผยว่า ชีวิตลูกชายเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็นคนเก็บตัวอยู่คนเดียวไม่กล้าออกมาเจอหน้าใคร

ส่วนพี่สาวน้องปอนด์ ต้องยอมลาออกจากโรงเรียน เพื่อมาดูแลน้องชายที่พิการเดินไม่ได้หลังถูกยิง ในระหว่างที่แม่ไปติดตามคดี

ขณะเดียวกัน น้องปอนด์ เปิดใจว่า ต่อให้จับคนร้ายแล้วจะเป็นอย่างไร ตนยังพิการอยู่เช่นนี้ โดยทนายรณณรงค์ บอกกับน้องปอนด์ ว่าหากจับกุมตัวคนร้ายได้ ทางครอบครัวผู้ก่อเหตุต้องมารับผิดชอบ และจะได้เรียกร้องความยุติธรรมกลับคืนมาให้ครอบครัว

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อมูลว่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เวลาประมาณ 10.00 น. ผู้ต้องหาจะเข้ามอบตัวต่อทางเจ้าหน้าที่ หลังจากหายไปกว่า 2 ปี

keyboard_arrow_up