พระมหาสีไพรโว จะเปิดตอกเส้นในสนามบิน ท้าให้รีบมาจับ-หมอพื้นบ้านฉะ ผิดเกณฑ์ใช้ท่าพิศดาร (คลิป)

จากกรณีที่มีการแชร์คลิป พระมหาสีไพร อาภาธโร มูลนิธิโพธิรังสี ตอกเส้น 2,600 ปี กำลังตอกเส้น รักษาอาการปวดของผู้ป่วย หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้เจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้าตรวจสอบมูลนิธิตอกเส้น สาขาปากเกร็ด และสั่งให้ยุติการดำเนินการ แต่ทาง พระมหาสีไพร ยืนยันว่า จะเปิดทำการตอกเส้นในนามของมูลนิธิต่อไป พร้อมบอกว่า “ถ้าจะให้หยุดก็คือจับอาตมาติดคุก” ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ ( 23 พ.ย.60 ) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้เดินทางไปที่มูลนิธิโพธิรังสี สาขาปากเกร็ด พบว่าสถานประกอบการดังกล่าว ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แม้ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีคำสั่งให้หยุดดำเนินการทางกระทรวงสาธารณสุขจะสั่งให้ยุติการให้บริการไปแล้ว

พระมหาสีไพร เปิดเผยว่า สาเหตุที่ยังเปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการ เนื่องจากยังไม่เห็นคำสั่งห้ามของกระทรวงสาธารณสุข บวกกับตนเองทนไม่ได้ หากมีคนป่วยเดินมาให้รักษาแล้วไม่ได้ช่วยเหลือ เปรียบเหมือน “จะทำให้ศีลธรรมที่อยู่ในหัวใจของตนเองนั้นหายไป ตนเองจะกลายเป็นคนที่เลวที่สุด” พร้อมยืนยันว่า จะเปิดให้บริการตอกเส้นจนกว่าตัวเองจะเข้าคุก

พระมหาสีไพร

นอกจากนี้ พระมหาสีไพร ยังกล่าวด้วยว่า ผู้ที่เริ่มต้นคิดข้อบังคับในกฎหมายว่า ถ้าไม่มีใบประกอบโรคศิลป์ และรักษาคนโดยเก็บเงินนั้นผิดกฎหมาย ถือได้ว่าบุคคลนี้เป็นคนไม่มีวิสัยทัศน์

ส่วนกรณีที่มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา จะต้องเดินทางไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียก่อน เนื่องจากเป็นการยืนยันว่า ผู้ป่วยมารักษาด้วยความสมัครใจ หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ทางมูลนิธิฯ จะไม่รับผิดชอบ

สำหรับกรณีที่มีบางคนออก มาบอกว่า ตอกเส้นกับ พระมหาสีไพร แล้วกลับบ้านไปเกิดอาการป่วย ปวดตัวถึงขั้นปางตาย พระมหาสีไพร ชี้แจงว่า ตนขอพบเจอ และพูดคุยกับคนดังกล่าวเสียก่อนว่า สาเหตุการปวดตัวมาจากตนเองจริงหรือไม่ ก่อนที่จะพูดคุยถึงรายละเอียด เรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย เนื่องจากตนเองกลัวว่า จะถูกคนสวมรอยมาเรียกเอาเงินชดใช้ค่าเสียหาย

อย่างไรก็ตาม พระมหาสีไพร ยังกล่าวด้วยว่า คนที่เคยเข้ามารับการรักษาบรรเทาอาการทุกคน จำเป็นต้องมีการปฏิบัติตัวที่ดี นอนให้ถูกท่า กินให้ถูกสุขลักษณะ และจำเป็นต้องมีจิตใจที่ดี คิดดี ทำดี ทุกอย่างจะประกอบด้วยบุญและกรรม

ขณะเดียวกัน พระมหาสีไพร เปิดเผยอีกว่า ได้มีการวางแผนจะเปิดศาสตร์การตอกเส้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ หากสามารถขอใบอนุญาตได้เป็นที่เรียบร้อย

นางเสาวณีย์ กุลสมบูรณ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย

ด้าน นางเสาวณีย์ กุลสมบูรณ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า การตอกเส้นเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนา ที่ต้องทำโดยหมอเมือง หรือหมอพื้นบ้าน มีหลักวิชาความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมา ใช้เครื่องมือ คือค้อน กับไม้ ที่กลึงให้มีลักษณะกลมมน ไม่ให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บเมื่อตอกลงไปบนร่างกาย

โดยก่อนตอก หมอพื้นบ้านจะต้องทำการวินิจฉัย ก่อนตอกลงไปตามเส้นประธาน 10 หรือทางเดินลม อาศัยแรงสั่นสะเทือนระหว่างค้อนกับไม้ เป็นจุดวิ่งของการตอก ไม่ลงน้ำหนักรุนแรง

ขณะตอก ผู้ป่วยจะใช้ท่าพื้นฐาน คือนอนคว่ำ นอนหงาย หรือนั่งในกรณีที่ตอกบริเวณไหล่ ไม่ใช้ท่าพิสดาร อย่างการนอนคว่ำบนเก้าอี้ ตามที่ พระมหาสีไพร ทำการตอกตามคลิป ถือว่ามีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัย

ส่วนที่ พระมหาสีไพร อ้างว่า การตอกเส้นเป็นวิธีการซึ่งคิดค้นขึ้นมาใหม่นั้น ความจริงสามารถทำได้ แต่ต้องผ่านการวิจัยรับรองให้เกิดความเชื่อถือก่อนจึงจะนำมารักษาได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันเรื่องของปัญหาสุขภาพมีความซับซ้อนมากขึ้น การตอกเส้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ประชาชน นำมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ แต่อยากฝาก ให้เลือกรับบริการอย่างมีวิจารณญาณ โดยเฉพาะผู้ที่ทำการรักษา ควรได้รับการรับรองจากทางจังหวัด หรือเป็นที่ยอมรับของชุมชน หลีกเลี่ยงผู้ที่อวดอ้างตัว หรือโฆษณาเกินความเป็นจริง

ทั้งนี้ สภาการแพทย์แผนไทย ระบุ มูลนิธิโพธิรังสี ตอกเส้น 2600 ปี เคยส่งเรื่องมาเพื่อขอรับรองการตอกเส้น เป็นวิชาชีพแพทย์แผนไทย แต่ทางสภาไม่ได้รับรอง เนื่องจาก การตอกเส้นดังกล่าวเป็นการนำศาสตร์หลายๆ ศาสตร์มารวมกัน และสร้างกรรมวิธีขึ้นมาใหม่ ไม่มีหลักฐานเพียงพอให้รับรองเป็นศาสตร์ใหม่ได้

keyboard_arrow_up