คิตตี้ ร่ำไห้หนัก รับหลอกเงินบริจาคมาใช้ เพราะจำเป็น-“กิตติ ดัสกร” อภัยเมียห่วงลูกกำพร้า (คลิป)

ภายหลังจากที่ นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หรือ “ไทด์” ดาราชื่อดัง ได้เข้าช่วยเหลือ นายกิตติ ดัสกร นักแสดงดาวร้ายหลังโซเชียลมีเดีย เผยแพร่ภาพ นายกิตติ นอนป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และยังมีการโพสต์ขอรับเงินบริจาค ก่อนพบว่าผู้ที่ดูแลเงินบริจาคคือ น.ส.ศศิประภา หรือ “คิตตี้” และได้มีการเบิกจ่ายเงิน โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น

นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หรือ “ไทด์” ดาราชื่อดัง

ล่าสุด วันนี้ (10 พ.ย.60) นายเอกพันธ์ หรือ “ไทด์” ได้นำทีมงานเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เนื่องจากพบว่า น.ส.ศศิประภา หรือ “คิตตี้” อดีตภรรยา นายกิตติ ได้เบิกจ่ายเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อขอตรวจสอบบัญชี “คิตตี้” อ้างว่าทำสมุดบัญชีหาย บ่ายเบี่ยงไม่ให้ตรวจสอบ จากนั้นคณะกรรมการจึงให้ นายกิตติ โทรศัพท์ตรวจสอบกับธนาคาร จนทราบว่าบัญชีมีความเคลื่อนไหว มีการกดเงินออกไปจำนวน กว่า 80,000 บาท เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่ง “คิตตี้” ยังยืนกรานว่า ไม่ได้กดเงินจำนวนนั้นไป จนสุดท้ายมีหลักฐาน จึงยอมรับว่าได้นำเงินไปใช้ส่วนตัว

น.ส.ศศิประภา หรือ “คิตตี้” อดีตภรรยา นายกิตติ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ทีมข่าวเดินทางมาที่โรงพยาบาลไทรน้อย เพื่อพูดคุยกับ “คิตตี้” เจ้าตัวยอมรับทั้งน้ำตาว่า “ยอมรับกดเงินไปจริงๆ เราเอาเงินไปใช้หนี้ ใช้หนี้ในส่วนต่างๆ เป็นเงินของคนที่มีน้ำใจโอนมาให้ และเราก็กดไปโดยที่ไม่บอกเจ้าของบัตร และทางตำรวจจะเอาเข้าคุก เพราะเขามีหลักฐาน เราทำผิด แต่เราก็บอกความจริงกับตำรวจแล้ว”

“คิตตี้” ได้เผยถึงสาเหตุที่พยายามปิดบัง นายเอกพันธ์ เนื่องจากตนเองไม่กล้าบอกว่า เอาเงินมาใช้หนี้ โดยช่วงแรกที่นายเอกพันธ์ ถามแล้วตนไม่ยอมรับ เนื่องจากกดดัน แต่สุดท้ายก็ยอมรับผิดคิดว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะถึงตนติดคุก แต่ก็ยังมีแม่ที่คอยให้กำลังใจ

หลํกฐานการโอนเงินที่ “คิตตี้” นำมาแสดง

ส่วนบัตรเอทีเอ็ม “คิตตี้” ได้คืนบัตรให้นายกิตติแล้ว และอยากจะขอโทษสังคม ขอโทษคนที่โอนเงินมาช่วยเหลือ นายกิตติ “คิตตี้” บอกอีกว่า เพราะไม่คิดโกงเงินใคร แต่ไม่สามารถติดต่อกลับไปยังผู้ที่โอนเงินมาให้ได้ ซึ่งเจ้าตัวละอายแก่ใจที่กดเงินคนอื่นไปใช้หนี้ จึงอยากขอโทษ และขอความเห็นใจ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

“คิตตี้” ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกที่มีต่อ นายกิตติ ทั้งน้ำตาว่า ตัวเองยังรัก และผูกพันกับ นายกิตติ ไม่อยากทิ้ง ยิ่งเห็นก็ยิ่งสงสาร ตนทำผิดแต่ไม่ได้ตั้งใจ พร้อมยอมรับว่าดูแลนายกิตติ ไม่เต็มที่ ซึ่งตัวเองก็ทำบ้านเลอะเทอะ ตนก็ขอยอมรับผิด และช่วงที่ นายกิตติ ประสบอุบัติเหตุตัวเองก็รู้สึกตกใจจนประสาทเสีย ทำอะไรไม่ถูก

หากถามถึงความรู้สึกกับ นายเอกพันธ์ ที่ก่อนหน้านี้ตัวเองเคยโพสต์ว่า นายเอกพันธ์ ตอนที่มาช่วย “คิตตี้” เปิดเผยว่า ตนเองเข้าใจผิด คิดว่า นายเอกพันธ์ จะดูถูกตัวเอง แต่ตอนนี้ตนทราบดีแล้วว่า นายเอกพันธ์ หวังดี และตั้งใจมาช่วย นายกิตติ จริงๆ จึงอยากขอโทษ และขอบคุณ นายเอกพันธ์

ส่วนวันที่ตนเห็น นายเอกพันธ์ พาลูกตนไปเย็บแผลที่โรงพยาบาล แอบเห็น นายเอกพันธ์ ร้องไห้ ทำให้ตัวเองรู้สึกทราบซึ้ง และรู้สึกผิดที่เข้าใจ นายเอกพันธ์ ผิดไป เพราะจากข่าวต่างๆ ที่บอกว่า นายเอกพันธ์ สร้างภาพ เลยทำให้ตนคิดเช่นนั้น แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ เขาทำจากใจไม่ได้สร้างภาพ และสุดท้ายขอโทษสังคมที่ทำผิด และตนไม่ได้คิดที่จะหลอกลวงใคร

นายกิตติ ดัสกร

จากนั้นเวลา 15.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินทางมาสอบปากคำ นายกิตติ ในเรื่องดังกล่าว พร้อมลงบันทึกประจำวัน ซึ่งนายกิตติ เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตอนนี้สรุปกันแล้ว ตนได้ให้อภัย เพราะ “คิตตี้” เป็นแม่ของลูก ถ้าหากติดคุกไปลูกจะอยู่กับใคร และได้สั่งห้ามไม่ให้ “คิตตี้” มายุ่งกับเงิน พร้อมกับให้ทางมูลนิธิ และนายเอกพันธ์ กับนายบิณฑ์ ดูแล ส่วนบัตรเอทีเอ็ม “คิตตี้” ได้คืนให้กับตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ นายกิตติ ได้ขอโทษสังคมแทนภรรยา เพราะขณะนี้ภรรยาได้สำนึกผิดแล้ว ส่วนเรื่องเงินบริจาคยืนยันว่า จะไม่ให้ภรรยาเข้ามาดูแล และยุ่งเกี่ยว เพราะมีบุคคลที่น่าเชื่อถือได้เข้ามาดูแล เรียบร้อยแล้ว

keyboard_arrow_up