คนขายดอกไม้ในคลิปดังขอชี้แจง! ปัดรีดไถแต่เด็กถูกตบหน้าก่อน จ่อฟ้องคนโพสต์ (คลิป)

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอทางโซเชียลมีเดีย เป็นภาพของคนขายดอกไม้ทะเลาะกับลูกค้าชาวต่างชาติในร้านอาหารย่าน RCA กรุงเทพฯ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Cash Sitipop Thaiutai”  พร้อมอธิบายเหตุการณ์ว่า “เหมือนเดิม แก๊ง เด็กขายดอกไม้ขายลูกอม หน้า RCA รีดไถ ลูกค้าที่มากินข้าวแถวนี้อีกแล้ว!!! เหตุการณ์คือ ลูกค้าไม่ยอมซื้อดอกกุหลาบ เด็กพวกนี้จะมีกิริยาโดยเดินเข้าไปชนลูกค้า ยุยงให้ซื้อพอลูกค้าไม่ซื้อก็จะยืนกดดันอยู่เรื่อยๆ จนลูกค้าไม่พอใจ ถึงได้ลงไม้ลงมือกับเด็ก ตัวแม่ของเด็กไม่พอใจไม่ยอม เดินมาโวยวายเพื่อที่จะขอค่าเสียหาย ลูกค้าจึงยื่นเงินไปให้ 2,000 ถึงจะยอม แบบนี้รีดไถกันชัดๆ #ทำงานกันเป็นทีมดีนะครอบครัวนี้ #ช่วยกันแชร์ทีสังคมจะได้น่าอยู่” นั้น (อ่านเพิ่มเติม)

ล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 14 พ.ย. 60 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบว่าพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายอาหารตามปกติ แต่หลังจากคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้นักท่องเที่ยวมาทานอาหารน้อยลง และไม่พบเด็กที่มาเดินขายดอกไม้แล้ว โดยสอบถามกับนางสาวซี (นามสมมติ) เพื่อนของแม่เด็กในคลิป และผู้อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ เห็นเด็กที่ถูกตบหน้ามานั่งหลบมุมอยู่จึงสอบถามว่าเป็นอะไร เด็กแจ้งว่าถูกนักท่องเที่ยวตบหน้ามา จึงเดินไปบอกแม่ของเด็ก

จากนั้นฝั่งผู้เป็นแม่จึงเดินมาสอบถามกลุ่มนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นชาวจีน ทั้งสิ้น 11 คนมีคนไทยอยู่ด้วย 2 คน แต่คนไทยในกลุ่มนักท่องเที่ยวบอกว่าไม่มีใครตบหน้าเด็กให้ไปหาหลักฐานมา โดยขณะนั้นมีคนขับแท็กซี่ที่นั่งทานข้าวอยู่โต๊ะข้างๆ บอกว่ามีชายชาวจีนตบเด็กจริง จึงเกิดเป็นเหตุทะเลาะดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนักท่องเที่ยวบอกว่าจะจ่ายค่าเสียหายให้จบเรื่อง ทำให้ผู้เป็นแม่ยิ่งโมโหมากขึ้นจึงถอดรองเท้าโยนเข้าไปในกลุ่มนักท่องเที่ยว ไม่ได้ใช้รองเท้าตบหน้านักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ก่อนที่ชาวไทยคนหนึ่งจะพานักท่องเที่ยวขึ้นรถแท็กซี่หนีไป โดยคนไทยอีกคนหนึ่งได้เข้ามากล่าวขอโทษและมอบเงินค่าทำขวัญให้ 2,000 บาท

ทางแม่เด็กจึงอยากจะอธิบายให้สังคมเข้าใจ เพราะจากวิดีโอที่ถูกโพสต์ในเฟซบุ๊กดูเหมือนทางฝั่งของคนขายดอกไม้ไปรีดไถนักท่องเที่ยว แต่แท้จริงแล้วฝั่นนั้นเป็นผู้เต็มใจมอบเงินให้ก่อนเอง ตอนนี้ได้รับความเสียหาย มีผลกระทบทางจิตใจ ตัวเด็กเองก็ถูกเพื่อนที่โรงเรียนล้อ ไม่มีใครเล่นด้วย ทั้งนี้แม่ได้พาเด็กที่ถูกตบไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจไว้เป็นหลักฐานแล้ว และทางตำรวจก็เรียกพยาน และผู้ถ่ายคลิปไปสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยเช่นกัน และกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะดำเนินคดีกับผู้โพสต์คลิปดังกล่าวในฐานความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์หรือไม่

keyboard_arrow_up