ครอบครัว ‘น้องเมย’ รอผลพิสูจน์อวัยวะ เครือข่ายนักกิจกรรมฯ ยื่นหนังสือ กสม. จี้ความรุนแรงในรร.ตทห.

กลุ่มเครือข่ายนักกิจกรรมนำโดยกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย เข้ายื่นหนังสือต่อ กสม. เพื่อสอบถามเรื่องการกระทำความรุนเเรงในโรงเรียนเตรียมทหาร ขณะที่ครอบครัวน้องเมยบอกว่า การดำเนินการหลังจากนี้จะต้องรอผลการผ่าชันสูตรอวัยวะก่อน

ความเคลื่อนไหวของครอบครัว น้องเมย หลังจากเมื่อวานนี้ (26 พ.ย. 60) ได้ออกมาแถลงข่าว ขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รวมทั้ง พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ให้โอกาสกับทางครอบครัวและรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรม พร้อมระบุว่า ที่ออกมาเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ได้อยากทะเลาะกับกองทัพ แต่ต้องการรู้สาเหตุการตายของลูกเท่านั้น

ซึ่งหลังจากแถลงข่าวเสร็จ น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมี่ยง พี่สาวของ “น้องเมย” ได้กลับไปรักษาตัว โรคเครียดชักเกร็ง ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีต่อ ซึ่งน้องเมี่ยง บอกเพียงสั้นๆ ว่า ตนเองอาจจะไม่เข้าไปร่วมสังเกตุการณ์การผ่าพิสูจน์อวัยวะน้องเมยแล้ว เพราะทราบมาว่าขณะนี้ ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตั้งทีมแพทย์ที่จะผ่าพิสูจน์อวัยวะแล้ว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากหลายๆฝ่ายร่วมด้วย จึงไม่จำเป็นที่ตนจะเข้าไปดู และจะได้ไม่รู้สึกสะเทือนใจที่เห็นอวัยวะของน้องอีก ซึ่งหลังการผ่าพิสูจน์เสร็จแล้ว ผลการผ่าพิสูจน์จะออกอีก 7 วัน ซึ่งทางครอบครัวจะรอฟังผลว่าการเสียชีวิตของน้องเมยเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ส่วนจะดำเนินการอย่างไนต่อต้องรอฟังผลก่อน

ขณะที่วันนี้ กลุ่มเครือข่ายนักกิจกรรมนำโดยกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายนิธิ กัลชาญพิเศษ นักศึกษาชั้นปี 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ายื่นหนังสือต่อ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อสอบถามถึงกรณีการกระทำความรุนเเรงในโรงเรียนเตรียมทหาร เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมทั้งเเก้ไขเเละเยียวยา ต่อกรณีนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ ‘น้องเมย’ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิต และทางญาติตรวจพบว่าอวัยวะภายในร่างกายหายไป

กลุ่มเครือข่ายนักกิจกรรมนำโดยกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย เข้ายื่นหนังสือต่อ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

โดยนายนิธิ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่เกิดในประเทศไทย ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาโรงเรียนเตรียมทหารมีผู้เสียชีวิต 8 คน ซึ่งส่วนใหญ่ เสียชีวิตในรัฐบาลทหารถึง 7 คน และ มีเพียง 1 คนเท่านั้น ที่เสียชีวิตในรัฐบาลพลเรือน พร้อมระบุว่าการลงโทษที่ผ่านมาเป็นการลงโทษที่เกินเลยและละเมิดสิทธิในร่างกาย รวมถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของบุคคลอื่นด้วย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มียาวนานแต่กลับไม่ได้รับการแก้ไข หลังจากนี้คาดหวังว่าอนาคตอยากให้มีการลงโทษแบบมีขอบเขต

นายนิธิ กัลชาญพิเศษ นักศึกษาชั้นปี 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ด้านนางอังคณา เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นกระแสสังคม ที่ผ่านมามีการตรวจสอบทั้งเรื่องการรับน้อง และเรื่องทหารเกณฑ์ ซึ่งก็ได้รายงานไปหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้ต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะเชิญผู้เกี่ยวข้อง อาทิ ครอบครัว แพทย์ เข้ามาให้ข้อมูล โดยยืนยันว่ากสม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้หาข้อมูลเรื่องนี้ไว้พอสมควรแล้ว กำลังนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ซึ่งผู้เสียหายยังสามารถร้องต่อศาลเพื่อขอความเป็นธรรมได้อีกทางหนึ่ง

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
keyboard_arrow_up