หนุ่มตีหมาเปิดใจไม่เคยคิดฆ่า คลิปว่อนดูทำแรงแต่ตีไม่ถูก ขอคนอภัย ห่วงลูกเมียลำบาก (คลิป)

ภายหลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา (7 พ.ย. 60) สังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปภาพกล้องวงจรปิด วินาทีผู้ชายกำลังตีสุนัขแบบไม่ยั้งมือ เมื่อสุนัขอีกตัวพยายามมาช่วยก็โดนตีไปด้วย จากนั้นได้ลากสุนัขตัวแรก ไปตีซ้ำหลังรถจักรยานยนต์ ก่อนอุ้มสุนัขขึ้นไปที่รถ และตีซ้ำอีกครั้ง ทราบภายหลังว่า คนตีสุนัขคือ ประธานกรรมการหมู่บ้านเอื้ออาทร 2 และเป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยของโครงการ ซึ่งสถานที่เกิดเหตุคือบริเวณหมู่บ้านเอื้ออาทร บางบัวทอง 2 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ล่าสุด วันนี้(8 พ.ย.60) นายจินดา ก่านจันทร์ ประธานกรรมการหมู่บ้านเอื้ออาทร 2 และเป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยของโครงการ  ได้เปิดใจผ่านรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.50 น. ว่า ตนยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากขณะที่เกิดเรื่องตนเองเมา แต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายสุนัขให้ตาย สุนัขตัวแรกที่ตนตี ชื่อ “เจ้าดำ” หรือ “โอเลี้ยง” มักสร้างปัญหาให้กับชุมชน เวลาคนผ่านไปมาชอบวิ่งไล่ ทำให้คนกลัว และชาวบ้านมาร้องเรียนให้ตนจัดการ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำให้ตนเองก็เกิดความเครียดสะสม และกดดันมากที่เป็นถึงหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่แก้ปัญหาไม่ได้  ซึ่งวันดังกล่าว ยอมรับดื่มเหล้าเข้าไป จึงคว้าไม้ไปไล่ แต่สุนัขจะกัด เลยตีเพื่อป้องกันตัว

ส่วนตัวที่ 2 ชื่อ “เจ้าสวย” ที่วิ่งเข้ามาช่วย “โอเลี้ยง” ตนกะตีแค่ครั้งเดียว แต่มันแยกเขี้ยวใส่ เลยต้องตีซ้ำเพื่อให้มันหยุด หลังจากนั้นลากหมาไปปล่อยแถวริมคลอง ซึ่งทั้ง 2 ตัว ไม่ตายแถมยังวิ่งหนีไปได้อีกด้วย

สภาพของสุนัขที่โดนทำร้าย

นายจินดา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญ แต่จะสู้ และอยู่ให้ได้ในสังคม ถึงแม้จะโดนประนามด่าทอ แค่ขออย่าไประรานลูกวัย 8 ขวบ และภรรยา เพราะทั้ง 2 คน ไม่รู้เรื่องด้วย

รวมถึงข่าวที่ระบุว่า ตนเปิดร้านขายลาบ และตีหมาเอาไปทำอาหาร ขอปฎิเสธว่าไม่จริง ใครจะไปทำอย่างนั้น ตนเองก็เป็นคนรักหมา และไม่เคยฆ่าหมาที่ตัวเองเลี้ยง ตามที่โซเชียลกำลังปล่อยข่าวโจมตี

ร้านลาบของนายจินดา

นายจินดา ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า อยากจะขอโอกาสจากสังคม ตนไม่ใช่คนโหดร้าย การตีหมาภาพอาจดูรุนแรง แต่ตอนตี ไม้ก็ถูกตัวหมาบ้าง ไม่ถูกบ้างเพราะเมา อีกทั้งอยากให้คู่กรณีมาเจรจากัน การเรียกค่าเสียหาย 1 แสนบาท ตนคงไม่มีปัญญาจ่าย หากเป็นไปได้จะกลับไปเปิดร้านอาหารขายลาบอีก แม้รู้ว่าอาจไม่มีคนมาอุดหนุนก็ตาม แต่ต้องทำเพราะมันคืออาชีพที่เลี้ยงครอบครัว และยังเชื่อว่า ยังมีคนเข้าใจตนอยู่บ้าง แต่คงไม่กล้าแสดงตัว เพราะตอนนี้กระแสข่าวค่อนข้างรุนแรง


keyboard_arrow_up