เปรียบเหมือนการแสดงความเคารพ! นายทหาร ยัน ฝึกทหารทุกหน่วยมีการซ่อม หนัก-เบา ตามหลักสูตร

เปิดใจนายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ ยืนยันว่าการฝึกทหารทุกหน่วยมีการซ่อมจริง แต่ต้องสมเหตุสมผล ซึ่งหากมีการซ่อมแบบรู้ลิมิตจะไม่เกิดความสูญเสีย 

คุณเท็น (นามสมมติ) นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ เปิดใจกับ คุณพนิตา สืบสมุทร ผู้สื่อข่าวของเรา โดยยอมรับว่า การซ่อมหรือการลงโทษทางวินัย ถือเป็นเรื่องปกติของทหาร หรือคนที่คิดจะเข้ามาเป็นทหาร ซึ่งถือเป็นระเบียบและมีอยู่ทุกหลักสูตร แต่จะมีความรุนแรง และความหนักของการซ่อมแตกต่างกันออกไป ตามหลักสูตรการฝึก นักเรียน รด. นักเรียนเตรียมทหาร ก็จะหนักขึ้นมา ส่วนพลทหาร หรือทหารใหม่ และนักเรียนนายสิบก็จะซ่อมหนักขึ้นมาอีก

คุณเท็นยอมรับว่าส่วนตัว เคยมีโอกาสสัมผัสกับการฝึกพลทหาร ซึ่งมีการลงโทษโดยการ “ซ้อม” ทำให้พลทหารนายนั้นต้องนอนพักรักษาตัวอยู่หลายวัน แต่การลงโทษโดยวิธีนี้ ส่วนมากจะมาจากความผิดทางวินัยที่ชัดเจน แต่จะหนัก-เบาขนาดไหน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าถึงขั้นต้องซ้อม แสดงว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรง การหนีทหาร เสพยาเสพติด หรือขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยจะมีทั้งการลงไม้ลงมือ เตะ ต่อย

ส่วนเรื่องการซ่อม คุณเท็น ยอมรับว่า อาจมีบ้างที่มีการซ่อมจากการกลั่นแกล้งของรุ่นพี่ แต่ถือเป็นเรื่องปกติ สำหรับสังคมของทหาร เปรียบเหมือนการแสดงความเคารพ ว่ารุ่นน้องต้องเคารพรุ่นพี่ เหมือนการรับน้องในมหาวิทยาลัย หากทำไม่ถูกใจ ก็มีสิทธิ์ที่จะโดนซ่อม หรือหากรุ่นน้องยอมทำตามหรืออ่อนข้อลง จะไม่ค่อยเกิดปัญหาอะไร หากแข็งข้อใส่ ปัญหาเกิดแน่นอน และจะเริ่มอยู่ยาก ในสังคมของทหาร

คุณเท็นอธิบายถึงการซ่อมว่า หากเป็นเวลาเรียน หรือเวลาฝึก อำนาจหน้าที่ในการซ่อมจะเป็นของครูฝึก แต่หากนอกเหนือจากนั้น โรงเรียนเตรียมทหารจะมีเวลาให้รุ่นพี่และรุ่นน้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์ให้เกิดความสามัคคี ระหว่างพี่น้อง แต่ด้วยความที่ยังเป็นวัยรุ่น การเขม่นหรือการทะเลาะเบาะแว้งกันย่อมมีบ้าง เพราะส่วนใหญ่รุ่นพี่จะมีอายุมากกว่าเล็กน้อย ซึ่งถือว่ายังมีความเป็นเด็ก ขาดความยั้งคิด และการระงับอารมณ์

แต่เรื่องที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ ส่วนตัวมองว่า หากมาจากการซ่อมจริงๆ ถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะน้องยังเด็ก ไม่น่าจะได้รับการกระทำที่รุนแรงขนาดนี้ พร้อมฝากถึงผู้เกี่ยวข้องว่า หากมองกันจริงๆ นักเรียนเตรียมทหารถือว่ายังเป็นเด็ก เป็นเยาวชน เมื่อเห็นข่าวรู้สึกเสียใจว่าทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เพราะหากเป็นลูกหลานเราคงเสียใจไม่ต่างกัน แม้จะบอกว่าต้องเตรียมใจอยู่แล้วเมื่อเข้ามาฝึกทหาร แต่ทุกคนมีพ่อมีแม่ และครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง

นอกจากนี้ คุณพนิตา ยังมีโอกาสได้คุยกับอดีตพลหาร อีก 1 นาย ที่อยู่ในการฝึกนานถึง 6 เดือนเล่าว่า ตัวเองเป็นอีก 1 คนที่เคยถูกซ่อม แต่ไม่ได้หนัก มีเพียงการพุ่งหน้า พุ่งหลัง ซึ่งเป็นเหมือนท่าออกกำลังกายทั่วไป ส่วนสาเหตุมาจาก การฝึกที่ไม่พร้อมเพรียงกัน เดินแถวไม่เป็นระเบียบ โดยถือว่าเป็นเกณฑ์ปกติในการลงโทษของทหาร ส่วนการลงโทษหนักที่สุดที่เคยเห็นคือ การที่ครูฝึกใช้เท้าถีบจากด้านหลัง โดยไม่มีใครตั้งตัวทัน เพราะทำไม่ทันเพื่อน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในการฝึกทุกรุ่นแต่ก็รับได้ เพราะคิดว่า เป็นการฝึกระเบียบถ้าเราทำตามเพื่อนไม่ทันหรือไม่ทำตาม

keyboard_arrow_up