ญาติยังแค้น ไอ้หื่นถูกจับ อ้างสาวเสียสติยอมเอง ถามมึงได้แล้วฆ่าทำไม ใช่ลูกผู้ชายไหม (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 16 พ.ย.60 มีเหตุว่าพบ น.ส.นาหม่วย จะก่า หรือ “ไหม” อายุ 28 ปี หญิงสาวสติไม่สมประกอบถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส และถูกข่มขืนที่บ้านร้างใน ต.ท่าตอน จ.เชียงใหม่ ล่าสุดเมื่อช่วงเย็น วันที่ 18 พย. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จ.เชียงใหม่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่อาย ลงพื้นที่หาข้อมูลที่เกิดเหตุ และละแวกใกล้เคียง จนสืบหาจนทราบว่า มีผู้ต้องสงสัยเป็นชายรายหนึ่ง คือ นายสิทธิโชค พิมสาร อายุ 23 ปี จึงได้นําตัวกลับมาสอบสวนต่อยัง สภ.แม่อาย

ทาง นายสิทธิโชค ให้การรับสารภาพ เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยพบเห็นเหยื่อเดินมาคนเดียว จึงคิดจะปล้นเอาทรัพย์สินเท่านั้น แต่เห็นว่าในที่เกิดเหตุไม่มีผู้คน เลยลงมือปลุกปล้ำข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นได้ปล้นทรัพย์ แต่พบว่าเหยื่อมีทรัพย์สินเป็นเงินเหรียญไม่กี่บาท จึงไม่พอใจ ประกอบกับเหยื่อขัดขืนและต่อสู้ตลอดเวลา จึงใช้มีดฟันเพื่อฆ่าปิดปาก แล้วหลบหนี โดยคิดว่าเหยื่อเสียชีวิต

วันนี้ (19 พ.ย.60) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่บ้านของนายสิทธิโชค พิมสาร ผู้ต้องหา เพื่อที่จะมาพบครอบครัวของผู้ต้องหา แต่พบว่าบ้านพักปิดเงียบ และไม่มีใครอยู่ภายในบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่ โดยส่วนใหญ่ให้ข้อมูลคล้ายกันว่า นายสิทธิโชค มีปัญหายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนหน้านี้ นายสิทธิโชค เคยเป็นทหารเกณฑ์ และคาดว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ยังกลับมามีปัญหาอีกครั้ง จนกระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าวจนถูกจับกุมตัว ทำให้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ และไม่พร้อมให้ข้อมูล

บ้านของนายสิทธิโชค พิมสาร ผู้ต้องหา

เพื่อนบ้านของ นายสิทธิโชค เปิดเผยว่า ตนเองอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดเห็น นายสิทธิโชค ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก สังเกตุพบว่า นายสิทธิโชค เป็นเด็กไม่ร่าเริง แต่เมื่อนายสิทธิโชค โตมาจะไม่ค่อยพูดคุยกับใคร เป็นคนเงียบๆ และชอบเก็บตัว

เพื่อนบ้านยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน นายสิทธิโชค ได้เข้าไปรับการบำบัดยาเสพติดมา และได้ผ่านพ้นการบำบัดประมาณ 3 วัน ก่อนมาก่อเหตุ ช่วงวันที่เกิดเหตุเห็น นายสิทธิโชค นั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้าน จึงคาดว่า นายสิทธิโชค จะมาก่อเหตุเช่นนี้

บริเวณปากซอยทางเข้าสวนธรรมโกศล

จากนั้นทีมข่าวลองวัดระยะทางจากบ้านของ นายสิทธิโชค ไปจนถึงบริเวณปากซอยทางเข้าสวนธรรมโกศล ห่างกันประมาณ 350 เมตร ตลอดเส้นทางมีกล้องวงจรปิด ส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนประชาชน

บ้านพักของ น.ส.นาหม่วย

หลังจากนั้น ทีมข่าว ได้เดินทางไปยังบ้านพักของ น.ส.นาหม่วย และพบกับ นายชาตรี งามแสน พี่เขยของผู้เสียหาย เปิดใจหลังทราบข่าวเจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้ว่า ครอบครัวรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแม่ของ น.ส.นาหม่วย

นายชาตรี บอกอีกว่า รู้สึกสบายใจมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา ตนกังวลว่าคนร้ายจะหลบหนี โดยตนขอกราบขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เร่งจับตัวคนร้ายมาได้อย่างรวดเร็ว

นายชาตรี งามแสน พี่เขยของผู้เสียหาย

นายชาตรี เผยอีกว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (18 พ.ย.60) น.ส.นาหม่วย ได้เข้ารับการผ่าตัด ล่าสุดอาการปลอดภัย น.ส.นาหม่วย จำเรื่องราวเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นได้ และได้เล่าให้ภรรยาตนฟังว่า พบผู้ชายวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์สีขาว สวมชุดลายพราง เข้ามาหาตนพร้อมบอกว่าจะให้เงิน โดยให้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน หลังจากนั้นจึงพาไปบ้านที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงคนร้ายสั่งให้แก้ผ้าออก น้องสาวตนยอมทำตาม เนื่องจากกลัวจะถูกทำร้าย ก่อนจะถูกคนร้ายลงมือข่มขืน

หลังจากนั้น คนร้าย ได้เดินออกไปนอกห้อง และเอามีดเดินแกว่งเล่นเข้ามาในห้อง จากนั้นได้ฟันเข้ามาที่น้องสาวตนจนบาดเจ็บ และเมื่อได้ฟังน้องสาวเล่าเช่นนั้น ตนรู้สึกโกรธและโมโห เป็นอย่างมาก และอยากจะบอกกับคนร้ายว่า “มึงได้น้องแล้ว มึงจะมาฟันน้องทำไม มึงไม่ปล่อยมันไป แค่มันเป็นคนเสียสติก็แย่พอแล้ว” ปัจจุบันตนยังสงสัยและอยากถามว่า “ที่คนร้ายข่มขืนแล้วเอามีดฟันน้องสาว ทำเพื่ออะไร จะฟันทำไม น้องสาวไปทำอะไรให้แค้นใจ แค่ข่มขืนน้องสาวก็จะตายอยู่แล้ว”

นอกจากนี้ นายชาตรี บอกอีกว่า ยังรู้สึกกลัวเพราะได้ยินข่าวลือมาว่า นายสิทธิโชค คนร้ายจะให้การตำรวจว่า น้องสาวตน ขายบริการ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นการสมยอม จึงอยากฝากถึงคนร้ายว่า หากเป็นลูกผู้ชายก็ออกมายอมรับ หากไม่มีคนมาหลอกล่อว่าจะเอาเงินให้ น้องสาวตนที่สติไม่สมประกอบ คงไม่ไปด้วย ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเด็กอายุ 7-8 ขวบ ที่มีคนเอาเงิน เอาขนมมาหลอกล่อ และยินยอมไปด้วย พฤติกรรมแบบนี้คงไม่เรียกว่าสมยอม

keyboard_arrow_up