คดีกรอกยาพิษ เจอพิรุธ! พยานยันเห็น 3 ชายฉกรรจ์โผล่ ก่อนเหยื่อสาวดิ้นทุรน (คลิป)

จากกรณีที่ นางวาสนา เตียวตระกูล อายุ 42 ปี พนักงานดูแลรถตู้โดยสารสาธารณะแห่งหนึ่งใน อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี กินยาฆ่าหญ้าจนเสียชีวิต แต่ทาง น.ส.พิมพ์ผกา เสือสด ลูกสาวเชื่อว่า แม่ถูกจับกรอกยา เนื่องจากก่อนตายแม่บอกกับแพทย์ และตำรวจว่า สาวทอมชื่อ “เปิ้ล” พร้อมพวกอีก 3 คน เป็นผู้ลงมือกรอกยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. โดยญาติได้จัดพิธีฌาปนกิจศพ นางวาสนา ที่วัดดอนชะเอม เมื่อวานที่ผ่านมา (15 พ.ย.60)

นางวาสนา เตียวตระกูล อายุ 42 ปี ผู้ตาย

ล่าสุด วันนี้(16 พ.ย.60) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้คุยกับ น.ส.พิมพ์ผกา ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์มาแจ้งว่า แม่ทานยาฆ่าหญ้า อาการค่อนข้างหนัก ให้รีบไปที่โรงพยาบาลในตัวเมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อเดินทางไปถึงไม่ทันได้ดูใจ แม่ของตนเสียชีวิตลงแล้ว

หลังจากนั้นตำรวจเข้ามาสอบถามว่า แม่มีเพื่อนสนิทชื่อ “เปิ้ล” หรือไม่ เนื่องจากก่อนเสียชีวิต แม่ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “เปิ้ล” และพวกอีก 3 คน จับกรอกยาฆ่าหญ้า ตนจึงเชื่อว่า แม่โดนจับกรอกยา ไม่ได้ฆ่าตัวตาย เพราะปกติแม่เป็นคนอารมณ์ดี และไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน

น.ส.พิมพ์ผกา ลูกสาวของผู้เสียชีวิต

น.ส.พิมพ์ผกา บอกอีกว่า คนชื่อ “เปิ้ล” ตนไม่เคยรู้จัก และไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน นิสัยแม่ค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยยุ่งกับใคร ส่วนเหตุที่ทำให้ตนคิดว่า แม่ถูกกรอกยา ไม่ได้ฆ่าตัวตาย เนื่องจากปริมาณยาที่แพทย์ระบุว่า แม่กินยาไปถึง 200 ซีซี และเป็นปริมาณที่เยอะเกินที่บุคคลทั่วไปจะรับประทาน

ภาพกล้องวงจรปิดที่นางวาสนานั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจาก อ.ท่ามะกา ไปยัง อ.เมือง

ทั้งนี้ น.ส.พิมพ์ผกา เปิดเผยอีกว่า วันเกิดเหตุแม่นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจาก อ.ท่ามะกา ไปยัง อ.เมือง ก่อนกลับมากินยาใน อ.ท่าม่วง ซึ่งระยะทางแต่ละจุดค่อนข้างไกลกัน รวมทั้งแม่พักอยู่ใน อ.เมือง ไม่น่าจะนั่งรถมากินยาฆ่าหญ้าใน อ.ท่าม่วง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะมีคนบังคับแม่ ให้ไปที่จุดเกิดเหตุ จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยคลี่คลายให้คดี

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปที่ วินรถตู้กาญจนบุรี – กรุงเทพฯ บริษัทรถตู้เอ็กซ์เพรสจำกัด บริเวณสามแยกท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ที่ นางวาสนา ผู้เสียชีวิต ทำหน้าที่จำหน่ายตั๋วโดยสารในวันเกิดเหตุ เพื่อนร่วมงานเปิดเผยว่า เวลาประมาณ 10.00 น. นางวาสนา ได้ลุกหายไปจากโต๊ะจำหน่ายตั๋ว ขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างไปตัวเมือง จ.กาญจนบุรี โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ นางวาสนา ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้น นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้างออกไป

นายสมพิศ ทูลประสม ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง

นายสมพิศ ทูลประสม ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่พา นางวาสนา ไปตัวเมือง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. นางวาสนา ได้เดินมาหาก่อนถามว่า “ไปเมืองกาญจนบุรี คิดราคาเท่าไร ?” ตนจึงตอบกลับไปว่า “200 บาท”

จากนั้น นางวาสนา จึงสูบบุหรี่ 1 มวน ก่อนขึ้นรถจักรยานยนต์ ซึ่งตนได้ขับพาไปทางถนนแสงชูโต มุ่งหน้าสู่ตัวเมือง จ.กาญจนบุรี  ระหว่างทางบริเวณแยกท่ามะกา นางวาสนา มีท่าทีลังเลว่า จะไปหาเพื่อนที่วัดท่ามะกา ก่อนเปลี่ยนใจให้ขับรถเข้าเมืองเช่นเดิม

นายสมพิศ ยืนยันว่า ได้ขับไปส่ง นางวาสนา ที่บริเวณชุมชนเตาปูน ฝั่งตรงข้ามสถานีอุตุนิยมวิทยากาญจนบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ก่อนขับรถกลับ โดยไม่ได้สังเกตว่า นางวาสนา เดินเข้าไปในชุมชนหรือไม่ แต่ท่าทีของนางวาสนา มีท่าทางเรียบเฉย ไม่ได้ดูรีบเร่งแต่อย่างใด

หลังจากนั้น ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ไปถามชาวบ้านที่ชุมชนเตาปูน ชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า ไม่เคยเห็นหน้า นางวาสนามาก่อน รวมทั้งไม่เคยรู้จักกับผู้หญิงที่ชื่อว่า “เปิ้ล” แต่อย่างใด

ขณะเดียวกันทีมข่าว ได้ไปที่บริษัทรถตู้ที่ นางวาสนา ทำงานและพักอาศัยอยู่ รองผู้จัดการวินรถตู้ เปิดเผยว่า นางวาสนา มาทำงานเป็นพนักงานดูแลอู่รถตู้ได้ประมาณ 1 ปี และพักอาศัยภายในห้องพักของอู่เพียงคนเดียว ที่ผ่านมา นางวาสนา ไม่ค่อยยุ่งกับใคร และไม่เคยเห็นเพื่อน หรือคนรู้จักมาหา นางวาสนา รวมทั้งคนที่ชื่อ “เปิ้ล” ตนก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับรองผู้จัดการวินรถตู้

รองผู้จัดการวินรถตู้ บอกอีกว่า นางวาสนา มีพฤติกรรมแปลกๆ ชอบพูดคนเดียว อ้างว่ามีจิตสัมผัส ช่วงสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ นางวาสนา มีอาการเซื่องซึมผิดปกติ ก่อนจะหายไปในคืนวันที่ 8 พ.ย. และกลับมาช่วงเที่ยงของ วันที่ 9 พ.ย. เมื่อสอบถาม นางวาสนา บอกว่า ถูกผีหลอก จึงไปหาหมอผีมา ตนก็ไม่ได้สงสัยอะไร

จนกระทั่งวันที่ 10 พ.ย. นางวาสนา ได้ไปขายตั๋วรถแทนพนักงานที่ลาหยุด จนช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. คนขับรถตู้ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า นางวาสนา หายตัวไป พร้อมกับเงินค่าจำหน่ายตั๋วอีก 1,300 บาท ซึ่งตนสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับ นางวาสนา แต่ยังไม่ได้ติดตาม จนมาทราบข่าวว่า พนักงานของตัวเองเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น

ทั้งนี้ รองผู้จัดการวินรถตู้ ไม่เชื่อว่าลูกน้องจะฆ่าตัวตาย เพราะจุดเกิดเหตุ นางวาสนา ไม่เคยไปหากตั้งใจฆ่าตัวตาย น่าจะมาทำที่ห้องของตัวเองมากกว่า

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวเดินทางไปยัง ร้านเกษตรพาณิชย์ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ที่อยู่ติดกับชุมชนเตาปูน  ด้านเจ้าของร้าน ยืนยันว่า นางวาสนา เข้ามาซื้อยาฆ่าหญ้า ขนาด 1 ลิตร เพียงคนเดียว โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้

ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่นางวาสนาซื้อยาฆ่าหญ้า

ทีมข่าว จึงไปหาเบาะแสเพิ่มเติมยังจุดที่มีคนพบร่าง นางวาสนา บริเวณจุดชมวิวเขื่อนแม่กลองใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงพบกับ นายวิเชียร สังข์มณี ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเห็น นางวาสนา เปิดเผยว่า วันที่ 10 พ.ย. ช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ตนกำลังนำวัวมากินหญ้าข้างทะเลสาบท่าม่วง เห็นคนนอนคว่ำหน้า ข้างทะเลสาบ โดยมีการผงกศีรษะขึ้นมา 1 ครั้ง ตนคิดว่าเป็นผู้ชายเพราะผมสั้น คาดว่าเป็นคนเมา จึงไม่ได้สนใจ

ผ่านไปไม่นาน เมื่อเดินกลับมาที่เดิม จึงพบกลุ่มผู้ชาย 3 คน เล่าให้ตนฟังว่า คนที่นอนคว่ำหน้าเป็นผู้หญิงกินยาฆ่าหญ้าเข้าไปปริมาณมาก ผู้เห็นเหตุการณ์ได้แจ้งเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

จากนั้น ตนจึงเข้ามาดูที่จุดเกิดเหตุ พบขวดยาฆ่าหญ้า และร่องรอยของยาที่หกบนพื้น ห่างจากจุดที่พบร่างของ นางวาสนา ประมาณ 3 เมตร และยังมีร่องรอยหญ้าล้มคาดถูกทับด้วยเท้าคน

ร.ต.อ.ชุมพล เหลืองเอี่ยม รองสารวัตรสอบสวน สภ.ท่าม่วง

ขณะที่ ร.ต.อ.ชุมพล เหลืองเอี่ยม รองสารวัตรสอบสวน สภ.ท่าม่วง พนักงานสอบสวนในคดี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้ง จากโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาว่า มีผู้ป่วยกินยาฆ่าหญ้าเข้าไปจำนวนมาก อาการโคม่า แต่ยังให้การได้ พร้อมระบุว่าถูกกรอกยา ขอให้ตนรีบไปสอบปากคำในระหว่างที่ยังมีสติ

เมื่อตนเดินทางไปถึงโรงพยาบาล นางวาสนา บอกว่า ถูกสาวทอมชื่อ “เปิ้ล” พร้อมพวกอีก 3 คน จับกรอกยาตน สาเหตุจาก ตนไปทวงถามเรื่องค่าแรง ที่เคยช่วยงานก่อสร้างที่ ทำอยู่เป็นเวลา 3 วัน ค่าแรงวันละ 240 บาท “เปิ้ล” ไม่พอใจจึงจับตนกรอกยา

ร.ต.อ.ชุมพล บอกอีกว่า ก่อนที่ นางวาสนา เสียชีวิต ได้บอกว่า “เปิ้ล” ทำงานในแคมป์ก่อสร้าง บริเวณชุมชนวัดศรีโลหะ อ.ท่าม่วง ขณะให้การ นางวาสนา พูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เนื่องจากปริมาณยาที่ได้รับไปเป็นจำนวนมาก

พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผู้กำกับการ สภ.ท่าม่วง

ทางด้าน พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผู้กำกับการ สภ.ท่าม่วง เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า เจ้าหน้าที่กำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อดูความเชื่อมโยง เกี่ยวกับผู้หญิงชื่อ “เปิ้ล” โดยได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่สามแยกท่ามะกา ที่ นางวาสนา ขึ้นรถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปยังชุมชนเตาปูน ในเมืองกาญจนบุรี

รวมทั้งภาพช่วงที่ นางวาสนา ไปซื้อยาฆ่าหญ้าภายในร้านเกษตรพาณิชย์ และถือถุงใส่ยาขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างหน้าร้านขายยาฆ่าหญ้า จากนั้นกล้องวงจรปิดหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง สามารถจับภาพ นางวาสนา นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สีน้ำเงิน ผู้ขับขี่ใส่เสื้อสีขาว มุ่งหน้าไปที่จุดชมวิวเขื่อนแม่กลอง ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ

พ.ต.อ.ภัคภณ เปิดเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งคลี่คลายคดี เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ส่วน “เปิ้ล” เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่หาเบาะแส ตามคำให้การของ นางวาสนา แต่ยังไม่พบตัว ประกอบกับที่เกิดเหตุยังไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ทั้งที่ บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีคนสัญจรผ่านไปมา แต่ไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งได้

keyboard_arrow_up