มี 2 แสนก็ไร้ค่า! ศาลไม่ให้ประกัน ‘ครูจอมทรัพย์’ อนุมัติ ‘สับ วาปี’ – เมีย ยื่นประกัน 1 แสน

ศาลยกคำร้องขอประกันตัว “ครูจอมทรัพย์” หวั่นผู้ต้องหาจะไปวุ่นวายกับพยาน และถือเป็นคดีที่ประชาชนสนใจ ขณะที่ครูอ๋อง ทางเจ้าหน้าที่ยังควบคุมตัวเพื่อสอบขยายผลขบวนการรับจ้างรับผิดแทน

หลังจากช่วงสายวันนี้ พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้คุมตัว นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาล กรณีขอรื้อฟื้นคดีขับรถชนคนตาย และอั้งยี่ซ่องโจร ไปขออำนาจฝากขังต่อศาลจังหวัดนครพนม หลังจากคุมตัวครบ 48 ชัวโมง โดยญาตินางจอมทรัพย์ได้ยื่นหลักทรัพย์จำนวน 2 แสนบาทเพื่อขอประกันตัว ล่าสุดศาลได้ยกคำร้อง และให้นำตัวไปขังเรือนจำกลางนครพนม เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปวุ่นวายกับพยาน และคดีนี้ถือเป็นคดีที่ประชาชนสนใจ

นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือครูจอมทรัพย์

ขณะเดียวกันวันนี้ ศาลได้พิจารณาให้ประกันตัว “สับ วาปี” และ “จันทร์ วาปี” ภรรยาโดยใช้หลักทรัพย์คนละ 100,000 บาท เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวโดยสมัครใจ และไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี

นายสับ วาปี

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นางจอมทรัพย์ ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ตั้งแต่กระบวนการขอรื้อฟื้นคดี ไปจนถึงการให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงยุติธรรม โดยพนักงานสอบสวนขอเวลารวบรวมข้อมูล ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ถูกพาดพิง จะเข้าข่ายมีความผิดหรือไม่ ต้องรอสอบปากคำก่อน

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ส่วนนายสุริยา นวลเจริญ หรือ ครูอ๋อง ที่ระบุว่า นางจอมทรัพย์ ไม่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนการรับผิดแทนตัวเองนั้น ทางตำรวจยืนยันว่า การสอบปากคำ ครูอ๋องก่อนหน้านี้ ได้ให้การซัดทอดครูจอมทรัพย์ และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรยังพบว่าครูอ๋องเคยต้องคดีเกี่ยวกับการค้าไม้เถื่อน ไม้พะยูง มาแล้ว 4 คดี ระหว่างปี 2537-2555 โดยมีความเชื่อมโยงนายสับ เพราะเคยไปช่วยเหลือคดีค้าของป่าด้วย

นายสุริยา นวลเจริญ หรือ ครูอ๋อง

ส่วนนายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร สามีครูจอมทรัพย์ และ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานผู้เห็นเหตุการณ์คดีขับรถยนต์ชนคนตาย ยังไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ซึ่งตำรวจเตรียมออกหมายเรียกรอบที่ 2 หากยังไม่มาอีกก็จะพิจารณาออกหมายจับ

สำหรับกรณีพาดพิง ว่ามีเจ้าหน้าที่ของ ดีเอสไอ และกระทรวงยุติธรรมเข้าไปเกี่ยวข้อง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่เข้าไปดำเนินการในคดีของนางจอมทรัพย์นั้น เป็นเจ้าหน้าที่ที่ทางกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ขอตัวไปช่วยราชการ เป็นทีมงานของผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ซึ่งรับหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ ตรวจสอบข้อมูลหลายกรณี ก่อนส่งเรื่องให้ทางผู้บริหารของกระทรวงยุติธรรมพิจารณา ในการช่วยเหลือ โดยเป็นเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สั่งการให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่าเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ รายดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวหรือไม่ หรือเป็นเพียงการช่วยเหลือตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม หากมีผู้มาร้องเรียนยังดีเอสไอเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงเรื่องดังกล่าว ทางดีเอสไอก็พร้อมที่จะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
keyboard_arrow_up